เปิดตัว Toyota Prius พร้อมเคาะราคา Standard Grade 1.19 ล้าน Top Grade 1.26 ล้าน

Admin Posted: November 17th, 2010
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-16
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-08
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-26

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.อากิฮิโกะ โอทซูกะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำ Toyota Prius 3rd Generation ครั้งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย

จากความมุ่งมั่นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งยึดถือเป็นปรัชญาของ โตโยต้า ในการสร้างสรรค์ และพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบ ความห่วงใยต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมโลก โดยการมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อผลิตรถยนต์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งไม่ได้พัฒนาเพียงแค่ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ แต่รวมถึงกระบวนการผลิต โดยการนำวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มาเป็นวัตถุดิบ เพื่อลดปริมาณของเสียและประหยัดพลังงาน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีของโลกและมนุษยชาติ

รถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของ โตโยต้า คือ Toyota Prius เจนเนอเรชั่น 1 ได้กำเนิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ.2540 โดยคำว่า พริอุส ในภาษาลาตินหมายถึง ‘ผู้ที่ไปถึงก่อนใคร’

ในปี พ.ศ.2552 Toyota camry Hybrid ได้ทำการผลิตขึ้นในประเทศไทย และเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชีย โดยเป็นรถยนต์ไฮบริด ขนาดกลาง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดเชื้อเพลิง และเป็นรถยนต์ที่ให้ความเงียบ รื่นรมย์ตลอดการขับขี่

และในปี 2553 นี้ โตโยต้า ได้ผลิตรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทยเพิ่มอีกหนึ่งรุ่น นั่นคือ Toyota Prius เจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งนับเป็นประเทศที่ 3 ของโลก สำหรับการผลิต โตโยต้า พริอุส

มร.อากิฮิโกะ โอทซูกะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “แนวความคิดในการพัฒนา พริอุส ใหม่ คือ การเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีสมรรถนะดีที่สุดในโลก ที่ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ พริอุส นั้นคือ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมัน”

“โตโยต้า พริอุส มีความโดดเด่นในหลายด้าน อาทิ ประสิทธิภาพของระบบไฮบริดที่ดีเยี่ยม การออกแบบที่ล้ำหน้า การติดตั้งอุปกรณ์ที่มีเทคโลยีล้ำสมัย และ มีสมรรถนะในการขับขี่ที่น่าประทับใจ”

มร.โอทซูกะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประสิทธิภาพของระบบไฮบริดที่ดีเยี่ยมนั้น เกิดจากการเพิ่มขนาดความจุเครื่องยนต์เป็น 1,800 ซีซี ที่ให้กำลังและแรงบิดดีขึ้น ในขณะที่รอบการทำงานต่ำลง การใช้ระบบ EGR แบบเย็น การใช้ปั้มน้ำไฟฟ้าที่ช่วยลดการใช้สายพานหน้าเครื่อง ตลอดจนมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กลง แต่มีความเร็วรอบมากขึ้น อินเวอร์เตอร์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังไฟมากขึ้น ทั้งหมดนี้ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่ให้อัตราเร่งเทียบเท่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2,400 ซีซี.”

“นอกจากนี้ การออกแบบภายนอกที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้ พริอุส มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.25 เท่านั้น นับเป็นค่าที่ต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ส่วนภายในได้รับการออกแบบโดยเน้นถึงการวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้สะดวกต่อการควบคุม และการมองเห็น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย เช่น ระบบ Head Up Display ที่สามารถแสดงผลมาตรวัดความเร็ว รถบนกระจกบังลมด้านหน้า การแสดงปุ่มควบคุมพวงมาลัยบนจอมาตรวัดความเร็ว ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นได้ในระดับสายตา เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น”

“นอกจากนี้ ชิ้นส่วนภายในยังทำมาจากพลาสติกที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โตโยต้า พริอุส ใหม่ ได้นำเสนอคุณค่าแห่งยนตรกรรม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การประหยัดน้ำมัน รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว และอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย” มร.โอทซูกะ กล่าวปิดท้าย

โตโยต้า พริอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 ‘No one else’ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ Top Grade และ Standard Grade มี 5 สี ให้เลือก ได้แก่ สีขาว White Pearl (เฉพาะรุ่น Top Grade), สีฟ้า Light Blue Mica Metallic, สีเงิน Silver Metallic, สีดำ Black Mica และ สีแดง Blackish Red Mica

  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-21
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-01
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-27
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-12

สำหรับราคาของ โตโยต้า พริอุส เจนเนอเรชั่นที่ 3 มีดังนี้

• Toyota Prius 1.8L Top (White Pearl) 1,270,000 บาท
• Toyota Prius 1.8L Top 1,260,000 บาท
• Toyota Prius 1.8L Standard 1,190,000 บาท

พบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนของ โตโยต้า พริอุส ได้ในงาน Motor Expo 2010 : ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2010 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมโตโยต้า 320 แห่งทั่วประเทศ

รายละเอียดรถยนต์ โตโยต้า พริอุส

ภายนอกโดดเด่นเกินใครในทุกมุมมอง

- รูปทรงแอโรไดนามิค จากสุดยอดของการออกแบบที่ล้ำสมัยตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ โตโยต้า พริอุส มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ ค่าCd (Co-efficient of drag) เพียง 0.25 ซึ่งมีส่วนช่วยให้มีอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง
- ไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ให้ลำแสงที่สว่าง ชัดเจน ใช้งานได้ยาวนาน และประหยัดพลังงาน
- ระบบทำความสะอาดไฟหน้า ชัดเจนทุกการเดินทาง ด้วยหัวฉีดน้ำทำความสะอาดไฟหน้า แบบพับซ่อนเก็บได้
- ไฟท้าย LED สไตล์สปอร์ต สว่าง ชัดเจน เพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
- ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว น้ำหนักเบา ลดแรงเสียดทาน พร้อมการออกแบบที่คำนึงถึงการหมุนวนของอากาศบริเวณซุ้มล้อ ซึ่งมีส่วนช่วยให้มีอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง

ภายในล้ำหน้าเหนือชั้นในทุกสัมผัสเทคโนโลยี

- Head-up Display ปลอดภัยและล้ำสมัยด้วย การแสดงผลมาตรวัดความเร็วรถ และระดับการขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนกระจกบังลมด้านหน้า ในระดับที่ผู้ขับสามารถมองเห็นได้โดยไม่ บดบังทัศนวิสัยและไม่ต้องละสายตาจากถนน
- จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบออพติตรอน (Advanced Multi-Information Display หรือ MID) แสดงค่าทุกการทำงานขณะขับขี่ โดยแบ่งการแสดงผลออกเป็น 3 โหมด
1. โหมดการทำงานของระบบไฮบริด (Energy Monitor)
2. โหมดแสดงผลการขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Hybrid System Indicator)
3. โหมดแสดงผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง (Consumption Record)

- ปุ่มควบคุมที่พวงมาลัยระบบสัมผัส ที่สามารถแสดงภาพกราฟฟิกปุ่มควบคุมบริเวณพวงมาลัยบนจอ MID ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นและควบคุม ระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธ ได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นในขณะขับขี่
- ระบบเครื่องเสียง 6 CD* พร้อมลำโพง 8 จุด ที่ให้ความเพลิดเพลินตลอดการเดิน รองรับไฟล์ MP3 / WMA พร้อมช่องต่อ AUX (*เฉพาะรุ่น Top Grade)
- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) เพื่อความปลอดภัยขณะขับขี่
- ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry) และ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) ให้ความสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้กุญแจ ในการเปิดประตูและการสตาร์ทรถ
- เบาะนั่งแบบพิเศษ ที่ปฎิวัติแนวคิดการออกแบบเพื่อความสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง โดยการเพิ่มพื้นที่ระหว่างเบาะหน้าและเบาะหลัง
- พื้นที่เก็บของด้านหลัง กว้างขวาง เพียงพอสำหรับถุงกอล์ฟ 3 ใบ

ระบบส่งกำลัง นำหน้าทุกเส้นทางอย่างท้าทาย ก้าวไปพร้อมพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต

เครื่องยนต์ที่ผสานความล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยี Atkinson Cycle และระบบควบคุมการหมุนเวียนไอเสีย EGR(Exhaust Gas Recirculation) ที่มีการติดตั้งระบบระบายความร้อน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลภาวะจากไอเสีย พร้อมระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ประหยัดคุ้มค่า
- รุ่น 2ZR – FXE / 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i
- ความจุกระบอกสูบ 1,797 ซีซี
- แรงม้าสูงสุด 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
- มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ที่พัฒนาระบบเกียร์ทดกำลังให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบายิ่งขึ้น แต่สามารถรองรับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้น
ชนิดมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร
- แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์
- กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ (82 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร
- เกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ (Electronic Gear Shift) เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่รองรับทุกการสั่งงาน พร้อมระบบคันเกียร์ที่กลับคืนสู่ตำแหน่งกลางโดยอัตโนมัติทุกครั้งหลังการ เข้าเกียร์ เพิ่มความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์
- เกียร์ทดกำลัง (Reduction Gear) เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมให้ความนุ่มนวลในจังหวะการเปลี่ยนเกียร์
- อุปกรณ์แยกกำลัง (Power Split Device) ที่ผสานการทำงานระหว่าง เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อย่างลงตัว
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ตอบสนองการเร่ง โดยการเสริมพลังไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน
- หน่วยควบคุมไฟฟ้า (Power Control Unit) ทำหน้าที่ควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี และไฟฟ้ากระแสสลับจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้ทำงานได้อย่าง เหมาะสม พร้อมช่วยขยายกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรีได้สูงถึง 650 โวลต์
- แบตเตอรีไฮบริด Ni-MH (Nickel–Metal Hydride) ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าทำให้แบตเตอรี ไฮบริดมีน้ำหนักเบาขึ้น ทนทานยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม

  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-22
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-20
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-21
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-24

รูปแบบการขับขี่ ล้ำหน้าแห่งการขับขี่ ที่ให้คุณเลือกสามารถเลือกได้ถึง 3 รูปแบบ

- โหมดการขับขี่ทรงพลัง (PWR Mode) ระบบจะผสานกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองการขับขี่อย่างทันใจ
- โหมดการขับขี่ประหยัดน้ำมัน (ECO Mode) ระบบจะเลือกใช้กำลังในการขับเคลื่อน จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
- โหมดการขับขี่เงียบสนิท (EV Mode) ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ให้การขับขี่ที่เงียบสนิท เหมาะสำหรับการเดินทางในบริเวณที่ใช้ความเร็วต่ำ

ความปลอดภัย ทุกการเดินทางคือความอุ่นใจ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

ความปลอดภัย แบบป้องกัน (Active Safety)
- สัญญาณไฟเบรกกระพริบเมื่อเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Lamps) เพิ่มความปลอดภัย เมื่อเกิดการเบรกกะทันหัน ด้วยสัญญาณไฟเบรกอัตโนมัติแจ้งเตือนรถที่อยู่ด้านหลังทันที
- ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC – Vehicle Stability Control) ที่ทำงานร่วมกับ EPS (Electronic Power Steering) รักษาการทรงตัวของรถในทุกสภาพการขับขี่ โดยการสั่งให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ และควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้ออย่างอิสระเพื่อรักษาการทรงตัวของรถให้สมดุลที่สุด
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ในทุกๆการเบรก ระบบจะปรับแรงดันน้ำมันเบรกทั้ง 4 ล้อให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่กดลงในแต่ละล้อ เพื่อประสิทธิภาพการเบรกที่ดีขึ้น
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC – Traction Control System) คอยควบคุมและป้องกันการลื่นไถลของล้อ เมื่อมีการเหยียบคันเร่งมากเกินไปขณะออกตัว หรือการเร่งความเร็วแบบกะทันหันบนถนนลื่น
- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) สำหรับการเบรกแบบกะทันหันบนถนนที่เปียก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมทิศทางของรถได้ดีขึ้น
ความปลอดภัย แบบปกป้อง (Passive Safety)

ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุดรอบคัน เสริมความปลอดภัย โดยติดตั้งไว้รอบคัน (ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง / ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง / ม่าน 2 ตำแหน่ง และ เข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง)

หมอนพิงศีรษะคู่หน้าแบบช่วยลดแรงกระแทก (Active Headrest) เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง หมอนพิงศีรษะจะปรับองศาอัตโนมัติเพื่อรองรับสรีระบริเวณคอทันที ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บที่กระดูกคอ

โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทก เทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสารจากการชนทั้งด้านหน้าและ ด้านข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ

  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-31
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-25
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-05
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-07
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-20
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-13
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-02
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-27
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-23
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-21
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-12
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-16
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-26
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-29
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-14
  • 2011-Toyota-Prius-Thailand-22

ที่มา: Toyota

รายละเอียดเพิ่มเติม