ทดลองขับ 2012 BMW 3-Series (F30) Luxury Line 320d Twin Turbo

Admin Posted: August 14th, 2012

All-New BMW 3 Series 2012 รหัสตัวถัง F30 ถือเป็น 3 Series Generation ที่ 6 นับตั้งแต่ E21, E30, E36, E46 และ E90 เป็นเวลานานถึง 36 ปี จนมาถึงตัวถังล่าสุดในปี 2012 นี้ ได้เปลี่ยนรหัสตัวถังจาก E เป็น F มันคือจุดเปลี่ยนซึ่งเป็นความโดดเด่นที่แตกต่างจากตัวถังรุ่นก่อนๆ นั่นก็คือ มีการแตกไลน์หรือรุ่นย่อยออกเป็น 3 ไลน์ด้วยกัน ได้แก่ Sport , Modern และ Luxury โดยทั้ง 3 รุ่นนี้ ได้ทำการตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเป็นการตอบโจทย์แก่กลุ่มลูกค้าในแต่ละวัยให้มากขึ้น และเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาเพิ่มเติมในอีกหลายด้าน สำหรับตัวที่ทำการเปิดตลาดในบ้านเราปีนี้ เป็นเครื่องยนต์ดีเซล Twin Turbo 2000cc มีรหัสรุ่นว่า 320d ซึ่งมีราคาเดียวนั่นคือ 2.99 ล้านบาท (ราคาจากทางศูนย์ BMW ประเทศไทย) สำหรับผู้ที่สนใจในเครื่องยนต์เบนซินคงต้องรอกันในปีหน้า

First Drive Showroom German Auto – Mega Bangna

DSC_0864_resize

ในการทดสอบขับครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทาง BMW German Auto ที่ให้รถยนต์ BMW 3 series Luxury Line 320d Twin Turbo สีขาว มาให้ทดสอบในครั้งนี้ และเนื่องจากเป็นรถรุ่นใหม่ ทางโชว์รูมจึงให้เราได้ทดลองขับเป็นระยะทางสั้นๆเท่านั้น โดยวิ่งออกจากโชว์รูมตรงออกไปที่ Mega Bangna และวนกลับไปยังโชว์รูม

ภายนอก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นดูๆแล้ว มันช่างละม้ายคล้าย F10 (5 Series) เสียจริง โดยเฉพาะในส่วนท้ายนั้น ทั้งทรงไฟท้าย ฝากระโปรงท้าย จนถึงชายสเกิร์ตด้านล่าง ช่างเหมือนกันราวกับเป็นฝาแฝดเดียวกัน เพียงต่างไซส์เท่านั้น แต่ในส่วนด้านหน้านั้นแตกต่างพอสมควร ไฟหน้าของเจ้า F30 ดูคมกว่า F10 อย่างชัดเจน การดีไซน์กันชนหน้านั้นดูเรียวและสปอร์ตกว่า สำหรับมิติรถในทุกๆ ด้านเมื่อเทียบกับตัวถัง E90 นั้นยาวกว่าทุกด้าน แต่ทว่ากลับให้น้ำหนักที่เบากว่าถึง 30kg เพราะมีการลดน้ำหนักจากการใช้วัสดุชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง ทำให้น้ำหนักเบาขึ้น อย่างตัวถัง Chassis , คานหน้า รวมถึงฝากระโปรงหน้าเป็นวัสดุอลูมีเนียมเกรดพิเศษ จึงให้น้ำหนักที่เบาแต่ยังคงความคงทนและแข็งแรง

DSC_0881_resize

ภายใน มีให้ทั้งความหรูหราสะดวกสบายและลูกเล่นมากมาย เบาะนั่งปรับไฟฟ้าที่มีระบบ Seats With Drive Memory สามารถจดจำการตั้งค่าเบาะได้ 2 ค่า จอแสดงผล iDrive แบบ Free Standing ขนาด 8.8” ซึ่งเป็น Infotainment ที่มีทั้งระบบนำทาง, ระบบ BMW Connected Drive ซึ่งให้คุณเข้า Application Facebook, Twitter รวมถึงการเข้าถึงอีเมล ซึ่งสามารถเชื่อมต่อผ่าน Gadget ของ Apple อย่าง iPhone และ iPod, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และที่ขาดไม่ได้ระบบ Hand Free Trunk Opening ซึ่งมีเซ็นเซอร์เปิดฝากระโปรงท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ เพียงยื่นปลายเท้าเข้าไปที่ด้านใต้ฝากระโปรงท้าย ฝากระโปรงจะเด้งเปิดออกให้โดยอัตโนมัติ

DSC_0871_resize

ในด้านการขับขี่ เครื่องยนต์ดีเซล Twin Turbo Intercooler 2,000cc DOHC 16 วาล์ว ให้กำลัง 184PS กับแรงบิด 380Nm มันมีกำลังมากพอตัวทีเดียว เท่าที่ได้ลองขับดูใน Sport Mode ซึ่งเป็นระยะทางสั้นๆพบว่า การออกตัวในรอบต่ำๆ ช่วงแรกเป็นแบบเรื่อยๆ ไม่ได้เอื่อยหรือเร็วมากมาย แต่ในรอบกลางๆไปจะพบว่า Torque จะเริ่มมามากขึ้น รอบกวาดไวขึ้น น่าจะเป็นลักษณะนิสัยของรถเครื่องยนต์ Turbo ที่มีแรงอัดไอเสียมากขึ้นไปปั่นใบพัด และเมื่อเทียบกับ Comfort Mode (ซึ่งเป็น Mode ขับขี่แบบปกติ) จะรู้สึกถึงการตอบสนองต่อคันเร่งที่ไวมากกว่า กดนิดเดียวรอบก็มา และลากรอบได้มากขึ้น ขับมันขึ้นจริง แบบสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้วเดียว เมื่อลองกดเปลี่ยนไปที่ Eco Mode ก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงการตอบสนองต่อคันเร่งที่ช้าลง และรอบค่อยๆไต่ขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และในตัวถังนี้ได้มีการพัฒนาให้มีระบบ Auto Start/stop Function ของเครื่องยนต์ ซึ่งจะช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองในขณะที่การจราจรติดขัดได้อีกด้วย

DSC_0886_resize

ช่วงล่างที่ทำได้นุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม อาจจะมาจากการเซตช่วงล่างใหม่ เพื่อเน้นให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายมากขึ้น และประกอบกับยางขนาด 225/50/17 ซึ่งมีแก้มยางหนาขึ้นกว่าตัว E90 ที่มีขนาด 225/45/17 อาจทำให้ Feeling แบบ Sport หายไปบ้าง เพราะเรื่องการยึดเกาะความหนึบแน่น อาจให้ความรู้สึกที่โคลงเคลงมากกว่า ตามที่ความนุ่มนวลนั้นมีให้ แต่ก็ยังถือว่า ยังหนักแน่นในสไตล์ BMW อยู่ เพียงแต่ช่วงล่างนี้อาจลดความดิบลง

เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 Speed ถูกปลดประจำการไป เปลี่ยนเป็นแบบ 8 Speed ลูกใหม่ ซึ่งให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญน่าจะส่งผลต่ออัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นอีกด้วย

DSC_0889_resize

สรุป All-New BMW 3-Series 2012 มีจุดเด่นที่การตกแต่งภายในที่ดูดีสวยงามและเอาใจลูกค้าที่หลากหลาย จากการแตกไลน์ โหมดการขับขี่ที่ทำมารองรับการขับในทุกรูปแบบ ในเรื่องการโดยสารที่จะเน้นความสบายมากขึ้น ทั้งช่วงล่างที่นิ่มนวลขึ้น รวมถึงพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่กว้างขึ้นกว่าเดิม แต่สำหรับคนที่ชอบ Feeling Sport อาจถามหาช่วงล่างในแบบเดิมมากกว่า จุดเด่นแตกต่างที่สำคัญ คือ เกียร์ 8 Speed ลูกใหม่ที่มาแทน 6 Speed ร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลอันเลื่องชื่อของ BMW แถมด้วย Auto Start/stop Function และระบบ Eco Mode ทั้งหมดนี้น่าจะให้ความประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม สำหรับเทคโนโลยีลูกเล่นใหม่ๆที่ทาง BMW ใส่เพิ่มเข้ามาใน Infotainment ของ iDrive เพื่อตอบโจทย์ยุค Social Network กับ BMW Connected Drive ยิ่งน่าจะถูกใจสาวก Smartphone ทั้งหลายอีกด้วย ถือว่าเป็นรถที่ให้ความสะดวกสบายพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่มากมาย มันจึงเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งกับราคารถที่น่าคบหาที่ 2.99 ล้านบาท (ราคาจากทางศูนย์ BMW ประเทศไทย)

ภณ เพียรทนงกิจ (พล autospinn) ผู้เขียน

  • DSC_0892_resize
  • DSC_0891_resize
  • DSC_0890_resize
  • DSC_0889_resize
  • DSC_0888_resize
  • DSC_0887_resize
  • DSC_0886_resize
  • DSC_0885_resize
  • DSC_0884_resize
  • DSC_0883_resize
  • DSC_0882_resize
  • DSC_0881_resize
  • DSC_0880_resize
  • DSC_0879_resize
  • DSC_0878_resize
  • DSC_0877_resize
  • DSC_0876_resize
  • DSC_0875_resize
  • DSC_0874_resize
  • DSC_0873_resize
  • DSC_0872_resize
  • DSC_0871_resize
  • DSC_0870_resize
  • DSC_0869_resize
  • DSC_0868_resize
  • DSC_0867_resize
  • DSC_0866_resize
  • DSC_0865_resize
  • DSC_0864_resize
  • DSC_0863_resize
  • DSC_0862_resize
  • DSC_0861_resize
  • DSC_0860_resize
  • DSC_0859_resize
  • DSC_0858_resize
  • DSC_0857_resize
  • DSC_0856_resize
  • DSC_0855_resize
  • DSC_0854_resize
  • DSC_0853_resize
  • DSC_0852_resize
  • DSC_0851_resize
  • DSC_0850_resize