Mitsubishi ตัดสินใจให้ Mitsubishi ประเทศไทย เดินหน้าผลิต Lancer โฉมใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวในช่วงกลางปีนี้หรือไม่เกินสิ้นเดือนกันยายนเป็นอย่างช้า โดยจะผลิตอยู่ 2 รุ่นเครื่องยนต์คือ 1,800 ซีซี และ 2,000 ซีซี ซึ่งในญี่ปุ่น Lancer มีอีกชื่อหนึ่งว่า Galant Fortis ตามที่ผมได้นำภาพมาประกอบ ซึ่งคาดว่าโฉมใหม่ของ Lancer ไม่น่าจะหนีไปจากนี้เท่าไหร่ ส่วนชื่อรุ่นยังไม่มีการยืนยันว่าจะเป็น Lancer เหมือนเดิม หรือ Lancer Fortis รายละเอียดอ่านได้จากข่าวด้านล่างจากผู้จัดการออนไลน์ครับ ส่วนภาพประกอบจัดให้โดย AutoSpinn.com เช่นเดิม
ข่าวในประเทศ – ไม่ต้องลุ้นอีกต่อไป เมื่อมิตซูบิชิในประเทศไทยยังเหนียว! ได้รับความไว้วางใจให้ผลิต “แลนเซอร์” โฉมใหม่ หรือ “กาแลนท์ ฟอร์ทิส” หลังจากไม่มีความชัดเจนในการทำตลาดมาเป็นปี ทั้งที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ทยอยเปิดตัวกันหมด จนมีข่าวอาจจะไม่ประกอบ ในไทยแล้ว แต่ในปีวัวบ้า 2009 นี้ แฟนๆ ที่เฝ้ารอมานาน กับคอมแพ็กต์คาร์ “หน้าฉลาม” จะได้สัมผัสสมรรถนะความแรงเสียที คาดว่าจะเร่งเปิดตัวให้ทันช่วงกลางปี หรือไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้ โดยไทยจะขึ้นไลน์ประกอบเครื่องยนต์ 1800 ซีซี ซึ่งน่าจะเป็นบล็อกเดียวกับในไต้หวันและยุโรป กำลังการผลิตที่ 1,200 คันต่อเดือน เพื่อรองรับการส่งออกด้วย ขณะที่อีกบล็อกขนาด 2000 ซีซี 152 แรงม้า ตั้งเป้าผลิตเดือนละ 300 คัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ส่วนใครที่คิดจะถอยเครื่องยนต์ 1600 ซีซี เสียใจด้วย! เพราะถึงแม้จะมีแต่ก็มาในคราบเดิม “แลนเซอร์ ซีเดีย” รุ่นปัจจุบันต่อไป
![]()
หลังจากลุ้นกันมานานว่า “มิตซูบิชิ แลนเซอร์” โฉมใหม่ หรือในญี่ปุ่นเรียกว่า “กาแลนท์ ฟอร์ทิส” (Galant Fortis) จะได้ขึ้นไลน์การผลิตในเมืองไทยหรือไม่? เพราะนับตั้งแต่เปิดตัวโมเดลใหม่ออกมาในตลาดสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามลำดับเมื่อปลายปี 2007 ที่ผ่านมา จากนั้นก็ทยอยเปิดตัวในประเทศต่างๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียนไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปินส์ เหลือเพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่ยังไม่ความคืบหน้าใดๆ จนที่สุดผ่านพ้นปีหนูไฟ 2008 เข้าสู่ปีวัวบ้า 2009 ในที่สุด
ทั้งที่จะว่าไปแล้วไทยถือเป็นอีกประเทศหลักของมิตซูบิชิ แต่กับอนาคตของคอมแพ็กต์คาร์รุ่นนี้กลับไม่ชัดเจนเลย จนถึงกับมีข่าวอาจจะไม่มีการผลิตรถรุ่นนี้ในไทยแล้ว และในการให้สัมภาษณ์ของ “มิจิโร่ อิมาอิ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อกลางปีที่แล้ว ก็ไม่มั่นใจนักว่าจะมีการประกอบแลนเซอร์ใหม่ในไทย เพราะต้องพิจารณาถึงปริมาณยอดขายคุ้มกับการขึ้นไลน์ผลิตหรือไม่? จึงต้องใช้เวลาในการตัดสินใจให้ชัดเจน ภายในช่วงไตรมาสสามปี 2008 ที่ผ่านมา
ที่สุดโครงการประกอบรถยนต์คอมแพ็กต์ “แลนเซอร์” โฉมใหม่ในไทย ก็เคาะออกมาแล้ว โดยยังคงจะประกอบในไทยต่อไป ด้วยการเดินตามแผนที่เคยวางไว้ นั่นคือจะมีการประกอบ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมใหม่ ที่วางเครื่องยนต์ 1800 ซีซี และ 2000 ซีซี ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี จะยังคงเป็นโมเดลปัจจุบันทำตลาดต่อไป อย่างไรก็ตาม การประกอบรถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมใหม่ จะมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมาประกอบมากพอสมควร แตกต่างจากรุ่นปัจจุบันที่ส่วนใหญ่จะใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ
โดยกำลังการผลิตรุ่นเครื่องยนต์ 1800 ซีซี จะอยู่ที่ประมาณ 1,200 คันต่อเดือน นับเป็นปริมาณที่มากทีเดียว จึงน่าจะรวมการส่งออกด้วย เพราะเครื่องยนต์ดังกล่าวยังไม่มีทำตลาดในภูมิภาคนี้ และรุ่น 2000 ซีซี จะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 300 คันต่อเดือนแต่จากรายงานข่าวยังไม่ชัดเจนว่า มิตซูบิชิจะมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนญี่ปุ่นหรือไม่? เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรุ่นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี กับรุ่นเครื่องยนต์ 1800 ซีซี และ 2000 ซีซี โดยจะใช้ชื่อใหม่เหมือนญี่ปุ่น หรือจะยังคงใช้ชื่อแลนเซอร์เหมือนเดิม แต่ต่อด้วยด้วยคำว่า “ฟอร์ทิส” เช่นเดียวกับที่ประเทศไต้หวัน ซึ่งหากดูประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชื่อแลนเซอร์เหมือนเดิม ไทยก็อาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ตามรายงานข่าวมิตซูบิชิได้เร่งแผนการผลิต เพื่อเปิดตัวให้ทันกลางปี หรือภายในไตรมาส 3 ปีนี้
![]()
ยังมีอีกสิ่งหนึ่งหนึ่งที่แลนเซอร์โฉมใหม่ในไทยค่อนข้างแตกต่างตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ คือได้มีการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1800 ซีซี เข้ามาเป็นอีกทางเลือก เพราะส่วนใหญ่จะทำตลาดเฉพาะเพียงรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2000 ซีซี ขุมพลังบล็อกใหม่ 4B11 แบบอะลูมิเนียมทั้งบล็อกที่มีพื้นฐาน 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC มีกำลังสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.1 กก.-ม. ที่ 4,250 รอบ/นาที
จากการตรวจสอบเครื่องยนต์ที่วางใน มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ใหม่ พบว่าในตลาดประเทศไต้หวันนอกจากบล็อก 4B11 แล้ว ยังมีเครื่องยนต์บล็อก 1800 ซีซี แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้กำลัง 143 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 18.2 กก.-ม. ที่ 4,250 รอบต่อนาที มาเป็นอีกทางเลือกเช่นเดียวกับตลาดยุโรป (และมีเครื่องยนต์ 1500 ซีซี 109 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 2000 ซีซี 138 แรงม้า) ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เมืองไทย จะนำบล็อกดังกล่าวมาทำตลาดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีความแปลกสุดๆ กับการทำตลาดของค่ายมิตซูบิชิ เพราะแลนเซอร์ ฟอร์ทิส ที่ตลาดไต้หวัน ได้มีการปรับกระจังหน้า ไฟหน้า และไฟท้ายใหม่ จนแตกต่างไปจากแลนเซอร์ใหม่ที่อื่นๆ ทั่วโลก แต่จากรายงานข่าวเลนเซอร์โฉมใหม่ในไทย น่าจะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคอาเซียนนี้ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่ารุ่น “หน้าฉลาม” เพราะมิตซูบิชิ แลนเซอร์ โฉมใหม่ ได้ออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่มาพร้อมกับสไตล์อันดุดัน ในแบบ Shark-Nosed และ Deep Eye ซึ่งเป็นการออกแบบด้านหน้าให้สปอร์ต และมีเอกลักษณ์มากขึ้นกว่าเดิม กับกระจังหน้าที่นูนสูง จนดูคล้ายกับจมูกของฉลาม และจากผลของการทำเช่นนี้ ทำให้ไฟคู่หน้าทั้ง 2 ฝั่งถูกถอยร่นลงไป ขณะที่ด้านท้ายถูกค่อนขอดว่า สร้างสรรค์ให้ไฟท้ายทรงเหลี่ยมยาว มีลักษณะดูคล้ายกับของที่ใช้ในอัลฟา 156 และ 159 จนเกินไป เหมือนกับตั้งใจจะเลียนแบบ
สำหรับตัวรถได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นตัวถังใหม่ ร่วมกับครอสโอเวอร์รุ่นเอาท์แลนเดอร์ โดยระบบกันสะเทือนหน้าหลังเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และมัลติลิงก์ ตัวรถมีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักด้านหน้า-หลังอยู่ที่ 60:40% และน้ำหนัก 1,325-1,375 กิโลกรัมขึ้นอยู่กับรุ่นตกแต่ง ส่วนระบบเบรกก็มีทั้งแบบดิสก์หน้า ดรัมหลัง และดิสก์ 4 ล้อ
ฉะนั้นใครที่รอแล้วรอเล่า ภายในปีนี้คงจะสมหวังเสียที แต่หากใครคิดจะเล่นเครื่องยนต์ 1600 ซีซี คงต้องเสียใจด้วย และไม่ต้องรอให้เมื่อยตุ้ม ถ้าจะซื้อก็ซื้อรุ่นปัจจุบันไปได้เลย เพราะขณะนี้มิตซูบิชิกำลังมีแคมเปญให้ถอยรถกันง่ายๆ อยู่ หรือหากไม่แน่ใจเรื่องราคาน้ำมัน ในรุ่นเครื่องยนต์รองรับพลังงานก๊าซธรรมชาติ(CNG) ก็มีเงื่อนไขพิเศษนอกจากดอกเบี้ยต่ำพิเศษแล้ว ยังผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาทต่อเดือน สำหรับ รุ่น 1.6 GLX CNG เกียร์ธรรมดา เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 72 เดือน และฟรีไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปีส่วนใครที่ไม่สนแลนเซอร์แล้ว แต่ยังชื่นชอบแบรนด์มิตซูบิชิอยู่ รุ่นอื่นๆ ก็มีเงื่อนไขให้ถอยกันสบายๆ อาทิ มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ 2.5 GLX เกียร์ธรรมดา เลือกรับดาวน์ต่ำ 34,000 บาท (เงื่อนไขเงินดาวน์ 15%) หรือบัตรกำนัลมูลค่า 45,555 บาท หรือดอกเบี้ยต่ำเพียง 1 % (เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) และมิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส ดับเบิ้ลแค็บ รับดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.82 % (สำหรับรุ่น GLS เกียร์ธรรมดา เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) และฟรี ไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปี หรือจะถอยมิตซูบิชิ สเปซ แวกอน รับไปเลยดอกเบี้ยต่ำพิเศษทุกรุ่น เริ่มต้นที่ 0.85% (สำหรับรุ่น GLS เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) และฟรีไดมอนด์ อินชัวรันซ์ 1 ปี
นั่นเป็นเพียงน้ำจิ้มอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะนอกรอบยังมีอีกหลายเงื่อนไข เรียกว่า….ปีวัวบ้า! อย่างนี้ขอให้ลูกค้าขอมาเถอะ มิตซูบิชิเขาพร้อมจัดให้!
ที่มา:
Mitsubishi Galant Fortis










{ 87 comments… read them below or add one }
← Previous Comments
สาวกมิตซูเท่านั้นที่รู้ว่ายี่ห้อนี้มันมีดีอะไรไม่ต้องเถียงกัน เบื่อพวก fd จิงๆ
[Reply]
ช่ายๆ เบื่อมักๆ
[Reply]
ยังไม่มีรถส่วนตัว คาดว่าถ้ารุ่นนี้เข้ามาก็อยากจะคว้าไว้เป็นเจ้าของ ดูยังไง ๆ ด้านหน้าก็คล้ายกับ Skyline R34 เท่ดีครับ
[Reply]
ท่านที่พิมพ์ว่า type r วัดกับ evo ไหมล่ะ
เข้าไปดูที่ link ด้านล่างนี้นะครับ Lamborghini ยังไม่รอดเลย หลุดโค้งซะงั้นเหอะ ๆ
Evo ไม่ใช่รถเน้นแรงทางตรงนะครับ เพราะเป็นรถ Rally แต่ถ้าจะกินกันทางโค้งละก้อ ดูเอาเองดีกว่าครับ ^_^
[Reply]
ของเค้าดีจริงๆนะเนี่ย
[Reply]
กูว่าแม่งเจ๋งอ่ะโคตตตตตตตตตตตตต
[Reply]
มองยังเหมือน R34
Evo X ชัดๆ
=,.=
[Reply]
civic fd น่าจะแรงพอๆกับnew lancer แต่รอ new civic อีก1กว่า2ปีก่อน อาจจะแรงกว่าก็ได้นะอิอิ
[Reply]
ความแรงก็ต้องมิตซูคับ
[Reply]
เปิดราคาแรงไปนิดตัวธรรมดาน่าจะลงอีกหน่อยสู้กันมันเลยกับโตโยต้าแต่เจ๋งโคตร
[Reply]
เริ่มตั้ง 592,000 ถ้าซัก 520,000 อะไรประมานนี้ได้น่าจะเจอกันแน่งบน้อยแต่อยากได้อิอิ
[Reply]
เค้าจะจับเอาไปทำแท๊กซี่กันมั้ยอะรุ่นนี้ แต่ถึงจับก้อจะออกแหละรุ่นนี้
แต่ที่ได้ยินมาราคาตัว 1800 อยู่ที่ 800000 + ส่วนตัว 2000 อยู่ที่ ล้านนึงได้
เอาข่าวมาจากตามเวบนะคับ ไม่คอนเฟิม
[Reply]
mitsu ขับหนุกดีถึงเครื่องจะไม่แรงที่สุดมันก็เชื่องมือเชื่องเท้า ส่วนcivic ที่ว่าแรงนักหนาหนะ 140 ก็ร่อนจะเหิรฟ้าแล้ว รถบ้านๆหนะมี mazda ford mitsu ที่ขับแล้วรู้สึกว่ารถยังอยู่บนถนน ความเห็นผมคนเดียวนะ พอดีไปลองมาหมดแล้วเลยเล่าสู่กันฟัง
lancer ตัวนี้ถ้าราคามาไม่แรงเกินไปผมว่าได้ขายดีเหมือน e-car
[Reply]
รถ Mitsu เค้าเน้นที่ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ แต่เรื่องตกแต่งอาจจะไม่สวยเท่าไหร่ แต่ถ้าดูที่คุณภาพบละก้อรถ Mitsu กินขาดเลย FD นี่สวยแต่รูปจูบไม่หอมอ่ะ Mazda ยังดีกว่าเยอะ
[Reply]
ผมใช้ newlancer ตัวล่าสุดอยู่ครับ
[Reply]
รถตัวนี่รับจองแล้วคับ แม็กขอบ18คับ วงเลี้ยว5.0คับไฟซีน่อนเปลี่ยนเกียที่พวงมาลัย เปิดตัววันที่15-16ตุลาคมที่เซ็นทรันเวิล
[Reply]
ชอบอ่ะ ดุดันดีคับ แต่ถ้าข้างในหรูกว่านี้ จะให้เต็มร้อยเลย
[Reply]
ชอบมากๆเลยอ่ะ อยากได้จังเลยสวยจริงๆ
[Reply]
ใช้มา 2 คัน 2 รุ่นแล้วก็เบื่อๆ นะ แต่เห็นโฉมใหม่นี้ก็น่าสนใจ ทรวดทรงดูเหมือนจับรถหลายรุ่นมาผสมกัน แนวเส้นสายหลังคาเหมือน optra ด้านท้ายคล้าย proton ด้านหน้าคว้า audi มาปรับใส่ อีกอย่างรถมิตซูฯ ในตลาด มักจะใส่ camshaft เดี่ยวมาให้ ทำให้เสียกำลัง กินน้ำมันมากกว่า twin cam การ shift เกียร์ลากกันยาว เสียรอบเครื่อง แต่ก็เป็นรถที่ขับมันส์ ให้ feeling ดีกว่ายี่ห้ออื่นมาก หากไต่ความเร็ว 100 ขึ้นไป โดยเฉพาะรุ่น E-car 1600 cc ท้ายจะเบาไปหน่อย ต้องถ่วงน้ำหนักท้ายรถ รับรองหนึบ ไม่จำเป็นต้องแต่งเครื่องให้เสียรถ เครื่องเดิมก็ให้อารมณ์ได้ไม่แพ้กัน ถ้าขับมิตซูเป็นจริงๆ จะบอกให้นะน้องๆ
[Reply]
รู้สึกว่ามัน……ดีนะ
[Reply]
รับจองแล้วครับสนใจติดต่อได้ครับ0840410832 big
[Reply]
คมดีครับ แต่ด้านหน้าละม้าย Volvo โดยฌฉพาะจมูก ไฟท้ายก้อ Alfa 156 แต่รวมกันแล้ว สวยครับ
[Reply]
ตอนนี้ผมใช้ nis..อยู่กำลังจะเปลี่ยนก็รออยู่กะว่าถ้ารถ แรงถึง130-140 ก็จะซื้อ ดูรูปแล้วไม่น่ารอดแล้วล่ะ ทำใจเป็นหนี้ได้เลย….เรา
[Reply]
ทำไม fd ไม่ดีไง fdไม่เคยเบื่อใคร ใครชอบอันก็ซื่อไปสิ
[Reply]
ไฟท้ายคล้าย Lexas เลย
[Reply]
รถในดวงใจเลยนะเนี่ย
[Reply]
เห็นโฉมใหม่แล้ว สวย น่าใช้ น่าจะนำรูปภายในห้องโดยสารและคอนโทรนหน้ามาให้เห็นกันด้วย รุ่นนี้หากราคาไม่แพงเกินไปคิดว่าต้องขายดีแน่นอนผมล่ะคนหนึ่งซื้อแน่ 1 คัน
[Reply]
เหอๆ ผมหล่ะไม่เข้าใจพวกที่อคติ กะแท็กซี่จริงๆ
รถแทคซี่คือรถที่ดีนะครับ ถึงได้ทำแทคซี่ได้ ซึ่งเมืองนอกเมืองนารถที่เป็นแท็กซี่ก็จะเป็นรถที่ดีกว่ารถที่คนทั่วไปมีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ และมาตรบฐานรถแท็กซี่บ้านเราก็ดีกว่าหลายๆประเทศ เช่น มาเลเซีย…
ลองนึกดูสิครับ ว่า คนซื้อบริการน่ะ ใครๆก็อยากนั่งรถดีๆทั้งนั้น และล่าสุด ก็มีคนที่เขาคิดอย่างนี้ ได้เอา คัมรี่มาทำ แท็กซี่…ดูดีๆ จะเจอ ใจมากเลย ผมหล่ะชมเขาจริงๆคนทำน่ะ ใครที่อคติแบบนี้ ผมว่า ใจแคบและ ไม่รู้เรื่องราวมากมาย และที่สำคัญ ไม่มีตังค์ (เพราะถ้ามี อยากได้รถหรูๆ ก็คงซื้อรถที่เขาใช้ทำแทคซี่เมืองนอกมาขับแล้ว พวก บีเอ็ม เบ็นซ์อ่ะ) คิดแบบนี้ ใจแคบ กะไม่มีตังค์ครับ…
[Reply]
ตัวเครื่อง 1800 cc ราคาอยู่ที่ 990000 แต่เครื่อว 2000 cc ราคา ล้านกว่าๆนะ
[Reply]
ของ ผม เบ้นซ์
[Reply]
← Previous Comments