รีวิว Honda CBR500R รถสปอร์ตขนาดกลาง ขับขี่สบายคล่องตัวครอบคลุมการใช้งานหลากหลาย ช่วยเติมเต็มช่องว่าง 2 สูบพิกัด 250-650cc

Ponds116 Posted: February 13th, 2014


เมื่อช่วงปลายปี 2012  ในงาน Motor Expo   Honda Big Wing ได้ฤกษ์บุกตลาด Bigbike  เมืองไทย อย่างจริงจัง  จากการเปิดตัว Global Model 3 รุ่น ซึ่งรองรับรูปแบบการขับขี่ทั้ง 3 สไตล์   จากพื้นฐานโครงสร้าง และเครื่องยนต์ตัวเดียวกัน  และถือเป็นการเติมเต็มช่องว่าง  ระหว่าง คลาส 250cc  กับ 650cc   ในพิกัด 500cc   ด้วยรุ่น

CBR500R (Sport) 2.1 แสนบาท,
Final_Leaflet_CB500X

CB500F (Naked) 2.05 แสนบาท,
Final_Leaflet_CB500X

CB500X (Touring)  2.15 แสนบาท
aw_Leaflet_CB500X(C)CS4
    ซึ่งเป็นราคาล่าสุดหลังจากปรับโครงสร้างภาษี Bigbike ใหม่      นั่นทำให้หลายคนที่ต้องการที่จะซื้อรถ Bigbike คันแรก  อาจมองข้าม 250cc หรือ 300cc ขยับมาที่ตระกูล 500 นี้  จากการเพิ่มงบอีกสักหน่อย  แถมมีให้เลือกได้อย่างครอบคลุม ในทุกสไตล์ที่เหมาะกับตัวคุณ  ไม่ว่า จะชอบ Sport, Naked หรือ รถที่เหมาะแก่การลุย และเดินทางอย่าง Touring

http://www.autospinn.com/wp-content/uploads//2014/02/2013-Honda-CBR500R-TestRide_025_610.jpg
สำหรับในวันนี้เราได้มีโอกาสลองขับขี่ CBR500R กันก่อน    และ จะมีรีวิวตามมาในรุ่นที่เหลือ  หรืออาจจะเป็นรีวิวของรุ่นเครื่องยนต์  4 สูบ 650cc  ใหม่ ที่ทาง Big Wing เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา   ในงาน Motor Expo 2013 โดยได้การตอบรับอย่างยอดเยี่ยม ยอดจองทะลุ 1,500 คัน ไปเรียบร้อยภายในงาน  ซึ่งทางผู้บริหารได้ออกมาพูดเลยว่าเกินเป้าที่ตั้งไว้ ถึง 1.5 เท่า ซึ่งต้องรอติดตามกัน  เอาล่ะขอกลับมาเข้าเรื่องรีวิวของตัว CBR500R คันนี้กันเลยดีกว่า

2013-Honda-CBR500R-TestRide_028 2013-Honda-CBR500R-TestRide_039

เริ่มจากดีไซน์ภายนอก   ถ้ามองจากทางด้านหน้าของเจ้า CBR500R นี้แล้ว หลายคนที่เป็นสาวก Honda ทั้งหลาย คงคิดถึงรถพวกปีเก่าพวก  VFR400, CBR400, CBR600  อย่างแน่นอน  เนื่องจากทรงไฟหน้าออกเหลี่ยมแหลมชี้ลงมาในแนวเดียวกัน ราวกับได้รับ DNA ถ่ายทอดผ่านมาทางพันธุกรรม    แต่เมื่อหันมองด้านท้าย แบบผ่านๆ มันช่างดูคล้ายตระกูล CBR150, 250 เสียจริง  ด้านท้ายได้รับอิทธิพล มาจากรถไซส์เล็ก โฉมที่ขายอยู่ล่าสุดนี้   ตั้งแต่มือจับด้านหลัง ทรงด้านท้ายของตัวรถ   เว้นเสียแต่ว่าตูดมันมีความแหลมกว่าแบบตูดมด   และหลอดไฟท้ายที่ดูเล็กกว่าและเรียวแหลมกว่า  ทำให้หลายคนที่อาจไม่รู้เรื่องรถคงแยก  รถ 3 พิกัดนี้  ไม่ออกนัก   ซึ่งการแยกแยะจะดูง่ายขึ้น  คงต้องดูจากไซส์ยางเป็นหลัก เนื่องจากตัว 500 จะให้ล้อโต ขนาดยาง 160  มาให้  กับท่อไอเสียทรงกระบอกยาว    และขนาดถังน้ำมันที่ดูไม่ได้ใหญ่มากนัก แม้จะจุถึง 15.5 ลิตร   จึงทำให้ดูไกลๆ แล้วมันอาจดูมีมิติขนาดตัวที่ไม่ต่างจาก  น้องๆ ในพิกัด 150, 250  สักเท่าไร

เสียบกุญแจที่เป็นแบบนิรภัย HISS (Honda Ignition Security System)  เอกสิทธิ์ของ Honda  บิดขึ้น  หน้าจอแบบดิจิตัล  แสดงผลแถบวัดรอบเครื่องเป็นเส้นวิ่งในแนวนอน  และตัววัดความเร็วบอกเป็นตัวเลข   มีข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real Time และ Average   พร้อมทริป A, B    และนาฬิกาบอกเวลา

ส่วนสวิทช์ไฟด้านซ้าย มีไฟ Pass มาให้ใช้ต๊อปไฟสูง   ในขณะที่สวิทช์ทางฝั่งขวา  ยังให้สวิทช์ไฟฉุกเฉินมาด้วย

2013-Honda-CBR500R-TestRide_027
สำหรับท่าทางในการนั่งและการควบคุมรถ  ด้วยน้ำหนักของตัวรถอยู่ที่ 195 กก.  (curb weight)   ไม่หนักไม่เบาเกินไป  แต่สัมผัสได้ว่าหนักกว่าตัว 250cc แบบรู้สึกได้   ความสูงเบาะ 785mm  ซึ่งช่วยให้คนที่มีสรีระแตกต่างกัน สามารถขี่มันได้แทบทุกคน  ไม่ว่าคนตัวเตี้ยก็สามารถขี่ได้อย่างสะดวกสบายเหยียบเท้าถึงพื้น  ในขณะที่คนที่ตัวสูงขึ้นมาอีกในระดับ 174cm เช่นผมเอง   นั้นก็นั่งได้สบาย  แถมควบคุมรถได้ง่ายมาก   เนื่องจาก ช่วงขา และแฮนด์ ที่มีระยะห่างจากกันพอสมควร   ตำแหน่งแฮนด์ จะดูสูงกว่ารถสปอร์ตคันอื่นๆ   ตำแหน่งวางขาก็ไม่ต้องย่อเข่าชิดมากนัก  จึงนั่งได้ไม่เมื่อย  แถมเบาะก็ดูนิ่มสบายก้นกว่ารถตระกูลสปอร์ตทั่วไป

2013-Honda-CBR500R-TestRide_045
ถึงแม้รถจะมีน้ำหนักเกือบ 200 กก.  แต่เมื่อนั่งอยู่หลังแฮนด์แล้วนั้น ไม่ทำให้เป็นอุปสรรคในการขับขี่หักหลบรถติดในตัวเมือง (แต่ต้องพับกระจกขึ้น)   มันมุดหลบการจราจรได้ง่ายคล่องตัวไม่แพ้รถเล็กเลย แต่เวลาหักแฮนด์สุดวงเลี้ยว จะติดมือ  ซึ่งอาจต้องระวังเล็กน้อย       และในการเดินทางออกทริป เมื่อกางกระจก  ที่ดูเป็นก้านยาว และทรงมนๆ  ที่ดูจะไม่โฉบเฉี่ยวนัก  แต่วิสัยทัศน์ในการมองเห็น ถือว่า มองค่อนข้างกว้างดูใช้งานได้จริง  ไม่เหมือน กระจกหลายทรงที่ดูสวยงาม  แต่กลับมองใช้งานได้อย่างลำบาก

ในด้านของสมรรถนะการขับขี่
เครื่องยนต์  เป็นแบบ 2 สูบ Parallel Twin DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ  มีความจุจริง ที่ 471cc  ให้กำลัง 47 แรงม้า  @8,500rpm   มีแรงบิด 43Nm @7,000rpm   ส่งผ่านกำลังด้วยเกียร์ 6 Speed คลัชมือ

2013-Honda-CBR500R-TestRide_090
เริ่มต้นการขับขี่ โดยกดปุ่มติดเครื่องยนต์    รอบเครื่องเดินเบาอย่างแผ่วเบาเงียบกริบ จากท่อไอเสียเดิมที่กรองเก็บทั้งเสียงและมลภาวะไอเสีย     กำคลัช เตะเกียร์ 1  เตรียมออกตัว  คลัชดูนิ่มมือดี  และเกียร์เพียงแตะลงเบาๆ  เกียร์ก็ลงล๊อกแล้ว ค่อยๆ ปล่อยคลัชออกตัว  ไม่มีอาการกระตุกกระชาก  เหมือนเครื่งยนต์จะดับให้เห็น    เริ่มเปิดคันเร่งแบบช้าๆ   การตอบสนองของเครื่องยนต์ดูให้ความราบลื่น  เมื่อรอบเครื่องขึ้นไปจนถึงจุดที่เหมาะสม  สามารถงัดขึ้นเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัช  ได้อย่างนิ่มนวล   การงัดเกียร์ขึ้นถือว่า ทำได้อย่างง่ายดายไม่ต้องใช้แรง  คันเกียร์ดูนิ่มเท้าดีมาก   แต่ในจังหวะที่ลดเกียร์ลง  บางครั้งพบว่า อาจมีการตบเข้าเกียร์ได้ไม่ลงล๊อก  ซึ่งอาจต้องขยับก้านคลัชใหม่สักเล็กน้อย

http://www.autospinn.com/wp-content/uploads//2014/02/2013-Honda-CBR500R-TestRide_044_610.jpg

เมื่อขับขี่แบบ  ปกติ  บิดคันเร่งเติมขึ้นเรื่อยๆ  กำลังแรงบิด มาแบบไหลลื่น  ไม่หนักจนน่ากลัว   และไม่ได้มาแบบกระโชกโฮกฮาก  จนทำให้ตัวรถกระตุกแต่อย่างใด    การขับขี่แบบปกติ ทั่วไปนั้น   เติมคันเร่งแบบเบาๆ  รถก็พุ่งออกตัวแซงรถคันอื่นได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไป  เมื่อผ่อนคันเร่ง จะพบว่ามีแรงฉุดจากรอบเครื่องช่วยดึงอยู่พอสมควร

ลองใหม่ โดยออกตัวแบบเปิดกระแทกคันเร่ง  กำลังเครื่องมาดีในช่วง 3,000rpm  ขึ้นไปรอบ  ถือว่ามาไว   แต่ก็หมดไวเช่นกัน    เนื่องจาก Redline อยู่เพียง 8,500rpm เท่านั้น     เมื่อลากรอบไปเกิน 6,000rpm  จะเริ่มรู้สึกตื้อ อั้นขึ้นเรื่อยๆ  แต่ก็สามารถฝืนลากไปได้ต่อ  ซึ่งจะได้ไม่เกิน 8,500rpm เพราะกล่องควบคุมเดิมตัดรอบที่ Redline        ลองใช้ Engine Brake โดยการลดเกียร์ช่วยก่อนโยนโค้ง   พบว่า E-Brake  มีแรงฉุดจากกำลังเครื่องยนต์  ไม่หนักมาก  ไม่พบอาการกระชากจากการดึงหน่วงกลับของกำลังเครื่องมากเกินไป   หรือเสียงยางที่สไลด์ดังเอี๊ยด  แม้ลดเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว    ซึ่งมันช่วยให้การควบคุมรถก่อนเข้าโค้งสามารถทำได้โดยง่ายดาย

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากมาตรวัด  ในการขับขี่เรื่อยๆ ในตัวเมือง ที่รถไม่ติดมาก   23.5 กม./ลิตร    และรถติดหนักจะอยู่ที่ราว 21 กม./ลิตร   สำหรับการขี่แบบชิลๆ เรื่อยๆ  ไม่เร่งรีบได้ประมาณ 25 กม./ลิตร    ซึ่งจากความเป็นจริง  น่าจะประหยัดกว่าตัวเลขนี้ด้วยซ้ำ

สรุป ฟีลลิ่งของกำลังเครื่องยนต์ตัวนี้  ทำออกมาให้ขี่ได้ง่าย   คนที่เพิ่งเคยขี่ Bigbike ก็น่าจะขี่ได้อย่างไม่ยากเย็นแต่อย่างใด   เครื่องยนต์ให้กำลังมาแบบเรื่อยๆ นิ่มๆ ขี่ได้สบายไม่ตึงเครียด    แต่อาจดูไม่ถูกใจ  พวกชอบแบบดิบๆ  จาก  Torque ที่ไม่หนัก  และลากรอบสูงไม่ได้  จึงดูไม่เร้าใจนัก

http://www.autospinn.com/wp-content/uploads//2014/02/2013-Honda-CBR500R-TestRide_026_610.jpg
ระบบห้ามล้อ  เบรกหน้าใช้แบบจานดิสก์เดี่ยวขนาด 320mm คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบจาก Nisin      เบรกหลังใช้จานเดี่ยวขนาด 240mm  คาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ Nisin เช่นกัน   มากับระบบเบรก ABS ทั้งหน้าและหลัง    ซึ่งไม่สามารถปิดได้  (เว้นเสียแต่ไปดึง สายเซ็นเซอร์ทิ้ง ซึ่งไฟ ABS จะติดค้าง)

การเบรก ที่ความเร็วต่ำทั่วไป  ทำงานได้ดี  หยุดรถได้ดีอยู่  ถึงแม้จะเป็นจานเบรกเดี่ยว    เมื่อกำเบรกลงลึก จน ABS ทำงาน  รถยังคงสามารถคุมได้อย่างไม่ยากเย็น    แต่หากขับขี่แบบซัดมาอย่างเร็วแล้วต้องเบรกลงหนักๆ  บ่อยครั้งเข้า  มันจะดูไม่ค่อยเพียงพอเสียแล้ว  ต้องใช้การลดเกียร์ลงช่วยให้มีแรง Engine Brake  เข้าร่วมด้วย

ระบบกันสะเทือน  ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ  Telescopic ขนาด 41mm     ด้านหลังใช้สวิงอาร์มแบบ Pro link  พร้อมโช้คอัพเดี่ยว   ปรับ Preload ได้ถึง 9 ระดับ      สำหรับยางใส่ซีรีย์ 120/70/R17 สำหรับล้อหน้า  และ ยางหลัง 160/60/R17  จาก Dunlop Sportmax D222

http://www.autospinn.com/wp-content/uploads//2014/02/2013-Honda-CBR500R-TestRide_087_610.jpg
ซึ่งนี่ ถือเป็น จุดเด่นอย่างหนึ่ง  ของรถคันนี้เลย    รถ Bigbike ตระกูลสปอร์ตที่มีช่วงล่างนิ่ม  นั่งได้สบายไม่เมื่อย  ทั้งคนขี่และคนซ้อน     ไม่มีอาการเด้ง  ดีด ของช่วงล่างแบบแข็งกระด้าง  ให้รู้สึกสะเทือนเจ็บก้นหรือเป้ากางเกง  ไม่ว่าคุณจะผ่านลูกระนาด หรือพื้นขรุขระ  โช้คอัพยังดูดซับแรงได้อย่างดีเยี่ยม    เมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง  อาจพบว่า ช่วงล่างรถดูลอยๆ ไปสักนิด   แต่ในการเข้าโค้งนั้น  ถือว่าทำได้ดี ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ  ทั้งจากท่านั่งที่ทำให้โหนดึงรถลงได้โดยง่าย  อีกทั้งล้อหลังขนาดใหญ่ที่สวมยางขนาด 160    ดูให้ความมั่นใจในการแบนโค้งได้ดี

*ในจังหวะที่กระแทกคันเร่งออกตัวแรงในเกียร์ 1  เมื่อรอบสูง พบว่าล้อหลังมีอาการส่าย ให้เห็น    ซึ่งอาจเป็นที่หน้ายางหลัง

 

2013-Honda-CBR500R-TestRide_073
สรุป   Honda CBR500R รถ Bigbike ขนาดกลาง  สไตล์สปอร์ต  ที่รูปลักษณ์อาจไม่โดนใจสิงห์นักบิดบางคน   แต่การในด้านการขับขี่  ถือว่าทำได้ดีในระดับที่ควรจะเป็น    เป็นรถที่ขี่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน   มีความคล่องตัวขณะที่รถติด   แถมด้วยการขับขี่ที่สะดวกสบายไม่เมื่อย ทั้งผู้ขี่และผู้ซ้อน  ไม่เดินทางไกล    กำลังเครื่องยนต์มีให้ใช้แบบพอเพียงในช่วงออกตัวและเร่งแซงในตัวเมือง  หรือ การวิ่งออกทริป ก็ถือว่ามีกำลังพอในการใช้ความเร็วในการเดินทางที่ระดับไม่เกิน 150 กม./ชม.   แต่อาจไม่แรงจัดจ้านขับขี่เร้าใจมากนัก เพราะมันเป็นรถที่ขี่ง่ายแบบสุขุมเรียบร้อย   แถมอัตราสิ้นเปลืองก็ถือว่า ทำได้ค่อนข้างดี    ซึ่งดูเป็นรถที่เหมาะทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป  จนถึงการขี่ออกทริป ได้อย่างไม่เหนื่อยจนเกินไป

หากคุณต้องการซื้อรถ 1st Bigbike  และมองว่า 250cc  มันน้อยไป  และ 650cc ดูแรงไปหน่อย  รถ Bigbike สักคันที่มาอุดช่องโหว่นั้น    แถมใช้งานได้ครอบคลุม   ในรูปทรงสปอร์ต  ราคาไม่แพงจนเกินเอื้อมแล้วล่ะก็   ควรที่จะลองมาขี่ CBR500R คันนี้กันดู

ขอขอบคุณ Honda Big Wing  สำหรับรถทดสอบ Honda CBR500R  คันสีขาว  ราคา 2.1 แสนบาท
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver

ชมภาพเพิ่มคลิ๊ก http://photos.autospinn.com/2013-Honda-CBR500R-TestRide/

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย