[VDO] รีวิว Proton Preve’ 1.6 CFE “ขับสนุกสะใจกับ ขุมพลังเทอร์โบ และ ช่วงล่างที่เจ๋งเกินค่าตัว”

Ballarnut Posted: September 9th, 2013

สำหรับช่วง Motor Drive ในสัปดาห์นี้ รถยนต์ในกลุ่ม C-Segment นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน กับเจ้า Proton Preve’ ที่พกพาความแรงมากับขุมพลังเบนซินเทอร์โบ พร้อมโชว์จุดขายที่อัดแน่นไปด้วยออฟชั่นในราคามิตรภาพ ซึ่ง Preve’ จะมีอะไรเด่นที่พอดึงดูดลูกค้าชาวไทยได้บ้าง

Proton’s Species
เมื่อพูดถึงรถยนต์ Proton ยานยนต์นำเข้าจากประเทศมาเลเชียทีไร ก็ทำให้เราหวนคิดถึงกระแสของยานยนต์สุดประหยัด “คันเล็กจิ๋ว” เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร กับ Proton Savvy ที่สร้างกระแสให้คนไทยหันมาสนใจรถขนาดเล็กกันมากขึ้น ด้วยค่าตัวเริ่มต้นไม่ถึง 4 แสน เรียกได้ว่า Proton เป็นผู้บุกเบิก “ยานยนต์ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์” ก่อน Eco Car จะเกิดซะอีก และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Proton ในบ้าน ก่อนจะเปิดตัวรถในคลาสอื่นๆตามมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตแฮทแบคซ์ 3 ประตู อย่าง NEO, Compact Sedan ที่ชื่อ Gen-2 และ Persona ในเวอร์ชั่น CNG และรถกลุ่ม B-Segment อย่าง Saga ก่อนจะแตกไลน์สู่รถครอบครัวราคาย่อมเยาว์กับ Exora และ Exora Turbo และปิดท้ายด้วย Proton Preve’ ภาคต่อของ Persona ที่เปิดตัวในบ้านเราไปเมื่อช่วงปลายปี 2012 ตามหลังจากประเทศผู้ผลิตที่เปิดตัวไปก่อนช่วงเดือนเมษายนปีเดียวกัน ภายใต้ชื่อ Proton P3-21A และล่าสุด Proton ก็ได้เปิด Preve’ ตัวเวอร์ชั่น 5 ประตู โดยใช้ชื่อว่า Suprima ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
 
review-proton-preve-20
 
โดย Preve’ เวอร์ชั่นบ้านเรานั้นมีให้เลือก 3 รุ่น คือ Standard , Executive และ Premium รุ่นเดียวกับที่เรานำมาทดสอบในวันนี้ ซึ่งมีค่าตัวที่น่าคบเพียง 759,000 บาท สำหรับตัวท็อป และรุ่นกลางก็แค่ 695,000 บาท ตัวออโต้ และ 665,000 บาท รุ่นเกียร์ธรรมดา ส่วนรุ่นมาตราฐานนั้น ออโต้ 655,000 บาท และเกียร์ธรรมดาราคาแค่ 625,000 บาท ราคาพอๆกับตัวรถอีโค่คาร์ตัวท็อปด้วยซ้ำ ซึ่งนอกจากจ่ายน้อยกว่าได้รถที่คันใหญ่และนั่งสบายกว่า รถเล็กๆที่ราคา 6 ,7 แสนแล้ว Proton Preve’ ยังมีอะไรให้อีกเพียบ ซึ่งมันจะเป็นอะไรบ้างและจะส่งผลต่อการขับขี่มากน้อยแค่ไหนนั้น เราไปทดสอบพร้อมๆกันเลย
 
review-proton-preve-3
 
Design&Interior
สำหรับ Proton Preve’ ถ้่าพูดถึงหน้าตาและผลงานการออกแบบนั้น จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการตัดเอาส่วนที่โค้งเว้าสไตล์รถ Proton ต้อนต้น สมัยที่เข้ามาสัมผัสกับถนนเมืองไทยแรกๆ ซะจนทำให้มันดูแปลกตา บนตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ กว้าง 1,786 มม. และยาว 4,543 มม. พร้อมความยาวฐานล้อ 2,650 มม. และกว้าง 1,542 มม. เท่ากันทั้งหน้าและหลัง บนดีไซน์รูปทรงเหลี่ยมประกอบกับเส้นสายที่คมกริบทำให้มันดูเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมตอนเป็น Persona ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์พร้อมไฟ LED เพื่อความโดดเด่น ที่พ่วงระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และฟังชั่นส่องนำทาง (Follow me Home Light) ทรงเหลี่ยมยาวต่อเนื่องกับกระจังหน้าทรง 3 เหลี่ยม พร้อม Logo ตราเสือ และกันชนหน้าที่มีเหลี่ยมมุมและช่องดักลมขนาดใหญ่สไตล์สปอร์ตพร้อมไฟตัดหมอกทรงกลม ด้านข้างดูเรียบๆประกอบกับล้ออัลลอยลาย 10 ก้าน ขนาด16 นิ้ว ซึ่งเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดตัวถัง พร้อมยาง 205/55R16 ส่วนบั้นท้ายเสริมสีสันด้วยไฟท้ายแบบ LED ในกรอบสีเหลี่ยมผืนผ้่า และเพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยชายกันชนล่างแบบ Built-in พร้อมเสริมสปอยเลอร์ขนาดเล็กบนฝากระโปรงหลัง เพื่ออากาศพลศาสตร์ และจัดให้เข้ากับภาพลักษณ์โดยรวมรอบๆคันได้อย่างลงตัว
 
review-proton-preve-4
 
review-proton-preve-5
 
review-proton-preve-6
 
จากนั้นมาดูที่ห้องโดยสาร ดีไซน์เกือบๆสปอร์ต ซึ่งใช้ทั้งโทนสีดำแดง ทั้งการตกแต่งด้วยวัสดุเมทัลลิก หรือแม้กระทั่งพวงมาลัย 3 ก้าน ทรงสปอร์ตเพื่อปลุกเร้าอารมณ์สปอร์ตเต็มที่แล้วก็ตาม แต่ทุกส่วนมันยังดูขาดๆเกินๆ เหมือน Preve’ ต้องการจะควบ 2 ตำแหน่งพร้อมกัน ทั้งตำแหน่ง “รถหรู” และ “Sedan Sport” ไว้ในคันเดียว ซึ่งน่าจะถูกใจลูกค้าเพราะว่างานนี้จ่ายไปไม่ถึง 8 แสน แต่ได้รายการออฟชั่นที่ยาวเหยียดน้องๆ Luxry Car แต่ต้องเข้าใจว่าคุณภาพและวัสดุอาจไม่เลิศหรูเท่ารถราคาหลักล้านแน่นอน เรียกว่ามีให้ใช้จนตาลายแค่นี้ก็เกินคุ้มแล้ว
 
review-proton-preve-7
 
review-proton-preve-10
 
ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรีโมทแบบ Imobilizer สไตล์ Smart Key ที่ทำงานร่วมกับปุ่ม Push Start ด้วยการเสียบที่ช่องข้างๆกัน ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องได้ถ้ากุญแจไม่ประทับอยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับประตูที่ต้องกดรีโมทเปิด/ปิดตามปกติ แต่มีฟังชั่นพับกระจกมองข้างอัตโนมัติแถมมาให้ ถัดมาที่มาตรวัดทรงกลมดีไซน์เรียบๆ ซึ่งซ่อนฟังชั่นไว้เพียบบนจอ SID หรือ Smart info Display ที่จะโชว์เป็นภาพกราฟิกในทุกขั้นตอนตั้งแต่ Start หรือลูกเล่นของแสงสีตอนติดและดับที่ดูเท่พอตัว เท่านั้นไม่พอ ยังมีฟังชั่นที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก คือ Trip Meter บอกระยะการเดินทางที่มีมาให้ถึง 3 ทริป A,B,C เพราะมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยมาให้อีกด้วย
 
review-proton-preve-11
 
review-proton-preve-9
 
ส่วนที่พวงมาลัย Multi-Function หน้าตาคล้ายของ Civic FD นั้นก็มีมาให้ครบทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่มีปุ่มควบคุม ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ทางฝั่งซ้าย ฝั่งขวาเป็นปุ่มสำหรับเครื่องเสียง วิทยุ CD MP3 ยี่ห้อ BLAUPUNKT แบบหน้าจอ Touch Screen พร้อม Bluetooth,USB,iPod ยี่ห้อ และระบบนำทาง Navigator จาก Power Map ส่วนสวิทซ์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Auto Cruise จะอยู่ด้านหลังใต้แกนพวงมาลัย ส่วนด้านบนคือแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle-Shift แต่ไม่มีปุ่มควบคุมจอ On-Board ซึ่งย้ายไปไว้ที่ปลายก้านปัดน้ำฝนที่มีระบบปัดอัตโนมัติ Auto Wipers แทน ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ใน ห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่ารถกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะช่องวางขาตอนหลัง เสียอย่างเดียวที่เบาะนั่งเป็นแบบผ้าแบบเดียวกันตั้งแต่รุ่นถูกยันตัวท็อป ซึ่งถ้าเปลี่ยนเป็นหนังและปรับรูปทรงให้กระชับขึ้นอีกนิด หรือจะปรับไฟฟ้าได้ด้วยยิ่งดี รับรองหรูหราสมใจแน่นอน
 
review-proton-preve-12
 
Engine&Performance
ขุมพลัง 1.6 ลิตรใต้ฝากระโปรง Preve’ นั้นเป็นบล็อกเดียวกับ Proton Exora เทอร์โบ คือมีพื้นฐานเป็นเครื่องเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พิกัด 1,561 ซีซี ในตระกูล Campro แต่เป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุดที่มีการปรับปรุงเทคโนโลยีต่างเพิ่มเติมเพื่อสมรรถนะและความประหยัดที่เพิ่มขึ้น ตาม Project code ในการพัฒนาคือ CFR ซึ่งย่อมาจาก Charged Fuel Efficiency โดยมี Lotus เป็นที่ปรึกษา พร้อมพ่วงระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบจากแบรนด์ดัง Borg Warner ที่ระบายความร้อนผ่านอินเตอร์คูลเลอร์ และทำให้มันมีกำลังสูงสุดที่ 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 205 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่ 2,000 – 4,000 รอบ/นาที ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขแล้ว Preve’ เป็นต่อรถเครื่อง 1.6 ลิตร ในท้องตลาดแน่นอน โดยเฉพาะแรงบิดระดับ 200 นิวตันเมตร ที่จะเป็นตัวฉุดตัวถังหนักว่า 1.3 ตันให้วิ่งฉิวได้ไม่ยาก
 
review-proton-preve-13
 
ส่วนระบบส่งกำลังนั้น Preve’ ใช้เกียร์ออโต้แปรผัน CVT พร้อมโหมด Protonic ไว้เปลี่ยนเกียร์แบบ Sport ตรงคันเกียร์ตำแหน่ง S และ Paddle Shift ที่แบ่งอัตราทดไว้ให้ขับสนุกได้แบบเกียร์ธรรมดาถึง 7 สปีด ซึ่งนอกจากจังหวะเปลี่ยนเกียร์จะนุ่มนวลและต่อเนื่องในโหมด D แล้ว รอบเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงความเร็วยังต่ำตามไปด้วย เช่นที่ 80 กม./ชม. รอบจะอยู่ที่ 1,850 รอบ 100 กม./ชม. ที่ 2,2000 รอบ และ 120 ที่ 2,550 รอบ
 
review-proton-preve-17
 
ซึ่งจากที่ได้ลองขับ คันเร่งตอบสนองค่อนข้างช้าต้องรอจังหวะก่อนที่จะพุ่งไปข้างหน้า ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงดึงตั้งแต่ในรอบต่ำ ด้วยกำลังเสริมจากระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเป็นตัวช่วยให้มันขับไปพร้อมเสียงคารามของเครื่องยนต์สไตล์ Proton ที่ลอดผ่านเข้ามาให้พอได้ฟิวส์ พร้อมเข็มวัดรอบที่กวาดสุดเกิน 5,000 รอบ และทำอัตรา 0-100 กม./ชม. ได้ด้วยเวลา 10.9 วินาที และต่อเนื่องถึง Top Speed ซึ่งเข็มความเร็วทค่อยๆไต่ขึ้นไปเลื่อยจนถึง 200 กม./ชม. ได้อย่างไม่น่าเชื่อว่า “รถซีดานไซด์คอมแพ็ค” จะทำได้
 
review-proton-preve-18
 
ส่วนในด้านความประหยัดนั้น Preve’ ทำสถิติการวิ่งทดสอบในเมืองวันฝนตกรถติดมากๆซึ่งใช้ความเร็วเฉลี่ยได้ 10.0 กม. ต่อน้ำมัน 1 ลิตร ส่วนบนทางโล่งๆชาญเมืองช่วงค่ำจะกินน้ำมันอยู่ที่ 12.1 กม./ลิตร ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 70-80 กม./ชม. กับระยะทางกว่า 100 กม. ได้สบายๆ รวมเฉลี่ยแล้วกินน้ำมันที่ 11.8 กม./ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับรถเครื่อง 1.8 และ 2.0 รวมถึงอัตราเร่งที่เทียบชั้นได้สบายๆเช่นกัน
 
review-proton-preve-14
 
Handling&Ride&Brake

สุดท้ายคือระบบกันสะเทือน ซึ่งตั้งแต่สตาร์ทและได้ทดสอบขับทั้งแบบทั่วไปจ่ายตลาดและแบบ Hardcore ผ่านถนนปูนที่แข็งกระด้างและพื้นผิวที่เต็มไปด้วยกรวดและดินก้อนใหญ่พอตัว บอกได้คำเดียวว่าช่วงล่างแน่นจนไม่รู้สึกถึงอาการสั่นคลอนไม่ว่าจะลุยผ่านอะไรก็ตามที่รถยนต์นั่งพอจะไปได้ ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ คู่หน้าเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้ช่วงล่างคุณภาพแบบมุลติลิงค์ ที่ปรับเซ็ทค่าออกมาในแนวสปอร์ต ซึ่งให้ความรู้สึกที่กระด้างและมีช่วงยุบตัวค่อนข้างน้อย ต่างจากคู่แข่งในคลาสที่มักเซ็ทมาให้นุ่มสไตล์รถครอบครัวเป็นส่วนใหญ่
 
review-proton-preve-19
 
ประกอบกับการบังคับควบคุมผ่านพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิกส์ผ่อนแรง โดยไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าเข้ามาข่วยปรับแต่งน้ำหนักในแต่ละช่วงความเร็วเหมือนกับรถทั่วๆไปในยุคนี้ซึ่งผลที่ได้คือน้ำหนักพวงมาลัยที่หนักเอาเรื่องโดยเฉพาะที่ความเร็วต่ำ แต่มันจะช่วยให้มีแฮนลิ่งที่แน่นหนึบโดยอัตโนมัติแบบไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีให้วุ่นวาย แต่ได้แฮนลิ่งด์ออกมาน้องรถสปอร์ตค่าย Lotus ซึ่งเป็นผู้ดูแลโปรเจ็คหลักของรถยนต์ Proton และทำให้ Preve’ สามารถซัดผ่านโค้งด้วยความเร็วสูงได้สบายๆ ยิ่งทางตรงนั้นหายห่วงนิ่งสนิทจนถึง Top Speed แม้จะลองเหวี่ยงแรงๆเพื่อให้ท้ายออกมันยังไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็น มันก็มีท้ายบานออกเล็กน้อยไม่ถึงกับเสียอาการจนระบบต้องเข้ามาแก้ไขให้ เรียกว่าขับสนุกและมั่นใจได้เกินหน้ารถซีดานเลยทีเดียว
 
review-proton-preve-15
 
ส่วนระบบเบรกนั้นจัดเต็มแบบดิสก์ 4 ล้อ มาให้พร้อมขนาดจาน ขนาดใหญ่ ใกล้เคียงรถสปอร์ต ไซด์ 380 มม. เท่ากันทั้ง 4 ล้อ เรียกว่าหยุดได้สนิทหายห่วง ถึงแม้ว่าจะมีจังหวะเบรกที่ค่อนข้างลึกเหมือนไม่อยู่ก็ตาม นอกจากนี้ Preve’ ยังประเคนระบบความปลอดภัยระดับใกล้เคียงกับ Luxury Car ตั้งแต่ ABS , EBD หรือ TCL ป้องกันล้อลื่นไถล และปิดท้ายด้วยระบบควบควบเสถียรภาพการทรงตัว ESC อีกทั้งยังมี ถุงลมนิรภัยที่คู่หน้าพร้อมปุ่มเปิด/ปิดเพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้ Baby Seat ที่เบาะผู้โดยสารตอนหน้ามาตรฐานเดียวกับรถยุโรปมาให้ด้วย เพียงเท่านี้ก็ถือคุ้มค่าเกินค่าตัวแล้ว  
 
review-proton-preve-21
 
Tester Verdict
สรุปแล้ว Proton Preve’ คันนี้ถึงแม้จะมีหน้าตาที่หล่อแต่ไม่สะดุดตามากนักก็ตาม แต่ถ้าเทียบสมรรถนะกับรถใกนกลุ่ม C-Segment เอง ทั้งเครื่อง 1.6 , 1.8 หรือ 2.0 ลิตร ก็ตาม Preve’ วิ่งได้แรงไม่แพ้ใครไม่ว่าจะเครื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่ยังคงใช้เครื่อง NA เป็นมาตรฐานและไม่สามารถสู้พลังจาก “หอยพิษ” ที่แผงใน Preve’ ได้แน่นอน แถม Preve’ ยังโชว์เหนือ เรียกคะแนนด้วยช่วงล่างแน่นๆสไตล์ยุโรปให้ขับได้สนุกจนเกินคุ้ม นี่ยังไม่นับออฟชั่นอำนวยความสะดวกที่มีให้เพียบ แซงหน้าคู่แข่งจนตามแทบไม่ติด สุดท้ายเรื่องความปลอดภัยซึ่ง Proton นั้นใส่ใจแลัจะจัดเต็มมาให้จนเกินพอ และทำให้ Preve’ ต่างจากค่ายอื่นๆที่มักเพิ่มออฟชั่นไม่จำเป็น แต่กลับลดระบบ Safety ซะส่วนใหญ่ และนี่เองคือความโดดเด่นที่คุ้มค่าของ “รถประจำชาติ” ของชาว มาเล มาเล ที่เราสัมผัสได้จาก Proton Preve’ คันนี้นี่เอง
 
review-proton-preve-22
Specification : Proton Preve’ 1.6/CVT(Premium)

รายละเอียดการผลิต
รุ่นปี: 2012
ประเทศผู้ผลิต: Malaysia
ผู้จำหน่ายในประเทศไทย: บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด
ประเภทรถยนต์: Compact Sedan
ราคา (ล้านบาท) 0.759

Dimension: (mm.)
Length: 4,543
Width: 1,786
Height: 1,524
Wheelbase: 2,650
Weight 1,360

Engine
รุ่น CamPro CFE
แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Turbo Charged Intercooler
ความจุ (ซีซี) 1,561
กำลังสูงสุด(ps.@rpm.) 138@ 5,000
แรงบิดสูงสุด(Nm.@rpm.) 205@ 2,000 -4,000
เชื้อเพลิง เบนซิน 95,91 แก๊สโซฮอล์ 95,91 และ E20
ความจุถังน้ำมัน(ลิตร) 50

Drivetrain
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
เกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด

Steering
แบบ แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฮดรอลิก
วงเลี้ยวแคบสุด (ม.) 5.4

Suspension
หน้า อิสระแม็กเฟอร์สันสปริงตรัท
หลัง มัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง

Brake
หน้า ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน/ขนาดจาน 380 มม.
หลัง ดิสก์เบรก/ขนาดจาน 380 มม.

ระบบความปลอดภัย ABS/EBD/TCL/ESC
ถุงลมนิรภัย Dual SRS Airbag

Wheel+Tire
ล้ออัลลอย 16
ยาง 205/55R16
ล้ออะไหล่ กระทะเหล็กขนาด 4 TX16 /ยาง T135-70D16

Test Result
รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่างๆที่เกียร์ CVT-7 Speed
km./h rpm.
80 1,850 100 2,250 120 2,550 140 3,200
รอบเครื่องยนต์สูงสุด (Stop) 5,500
Acceleration (km./h) sec. 0-100 10.9 Quarter Mile 0-402 m. 17.9
Top Speed 200+
Consumption (km./l.) AVR. 11.05

ขอบคุณ
บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด

Text : อาณัติ สุทธิบุตร

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย