ขับทดสอบ Honda City CNG ไปกลับกรุงเทพฯ-พัทยา รวมระยะทาง 150 กิโลเมตร

Admin Posted: October 18th, 2012

หลังจากที่ปีนี้ทาง Honda Automobile ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์กันอย่างต่อเนื่องชนิดกระหน่ำ Summer Sale ส่วนลดคืนภาษีรถยนต์คันแรก ที่จริงก็ไม่ได้เน้นเฉพาะรถในโครงการรถยนต์คันแรกเท่านั้น โดยนับตั้งแต่กลางปีนี้ที่เปิดตัว All-New Civic ไป ทาง Honda ก็ได้เปิดตัวรถอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วย Jazz Hybrid, New Freed, City CNG, All-New CR-V และสิ้นปีนี้เตรียมพบกับ Eco Car ตัวถัง Sedan ซึ่งปีนี้ทาง Honda ต้องการขอทวงคืน จากวิกฤติในปีที่แล้ว ยังไงก็ขอเอาใจช่วยด้วยแล้วกัน เอาล่ะพูดเลยประเด็นกันไปไกลอีกแล้ว ณ ตอนนี้ทาง Honda นั้นถือว่าเป็นแบรนด์ ที่มีรถใช้พลังงานทางเลือกกันครบทุกรูปแบบที่หาได้ในประเทศไทย (ไม่นับ LPG) ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ใน All-New Civic และ All-New CR-V หรือ พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า IMA จาก Jazz Hybrid จนมาถึงตัวล่าสุดที่มาเสริมกำลังทัพ เป็นพลังงานทางเลือกจากก๊าซธรรมชาติ ในตัว City CNG นี้

Honda City CNG นี้ ถือเป็นรถยนต์ขนาด 1.5 ลิตรรุ่นแรกที่ติดตั้ง CNG ประกอบสำเร็จจากโรงงาน โดยนำรถยนต์ City รุ่น S และ V มาจับแปลงโฉมเป็นเวอร์ชั่น CNG โดยจะมีจุดสังเกตุแตกต่างจากตัว City ปกติ ตรงโลโก้ด้านท้ายฝากระโปรงหลัง จะมีโลโก้ CNG ติดอยู่ใต้ i-VTEC

DSC_0376_resize

สำหรับขุมพลังเครื่องยนต์นั้น เป็นบล๊อก i-VTEC 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า@6,600rpm แรงบิดสูงสุด 127Nm@4,800 rpm สำหรับเชื้อเพลิง CNG ซึ่งให้กำลังน้อยกว่าเชื้อเพลิงน้ำมัน ที่มี แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 145Nm โดยเจ้าเครื่องยนต์ตัวนี้ ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับพลังงาน 2 ระบบ ทั้งน้ำมันและก๊าซ CNG โดยมีสวิทช์เลือกปรับเปลี่ยนการใช้พลังงาน พร้อมไฟแสดงสถานะการใช้เชื้อเพลิง และปริมาณก๊าซ มาตรฐานมลพิษระดับ Euro 4 ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การควบคุมในการจ่ายก๊าซนั้นจะถูกกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ประมวลผลในการจ่ายก๊าซอย่างเหมาะสมและตัดการจ่ายก๊าซในกรณีฉุกเฉิน ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง และท่อนำก๊าซแรงดันสูงผลิตจากสแตนเลสที่มีความทนทานและอุปกรณ์ลดแรงดันก๊าซทำหน้าที่ปรับลดแรงดันก๊าซให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด การติดตั้งหัวรับเชื้อเพลิง CNG ใกล้จุดเติมน้ำมัน พร้อมลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของก๊าซ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถังก๊าซความจุ 65 ลิตร ซึ่งเติมก๊าซได้จุประมาณ 13 กก. พร้อมแผงกั้นแบ่งพื้นที่ติดตั้งถังก๊าซและห้องสัมภาระด้านท้าย เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันการกระแทกบริเวณห้องสัมภาระด้านท้าย

สำหรับในส่วนของช่วงล่างนั้น มีการติดตั้งระบบกันสะเทือนหน้า-หลังที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับโครงสร้างของตัวถัง CNG อีกทั้งภายในโครงสร้างรถด้านหลังออกแบบเป็น Cross Bar เพิ่มคานเสริมความแกร่ง ซึ่งช่วยในด้านการทรงตัวที่ดี พร้อมเหล็กกันโคลงซึ่งให้ความนุ่มนวลมั่นคงในทุกสภาพถนน

ขับทดสอบ Honda City CNG กรุงเทพฯ – พัทยา

DSC_0415_resize

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ เป็นอีกครั้งที่ทาง Autospinn ได้รับเชิญจากทาง Honda ให้ไปร่วมขับทดสอบ Honda City CNG ในรอบสื่อมวลชน หลังจากเพิ่งได้ขับทดสอบ CR-V เพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งมีรถ Honda City CNG จำนวน 5 คันถูกจัดเตรียมไว้ให้ โดยทั้ง 5 คันนี้เป็นรุ่น V สีขาว ทั้งสิ้น สำหรับการขับทดสอบเส้นทางในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ศูนย์ฝึกอบรม Honda นิคมอุตสาหกรรมบางชัน มุ่งหน้าสู่ถนนกาญจนาภิเษก เข้าทางยกระดับบูรพาวิถี และแวะเปลี่ยนคนขับที่ ปั๊มปตท. Bypass แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร The Glass House ที่พัทยา แล้วจึงมุ่งหน้ากลับ โดยออกไปทาง Bypass และแวะเปลี่ยนคนขับอีกครั้งที่ ปั๊มปตท. Bypass ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นทางยกระดับบูรพาวิถี เพื่อไปกลับไปยังศูนย์ฝึกอบรม Honda ซึ่งผมได้รับให้ขับขากลับ ตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร จนถึงกรุงเทพฯ เป็นระยะทางร่วม 150กม. โดยสภาพจราจรนั้น มีทั้งโล่ง การจราจรปานกลาง และรถติดหนาแน่น เป็นช่วงๆ

ทันทีที่ได้ขึ้นนั่งในตำแหน่งคนขับ ก็บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที ปุ่มที่ใช้สลับการทำงานของน้ำมันและก๊าซที่ด้านขวามือ จะติดเป็นไฟสีแดง ซึ่งหมายถึงใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอยู่ และเมื่อถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมระบบจะปรับเป็นก๊าซให้อัตโนมัติ ไฟจะติดเป็นสีเขียว พร้อมไฟแสดงปริมาณก๊าซคงเหลือ ซึ่งมี 4 จุดทางด้านซ้าย ของไฟแสดงสถานะ ในขณะที่กำลังขับด้วยโหมดน้ำมันอยู่เมื่อกดปุ่มสลับไปใช้ก๊าซไฟจะเปลี่ยนเป็นสีส้มก่อน ที่จะเข้าโหมด CNG แล้วไฟจึงค่อยเปลี่ยนเป็นสีเขียว

DSC_0384_resize

ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์และการขับขี่โดยรวม จากเครื่องยนต์บล๊อกเดิม 1.5 ลิตร i-VTEC ที่ถูกนำมาติดตั้งระบบหัวจ่ายก๊าซ CNG นี้ ทาง Honda ได้โชว์ภาพสไลด์ อัตราเร่งที่เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดอีก 2 รายที่ติดก๊าซ CNG มาจากโรงงาน ซึ่ง City CNG นี้ทำตัวเลขได้ดีกว่าอีก 2 ราย ทั้งในโหมดของน้ำมันและก๊าซ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของวาล์ว, บ่าวาล์ว และหัวเทียน เพื่อให้รองรับเชื้อเพลิง CNG ได้อย่างเหมาะสม และมีความคงทนมากยิ่งขึ้น รวมถึงรับประกันว่าจะไม่พบปัญหาที่พบเห็นกันบ่อยๆ ในรถติดก๊าซ นั่นคือบ่าวาล์วที่มักทรุดลงเมื่อนานไป เมื่อมาลองขับใช้งานดู ความรู้สึกที่ได้นั้น ยังแตกต่างจาก City และ Jazz ตัวปกติค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะในโหมดน้ำมันก็ตาม การขับขี่รอบกลางรถไม่พุ่งเท่าเดิม ดูเหมือนไม่ค่อยมีแรง ซึ่งในส่วนนี้อาจเป็นส่วนมาจากน้ำหนักตัวที่มากขึ้น 80 กก. จากการที่ต้องบรรทุก ถังขนาด 65 ลิตรที่สัมภาระด้านท้ายและการเสริม Cross bar ที่ตัวถังท้าย นี่ยังไม่นับน้ำหนักคนในรถอีกทั้งหมด 4 คนด้วย แต่ถ้าจะให้เทียบความรู้สึกที่จับได้ในการขับขี่ ในโหมดน้ำมันเชื้อเพลิงและ โหมดก๊าซ CNG แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ถ้าอาศัยการจับความรู้สึก แต่ถ้ามองจากตัวเลขแรงม้าที่ Drop ลงเกือบ 20 ตัว และแรงบิดที่หายไปอีกเกือบ 20Nm ถือว่าหายไปเยอะเอาเรื่องเลยทีเดียว และอาจจะมีบ้างที่จับความรู้สึกได้เมื่อขับในช่วงที่ความเร็วสูง หรือรอบเครื่องสูง จะเริ่มสัมผัสได้ว่าน้ำมันจะมีแรงดึงที่มากกว่าอยู่หน่อย แต่ถึงอย่างไรจุดนั้นก็ไม่น่าจะใช่นัยสำคัญอะไร เพราะคนที่ออกรถคันนี้มานั้น คงเน้นออกมาเพื่อขับขี่ให้ประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลักอยู่แล้ว

สำหรับในส่วนของระบบส่งกำลังและการควบคุม ทางด้านเกียร์เป็นแบบ 5 Speed AT Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold System ลูกเดิมที่พบใน City และ Jazz ตัวปกติ ไม่ผิดเพี้ยน แม้อัตราทดเกียร์ก็ตาม ซึ่งยังคงให้นิสัยการขับขี่ที่เหมือนเดิม คือ ไม่คงความ Smooth นัก ยังกระโชกโฮกฮาก ไม่ต่างจากเดิม แต่อาจลดน้อยลง จากกำลังเครื่องยนต์ที่ลดลง ซึ่งทางผมได้ถามทางวิศวกรชาวญี่ปุ่นไปว่า ทำไมไม่เปลี่ยนมาใช้เกียร์ CVT เหมือนอย่าง Jazz Hybrid ได้คำตอบมาว่า เกียร์ 5AT นี้เป็นระบบเกียร์ที่ใหม่กว่าเกียร์ CVT และให้การตอบสนองต่ออัตราเร่งที่ดีกว่า ซึ่งในจุดนี้ผมยอมรับว่าการตอบสนองอัตราเร่งนั้นดีกว่าจริง ลากรอบได้มากกว่า CVT แต่โดยส่วนตัวแล้ว ยังรู้สึกชอบเกียร์ CVT ใน Jazz Hybrid มากกว่าอยู่ดี ในด้านการควบคุมพวงมาลัยเป็นแบบแร็ค แอนด์ พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงไฟฟ้า (EPS) เช่นเดิม แต่ได้มีการปรับเซ็ตระดับของพวงมาลัยใหม่ เพื่อให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องแบกน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จากฟีลลิ่งของ Handling นั้น รู้สึกว่าพวงมาลัยจะให้ความหนืด หนักมือขึ้นหน่อย ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าตัวปกติ แต่ทว่า ในความเร็วสูงนั้นยังคงรู้สึกว่าเบาไปอยู่ดี

DSC_0394_resize

ในด้านเบรกและช่วงล่าง เบรกนั้นเป็นแบบ หน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน หลังแบบดรัมเบรก เช่นเดียวกับในตัว City ปกติ จึงต้องขอบอกตรงๆ เลยว่า ฟีลลิ่งการเบรกนั้น ออกมาไม่ต่างจาก City ตัวเดิม นั่นคือเบรกแทบจะเอาไม่อยู่ตามเคย ซึ่งแตกต่างกับเบรกของ CR-V ที่เพิ่งทดสอบมาเมื่อสัปดาห์ก่อนแบบคนละเรื่องกันเลย ต่อกันด้วยช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตัรท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชั่นบีม H shape พร้อมเหล็กกันโคลง ซึ่งก็เป็นสเป็กแบบเดียวกันกับตัวปกติ ไม่มีผิด แต่ทาง Honda นั้นได้มีการปรับจูนช่วงล่างพิเศษ โดยด้านหน้าได้มีการเปลี่ยนสปริงเรทใหม่, เปลี่ยนการกระจายแรงของโช๊คอัพด้วยแดมเปอร์ใหม่ ในขณะที่ด้านหลังก็ทำเช่นกัน แต่มีการเปลี่ยนขนาดของกันโคลงด้านหลังให้ใหญ่ขึ้น และในตัวถังด้านท้ายนั้นจะมีการเพิ่ม Cross bar เป็นคานเพื่อเสริมความแกร่งของตัวถังเพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งช่วงล่างความรู้สึกที่ได้ ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่แตกต่างถึงขนาดให้จับความรู้สึกได้ นั่นคือ ในขณะที่เป็นผู้ขับขี่นั้น ก็ยังคงให้ความรู้สึกถึงความกระด้างตามสไตล์เดิมที่มีมา แต่จากการที่ได้นั่งในตอนท้ายนั้น รู้สึกเหมือนว่า จะนุ่มขึ้นกว่าเดิมสักเล็กน้อย ไม่กระโดกกระเดกเหมือนตัวปกติ ในส่วนการทดสอบการยึดเกาะนั้น แทบจะไม่ได้ลองในจังหวะเข้าโค้งเลย เนื่องจากทั้งเส้นทาง สภาพจราจร และผู้โดยสารจำนวนมากในรถ แต่ในจังหวะที่ขับด้วยความเร็ว ราวๆ 120กม./ชม. ขึ้นไป จะรู้สึกค่อนข้างนิ่งกว่าเดิมอยู่พอสมควร ซึ่งอาจเป็นผลมาจากน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นจากถังก๊าซความจุ 65 ลิตร ทำให้เหมือนมีคนมานอนอยู่ที่ด้านท้ายรถเพิ่มคอยถ่วงด้านท้าย และบวกกับผู้โดยสารในรถทั้งหมด 4 คน จึงไม่แปลกที่รถจะดูนิ่งขึ้นจากน้ำหนักตัวที่ถ่ายลงสู่ล้อมากขึ้น

DSC_0429_resize

สรุป Honda City CNG ถือเป็นอีกตัวเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการรถที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้มากกว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิง E85 หรือ รถยนต์ที่ใช้ระบบไฮบริด เนื่องจากราคาของก๊าซ CNG ที่ไม่แพงจะทำให้คุณขับรถไปไหนมาไหน ได้อย่างสบายใจ ด้วยอัตราค่าใช้จ่ายตก กม.ละประมาณบาท ในขณะที่รถยนต์ไฮบริด จะตก กม.ละเกือบ 2บาท และ 2บาทปลายๆ สำหรับ เชื้อเพลิง E85 อีกทั้งการรับประกันคุณภาพ 3 ปี จากทาง Honda โดยตรงอีกด้วย ถ้าเทียบกับคุณต้องออกรถยนต์คันหนึ่งและต้องไปเที่ยวหาที่ติดก๊าซเอง เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม และสำหรับคนที่คิดมากกลัวเรื่องประกันจะหลุดอีก ก็ต้องมาดูแลในเรื่องของการประกันคุณภาพเพิ่มอีก เจ้า City CNG คันนี้ช่วยลดความวุ่นวายเหล่านั้นให้แก่คุณได้ สำหรับในการขับขี่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือก๊าซ ความรู้สึกนั้นแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่เสียตรงที่พละกำลังของเครื่องยนต์นั้นโดนทำให้รู้สึกว่ามันโดนหั่นทอนกำลังลงไป ชนิดที่ว่าถ้าเคยขับ Jazz หรือ City ตัวปกติมาก่อน จะรู้สึกได้เลยว่ามันอืดกว่าพอสมควร กำลังเรี่ยวแรงแทบจะไม่ค่อยมี ซึ่งถ้าเกิดซีเรียสในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ตรงนี้ด้วย อาจจะต้องหันไปเลือกเจ้า Jazz Hybrid ที่ราคาสูงกว่าประมาณ 6หมื่นบาท แถมไม่ต้องมาเสียพื้นที่สัมภาระด้านท้าย แล้วยังต้องเที่ยวหาปั๊มก๊าซ และต่อคิวเติม ซึ่งอาจจะรอนานได้ ที่สำคัญกำลังสมรรถนะของเครื่องยนต์เทียบเท่าขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งให้กำลังที่ดีกว่า อย่างชัดเจน และการที่นำเอาเฉพาะ รุ่น S กับ V มาทำนั้น มันเหมือนกับการนำ Jazz รุ่น V มาทำเป็น ตัว Hybrid นั่นทำให้ออปชั่นหลายอย่างที่น่าจะมี ไม่สามารถพบได้ในรุ่น CNG นี้ อยากได้ก็ไปจัดตัวปกติ รุ่นท๊อป SV เอาเอง ทาง Honda น่าจะควรเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าอีกสักหน่อย ให้ลูกค้าได้ออปชั่นเต็มๆ กว่านี้แล้วบวกเงินเพิ่มเข้าไป ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายลูกค้าเป็นผู้ต้องเสียงเงินเอง จึงควรที่จะคิดไตร่ตรองกันดีๆ อีกครั้ง หารถที่ตอบโจทย์คุณแบบที่ใช่จริงๆ ก่อนที่คุณจะต้องรีบตัดสินใจออกรถยนต์ให้ทันภายในสิ้นปีนี้ เพื่อจะได้รับสิทธิคืนเงินภาษี

Honda City CNG มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น S ราคา 659,000บาท และ V ราคา 706,000บาท โดยมีให้เลือก 6 สี แดง (มุก) Carnelian Red Pearl, น้ำตาล (เมทัลลิก) Sparkling Brown Metallic, เงิน (เมทัลลิก) Alabaster Silver Metallic, เทา (เมทัลลิก) Polished Metal Metallic, ขาว Taffeta White, ดำ (มุก) Crystal Black Pearl

ภณ เพียรทนงกิจ (พล autospinn) ผู้เขียน

  • DSC_0443_resize
  • DSC_0438_resize
  • DSC_0437_resize
  • DSC_0436_resize
  • DSC_0435_resize
  • DSC_0434_resize
  • DSC_0433_resize
  • DSC_0432_resize
  • DSC_0431_resize
  • DSC_0430_resize
  • DSC_0429_resize
  • DSC_0428_resize
  • DSC_0427_resize
  • DSC_0426_resize
  • DSC_0425_resize
  • DSC_0424_resize
  • DSC_0423_resize
  • DSC_0422_resize
  • DSC_0421_resize
  • DSC_0420_resize
  • DSC_0419_resize
  • DSC_0418_resize
  • DSC_0417_resize
  • DSC_0416_resize
  • DSC_0415_resize
  • DSC_0414_resize
  • DSC_0413_resize
  • DSC_0412_resize
  • DSC_0411_resize
  • DSC_0410_resize
  • DSC_0409_resize
  • DSC_0408_resize
  • DSC_0407_resize
  • DSC_0406_resize
  • DSC_0405_resize
  • DSC_0399_resize
  • DSC_0398_resize
  • DSC_0397_resize
  • DSC_0396_resize
  • DSC_0395_resize
  • DSC_0394_resize
  • DSC_0393_resize
  • DSC_0392_resize
  • DSC_0391_resize
  • DSC_0390_resize
  • DSC_0389_resize
  • DSC_0388_resize
  • DSC_0387_resize
  • DSC_0385_resize
  • DSC_0384_resize
  • DSC_0383_resize
  • DSC_0382_resize
  • DSC_0381_resize
  • DSC_0379_resize
  • DSC_0378_resize
  • DSC_0377_resize
  • DSC_0376_resize
  • DSC_0375_resize
  • DSC_0374_resize
  • DSC_0371_resize
  • DSC_0370_resize
  • DSC_0368_resize
  • DSC_0367_resize
  • DSC_0366_resize
  • DSC_0365_resize
  • DSC_0361_resize

รายละเอียดเพิ่มเติม