Test Drive Honda Freed : Motor Drive Eps.3

Admin Posted: January 30th, 2013

สำหรับช่วง Motor Drive ในสัปดาห์นี้เราจะพาทุกท่านไปทดสอบสมรรถนะของรถครอบครับสไตล์ Compact MPV จากค่าย Honda ที่ปรับโฉมมาใหม่พร้อมเพิ่มฟังชั่นมาให้แบบครบเซ็ท ถ้าพร้อมกันแล้วเราไปพบกับ Honda Freed ใหม่กันเลย

Test Drive Honda Freed EL

หลังจากที่ Honda Freed ยานยนต์อเนกสงค์ในแบบ MUV หรือ Mini MPV 7 ที่นั่ง พื้นฐาน Jazz หรือ Fit ได้เปิดตัวไปเมื่อ 4 ปีก่อน วันนี้ Honda Freed กลับมาอีกครั้งพร้อมรูปลักษณ์ที่เพิ่มอารมณ์สปอร์ตพร้อมเติมเต็มในเรื่องของความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้นในค่าตัวที่สมเหตุสมผลมากกว่าเดิม ในรุ่น Minorchage ที่เปิดตัวไปเม่ื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เราจะพาไปพิสูจน์สมรรถนะและความคุ้มค่ากันอีกครั้งสำหรับ Honda Freed ใหม่คันนี้

Built to Freed
สำหรับเส้นทางของตลาดในกลุ่ม Mini MPV ที่ทาง Honda ตั้งให้เป็นรถแบบ MUV หรือ Multi Utility Vehicle นั้นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2001 กับการนำเอาแพลทฟอร์มของรถซิตี้คาร์อย่าง Honda Jazz หรือ Fit ในเจนเนอเรชั่นแรก รหัส GD มาเพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยตัวถังแบบมินิแวนรูปทรงเหลี่ยมขนาด 7 ที่นั่งจนกลายมาเป็น Honda Mobilio ซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของ Honda Freed ในปัจจุบัน และใช้ขุมพลังบล็อก i-DSI ความจุ 1.5 ลิตร 88 แรงม้า ในช่วงแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ VTEC รหัส L15A 110 แรงม้าในรุ่น Minorchange

จากนั้นจึงเป็นคิวของ Freed ในโมเดลปัจจุบันซึ่งใช้ตัวถัง Jazz ในโมเดลที่ 2 รหัส GE มาพัฒนาตามสูตรเดิมคือต้องการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้มากชึ้นพร้อมปรับหน้าตาให้ทันสมัยอีกเล็กน้อยบนรูปทรงกล่องที่มีหน้าตัดทรง 3 เหลี่ยม พร้อมประตูสไลล์อันเป็นเอกลักษณ์ไว้เช่นเดิม โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ที่ญี่ปุ่น ก่อนจะเปิดตัวที่เมืองไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 จึงเปิดตัวที่บ้านเราและมีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่น ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 8 แสนปลายๆไปจนถึงรุ่นท็อปที่ราคาสูงถึง 1.0745 ล้านบาท และทำตลาดต่อเนื่องมาจนถึงปี 2012 โดยทำยอดขายรวมได้ 11,400 คัน ก่อนจะเปิดตัวรุ่น Minorchange เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีให้เลือกเพียง 2 รุ่น คือรุ่น SE ราคา 839,000 บาท และรุ่น EL ราคา 949,000 บาท

Honda Freed M/Y 2009
Honda Freed S ราคา 894,500 บาท
Honda Freed E ราคา 974,500 บาท
Honda Freed E Sport ราคา 1,014,500 บาท
Honda Freed E Navi Sport ราคา 1,074,500 บาท

New Honda Freed M/Y 2012
รุ่น SE ราคา 839,000 บาท
รุ่น EL ราคา 949,000 บาท

Design&Interior

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ Honda Freed ใหม่ ที่เรานำมาทดสอบในวันนี้นั้น ทาง Honda มีการปรับปรุงหน้าตาให้ดูแตกต่างไปจากรุ่นเดิม โดยเฉพาะที่ด้านหน้าซึ่งเปลี่ยนลุ๊คจากเดิมในสไตล์สปอร์ตมาเป็นดีไซน์ที่หรูหรามีระดับมากขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าชั้นเดียวมาดเข้มสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport และแบบโครมเมี่ยมแบบเรียบๆในรุ่นปกติ มาเป็นกระจังหน้าโครมเมี่ยม 3 ชั้นแบบเล่นระดับเพิ่มความหรูหราดูมีมิติมากขึ้น ต่อเนื่องถึงไฟหน้าดีไซน์ใหม่ลดเส้นโค้งบนรูปทรงที่เหลี่ยมมากขึ้นในโคมแบบใสแทนที่โคมดำในรุ่นเดิมพร้อมไฟส่องสว่างแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์แบบเดียวกับรุ่นก่อน ส่วนกันหน้านั้นยกของเดิมออกเป็นแบบใหม่ที่หน้าตาคล้ายกับกันชนหน้าของ Jazz ซึ่งไม่มีไฟตัดหมอกมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานถ้าอยากได้ต้องเสียตังค์เปลี่ยนพร้อมกันชนเพราะไม่มีช่องสำหรับติดตั้งเผื่อไว้ให้ในรุ่นนี้

จากนั้นมาดูต่อกันที่ด้านข้างซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก มีเพียงล้ออัลลอยที่เปลี่ยนจากลาย 7 ก้านแบบเรียบๆมาเป็นแบบก้านคู่ในจำนวนและขนาดที่เท่าาเดิมคือ 15 นิ้ว ส่วนกระจกมองข้างแบบมีไฟเลี้ยวในตัวจะมีมาให้เฉพาะในรุ่น EL และเพิ่มออฟชั่นในส่วนของประตูหลังแบบสไลด์ ซ้าย/ขวา (Dual Power Sliding Doors) แบบไฟฟ้าที่สามารถควบคุมผ่านสวิทซ์ เปิด/ปิด จากรีโมทคอนโทรลได้ทั้งในรุ่น SE และรุ่น EL ซึ่งถือเป็นจุดขายใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่จะสไลด์ เปิด/ปิดได้จากรีโมทเฉพาะในรุ่น E เท่านั้น ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่น่าจะมีมาให้ทุกรุ่นตั้งแต่ต้นแล้ว คราวนี้มาดูที่บั้นท้ายที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซึ่งถ้าลองดูดีๆจะเห็นว่า Honda ได้ทำการเปลี่ยนไฟท้ายใหม่เป็นแบบเรียบ รวมถึงคิ้วฝากระโปรงท้ายโครมเมี่ยมที่เปลี่ยนจากเดิมแบบเรียบมาเป็นดีไซน์ใหม่ที่เน้นรูปทรงที่ดูมีมิติมากขึ้นพร้อมติดตั้งกล้องส่องภาพด้านหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น EL เช่นเดียวกับสปอยเลอร์หลังที่ไม่ต้องเสียตังค์เพิ่มก็หล่อได้ในแบบสปอร์ต

ภายในห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แถวในสูตร 2+2+3 ที่นั่งของ Freed นั้นถึงแม้จะมีพื้นที่ซึ่ีงไม่กว้างขวางมากนักแต่ด้วยการออกแบบในสไตล์ Open Cafe ที่ให้รู้สึกโปร่งโล่งสบายด้วยคอนโซลหน้าดีไซน์ราบเรียบสไตล์เคาน์เตอร์บาร์ในร้านกาแฟที่แยกส่วนอุปกรณ์ต่างๆไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเครื่องเล่นวิทยุ MP3 ทรงเหลี่ยมจอสัมผัสแบบ LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX ที่ตรงกลางคอนโซลหน้าที่ใช้แสดงภาพจากกล้องส่องหลังได้ด้วย พร้อมสวิทซ์ควบคุมที่พวงมาลัยที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น EL โดยไม่มีระบบนำทาง Navigator มาให้ ถัดลงมาก็จะเป็นแผงควบคุมจะบบปรับอากาศแบบออโต้พร้อมหน้าจอแบบดิจิตอลและเป็นเกียร์สไตล์รถแวนบนคอนโซลหน้า ส่วนมาตรวัดนั้นยังคงเหมือนมาในสไตล์เดิมดีไซน์เรียบๆแบบจอเดียวพร้อมวัดรอบและเกจ์น้ำมันแบบดิจิตอล ซึ่งส่วนที่เป็นจุดเด่นนั่นคือออกแบบช่องทางเดินกลางแบบ Walk Through ที่ช่วยความคล่องตัวในการใช้งานที่สามารถเดินผ่านถึงกันได้จากแถวหน้าไปจนถึงแถวหลังสุด ซึ่งถือเป็นรถสไตล์ Minivan อีกหนึ่งคันที่ถูกใจคุณหนูๆวัยกำลังซนโดยในรุ่นใหม่นี้ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องเล่น DVD พร้อมจอ LCD ขนาด 10 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ พร้อมด้วยเบาะหนังนุ่มๆที่นั่งสบายต่างจากรุ่นท็อปเดิมที่เป็นเบาะผ้า บนพื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยเบาะแถวที่ 3 แบบพับและแขวนได้ในสไตล์เดิม

Engine & Performance
ทางด้านขุมพลังใต้ฝากระโปรงของ Honda Freed คันนี้นั้นยังตงเป็นบล็อกเดียวกับรุ่นเดิมซึ่งใช้ร่วมกับ Jazz โมเดลที่ 2 และ City ในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว SOHC พร้อมวาล์วแปรผัน i-VTEC รหัส L15A ที่ให้พละกพลังสูงสุด 118 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาทีพร้อมแรงบิดอีก 144 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ซึ่งส่งถ่ายกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีดพร้อมระบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกแบบ Grade Logic Control พร้อม Direct control และ Shift Hold control ที่ให้อัตราเร่งที่ค่อนข้างอืดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Jazz ที่ใช้เครื่องเดียวกันแต่มีน้ำหนักตัวที่เบากว่า ซึ่งที่ความเร็ว 100 กม./ชม. Freed จะให้เวลาประมาณ 14.87 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาสเดียวกัน ก่อนจะค่อยไต่ความเร็วขึ้นไปแบบ ชิล ชิล จนไปสุดที่ 170 กม./ชม. ซึ่งเป็นพิกัดสูงสุดที่ใกล้เคียงกับรถซิตี้คาร์ทั่วๆไป

ส่วนในเรื่องของความประหยัดนั้น Freed ทำได้ดีในระดับกลาง ด้วยเครื่องยนต์ที่ต้องแบกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจาก Hondaa Jazz พร้อมรอบเครื่องที่ไม่สูงมากนัก เช่นที่ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องจะอยู่ที่ 1,850 รอบ/นาที และที่ 140 กม./ชม.จะอยู่ีที่ 2,250 รอบ/นาที ซึ่งจากการที่ได้ทดสอบใช้งานในเมืองบนระยะทางรวมกว่า 110 กม. Honda Freed ใหม่ ให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ 10.1 กม./ลิตร ก่อนจะลองขับบนทางโล่งๆแถบชาญเมืองที่ความเร็วเฉลี่ย 95 กม./ลิตร เป็นระยะทางเกือบ 100 กม. นั้น ผลตัวเลขที่ได้คือ 13.47 กม./ลิตร เฉลี่ยแล้ว Freed บริโภคน้ำมันมากกว่า Jazz เล็กน้อยเพื่อแลกกับความอเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นในระดับที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลเลยทีเดียว

Handling & Ride & Safety
จากนั้นมาดูกันที่แฮนลิ่งในการขับขี่ของ Honda Freed ใหม่ ซึ่งติดตั้งระบบกันสะเทือนมาให้ในเป็นแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้า และด้านหลังเป็นแบบคานบิด หรือ ทอร์ชั่นบีม H-Shape ซึ่งเป็นช่วงล่างในแบบฉบับของรถเล็กชุดเดียวกับ Jazz รหัส GE ที่มีการปรับเพิ่มในส่วนต่างๆเพื่อให้เหมาะกับตัวถังที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเขยิบจุดยึดสปริงคู่หลังให้อยู่ใกล้ศูนย์กลางล้อหลังมากขึ้นเพื่อช่วยให้มันนิ่งและยึดเกาะถนนได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจากที่ได้ลองขับ Freed ใหม่ยังคงเป็นรถที่นั่งสบายและโดดเด่นในเรื่องความนุ่มนวลสไตล์รถครอบครัวเป็นหลักพร้อมกับความคล่องตัวที่ได้จากพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ EPS ของ Freed นั้นให้น้ำหนักที่เบามากในความเร็วต่ำทำให้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัวพร้อมช่วง Overhang ที่สั้นและวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร จนทำให้ Freed ดูเป็นรถครอบครัวคนเมืองอย่างชัดเจน เพราะเมื่อขับมันที่ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. นั้นจะเริ่มรู้สึกเหมือนหน้าจะลอยและเริ่มเลี้ยวเข้าไลน์ตามโค้งได้ช้าลงโดยต้องออกแรงดึงมากหน่อยแต่ก็ถือว่าเอาอยู่ได้ไม่ยาก

ส่วนระบบเบรกและระบบความปลอดภัยต่างๆ Freed ยังคงจัดชุดเล็กสเป็กเดียวกับรุ่นแรก คือด้านหน้าแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อนและด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก พร้อมระบบป้องกันล้อล็ก ABS และระบบกระจายเบรก EBD เพียง 2 ระบบเท่านั้น แต่ด้วยสมรรถนะที่ไม่จัดจ้านมากนักระบบเบรกของ Freed คันนี้ก็ถือว่าเอาอยู่ได้ค่อนข้างดีโดยไม่ต้องพึ่งระบบความปลอดภัยอื่นๆ และมีระยะเบรกที่หยุดได้ค่อนข้างสั้นด้วยแรงเบรกที่ไม่ต้องออกแรงกดมากมาย นอกจากนี้ Freed ยังมีถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Dual SRS มาให้เพื่อเพิ่มความอุ่นใจได้อีกระดับบนมาตรฐานเดียวกันทั้งรุ่น SE และ EL คันนี้

Tester Verdict
สรุปแล้ว Honda Freed ใหม่นั้นถือเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ไซด์คอมแพ็คที่ดูหรูหราและโดดเด่นกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันชัดเจนด้วยประตูบานสไลด์แบบไฟฟ้าและหน้าตาที่มีเอกษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจนในสนนราคาที่สูงกว่าคู่แข่งไม่มากแบบรับไม่ได้ รวมถึงห้องโดยสารที่ได้เปรียบเรื่องความโปร่งพร้อมประโยชน์ใช้สอยที่ปรับใช้งานได้หลากหลายและออฟชั่น Entertainment ที่เพิ่มเข้ามาจนสามารถเรียกคะแนนจากคู่แข่งกลับคืนมาได้หลายแต้มจากที่เคยตกเป็นรองจากโมเดลก่อนอย่างไม่ยากเย็น
ยิ่งถ้าลองเทียบกับ Freed ในโมเดลแรกแล้ว ถือว่ายังคงมีรูปร่างหน้าตาที่ดูไม่แตกต่างกันมากนักถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆจุดก็ตาม ส่วนสิ่งที่แตกต่างชัดเจนนั่นคือความคุ้มค่าที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนออฟชั่นต่างๆที่จัดเต็มกว่าในราคาแบบเบาๆ ซึ่งถือเป็นการลบจุดด้อยและเพิ่มจุดเด่นให้กับตัวเองอีกครั้งได้อย่างตรงจุด และนี่เองน่าจะมีส่วนช่วยให้ ทำยอดขายได้ดีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมได้ไม่ยาก เรียกว่างานนี้ Freed ใหม่สามารถเอาชนะตัวเองได้อย่างขาดลอยแบบไร้ข้อสงสัย

Specification : Honda Freed EL
รายละเอียดการผลิต
รุ่นปี: 2012
ประเทศผู้ผลิต: Indonesia
ผู้จำหน่ายในประเทศไทย: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
ประเภทรถยนต์: Mini MPV
ราคา (ล้านบาท) 0.949
Dimension: (มม.)
Length: 4,215
Width: 1,700
Height: 1,735
Wheelbase: 2,740
Front/Rear track: 1,478/1,466
Weight 1,355
Engine
รหัส
แบบ เบนซิน SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC
ความจุ (ซีซี) 1,497
อัตราส่วนกำลังอัด 10.4 : 1
ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก (มม.) 73.0 x 89.1
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หัวฉีดมัลติพอยด์ (PGM-Fi)
กำลังสูงสุด(ps.@rpm.) 118 @ 6,600
แรงบิดสูงสุด(Nm.@rpm.) 144 @ 4,800
เชื้อเพลิง เบนซิน 91, 95 แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) E20
ความจุถังน้ำมัน(ลิตร) 42
Drivertrain
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
เกียร์อัตโนมัติ 5 Speed ควบคุมด้วยระบบ Grade logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold Control

Steering
แบบ แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS
วงเลี้ยวแคบสุด (ม.) 5.2
Suspension
หน้า อิสระแม็กเฟอร์สัมสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
หลัง ทอร์ชั่นบีม H-Shape
Break
หน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง ดรัมเบรก
ระบบความปลอดภัย ABS/EBD
ถุงลมนิรภัย Dual SRS Airbag
Wheel+Tire
ล้ออัลลอย 15
ยาง 225/60R18

Test Result : Honda CR-V 2.4 EL/4WD
รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่างๆที่เกียร์ 5
km./h rpm.
60 1,500
80 1,700
100 2,000
120 2,500
140 3,250
160 4,250
รอบเครื่องยนต์สูงสุด 6,500
Acceleration (km./h) sec.
0-100 14.87
Quarter Mile 0-402 m.
Top Speed 170
Consumption (km./l.)
City 10.1
HWY 13.47
AVR.

ขอบคุณ
บริษั้ท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
เอื้อเฟื้อรถทดสอบ

รายละเอียดเพิ่มเติม