เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งเอส-คลาสใหม่รับลูกค้าเศรษฐี

Golfautospinn Posted: August 29th, 2013

เปิดตัวในตลาดโลกไปได้แค่แปปเดียว เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ก็เดินหน้าตามนโยบายท้าชนผู้นำเข้ารายย่อย เมื่อเตรียมงานเปิดตัวเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่กันในวันที่ 5 กันยายน 2556 ที่จะถึงนี้ เรียกว่าเกรย์ยังไม่ทันได้ขยับตัว งานนี้สำนักงานใหญ่ตึกรัจนาการเดินหน้าอย่างว่องไว

13C671_095

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศว่าเอส-คลาสใหม่คือความทะเยอทะยานสู่การเป็นยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลก (The best automotive in the world) ด้วยปัจจัยทางด้านวิศวกรรมที่สำคัญ 3 ประการ ประกอบไปด้วย การขับเคลื่อนอย่างฉลาดล้ำ, เทคโนโลยีแห่งความประหยัด และสัมผัสแห่งความหรูหรา ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาซึ่งเทคโนโลยีที่หลากหลาย ที่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดมากมาย และกลายเป็นผู้นำให้กับโลกอุตสาหกรรมยานยนต์

13C440_050

ดร.ดีเทอร์ เซตช์ ประธานกรรมการบริหาร เดมเลอร์ เอจี และหัวหน้าฝ่ายรถยนต์นั่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่าแทนที่จะมานั่งเถียงกันว่าอยาได้รถยนต์ที่ปลอดภัยหรือความสวยงาม พละกำลังหรือการประหยัด ความสะดวกสบายหรือความโฉบเฉี่ยว ด้วยความทะเยอะทะยานที่ว่า ดีที่สุดหรือก็ไม่มีเลย (The best or nothing) ในทุกความเคารพของเรา จะไม่มีรถยนต์คันไหนในแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สะท้อนคำมั่นสัญญานี้ได้ดีกว่าเอส-คลาสไปอีกแล้ว

13C440_064

13C440_048

ในแง่มุมของสัมผัสที่หรูหรานั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่การออกแบบภายในของตัวรถ ไม่ว่าจะผ่านเบาะที่นั่งหรือระบบปรับอากาศ ระบบควบคุมหรืองานออกแบบ ระบบอินโฟเทนเมน์หรือความสะดวกและความปลอดภัยภายในตัวรถ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดที่ทีมวิศวกรได้สรรค์สร้างให้กับตัวรถและสำหรับทีมงานเอง

13C149_21

ในแง่ของตวามปลอดภัยที่เริ่มต้นกันมากับระบบ PRE-SAFE® ที่เริ่มใช้มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และต่อเนื่องมากับระบบ DISTRONIC PLUS ที่ให้ผลลัพธ์ออกมาที่มิติใหม่ของการขับขี่ เมื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยถูกควบรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เรียกว่าการขับเคลื่อนอย่างฉลาดล้ำ ซึ่งระบบใหม่ที่พัฒนาเข้ามาช่วยให้เอส-คลาสใหม่ สะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

13C149_43

13C302_06

จากการนำเสนอเทคโนโยีด้านความประหยัดในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถบรรลุเป้าหมายในการทำให้เครื่องยนต์ 150 กิโลวัตต์ ใช้น้ำมันเพียง 4.4 ลิตรต่อการวิ่ง 100 กิโลเมตร สำหรับเอส-คลาสใหม่ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.24 นอกจากจะทำลายสถิติของรุ่นเดิมแล้ว ยังถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่มระดับเดียวกันไปโดยปริยาย

13C74_04

รถยนต์คันดังกล่าวยังสร้างสถิติเป็นรถยนต์คันแรกของโลก ที่ไม่มีการใช้หลอดไฟส่องสว่างแบบเดี่ยวในทุกระบบส่องสว่างทั้งภายในและภายนนอกตัวรถ โดยได้นำเทคโนโลยีแอลอีดีมาใช้งานทั้งหมด โดยโคมไฟหน้าจะประกอบด้วยแอลอีดี 56 ดวง ไฟท้ายประกอบด้วยแอลอีดี 35 ดวงและเพิ่มอีก 4 ดวงสำหรับไฟตัดหมอกหลัง ขณะที่ห้องโดยสารภายในจะใช้ไฟแอลอีดีรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 300 ดวง

13C756_07

เปิดตัวในตลาดโลกด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด 2 รุ่น ได้แก่ เอส400 ไฮบริดและเอส300 บลูเทค ไฮบริด ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาประกอบไปด้วยเอส350 บลูเทคและเอส500 ซึ่งแน่นอนว่าสำนักแต่งคู่ใจอย่างเอเอ็มจี ก็ออกเอส63 เอเอ็มจีมาประกบในทันที และทางเดมเลอร์ ก็ประกาศว่าอยู่ระหว่างการทำการทดลองเอส500 ปลั๊กอิน ไฮบริด ซึ่งจะใช้น้ำมันน้อยกว่า 3 ลิตรในการวิ่ง 100 กิโลเมตรให้ได้

13C671_099

รายละเอียดทั้งหมด รวมถึงรุ่นที่จะนำมาทำตลาดในประเทศไทย และราคาจำหน่าย จะติดตามมาให้อีกครั้งหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 5 กันยายนนี้…

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย