รีวิว รถ Compact SUV ตัวล่าสุด Nissan Livina X-Gear ขับดีใช้ได้ แต่ฟังก์ชั่นภายในน้อยไปนิด

Ponds116 Posted: May 27th, 2014

เมื่อวานนี้  วันที่ 26 พฤษภาคม 2014   ทาง Nissan Motors ประเทศไทย  ได้จัดทริปทดสอบรถยนต์ที่ทาง Nissan ให้นิยามว่าเป็น Compact SUV ตัวล่าสุดของค่าย  นั่นก็คือ  Nissan Livina  ที่ได้การดีไซน์แบบลูกผสมมาจาก รถ Compact + Crossover กับเส้นทางการทดสอบครั้งนี้   กทม.-มวกเหล็ก-ลำนารายณ์    ซึ่งในการเดินทางทดสอบครั้งนี้ มีระยะทางกว่า 300 กม.   โดยเริ่มออกตัวตั้งแต่อาคารนันทวัน  บริษัท Nissan Motors 

2014-Nissan-Livina-Group-Test_25
 ซึ่งเส้นทางที่ใช้  จะเป็นการจำลองการทดสอบรถอเนกประสงค์  อย่างแท้จริง   เริ่มตั้งแต่  การใช้งานรถติดในตัวเมืองทดสอบความคล่องตัว    วิ่งบนทางไฮเวย์ ที่ใช้ความเร็วในการเดินทาง   และการทดสอบบนทางลาดชันปีนเขา  และทางโค้งคดเคี้ยว     ซึ่งทางเราได้มีโอกาสทดสอบ ในช่วงขากลับเข้า กทม.   เริ่มออกจาก Buda Resort กลับมายังอาคาร นันทวัน  ที่บริษัท Nissan Motors ประเทศไทย     เอาล่ะ  Nissan Livina ใหม่ จะถือว่าคุ้มค่ากับการใช้งาน  อเนกประสงค์ตามแบบฉบับรถครอบครัวไซส์ Compact หรือไม่ต้องมาลองดูกัน

2014-Nissan-Livina-Group-Test_26
เริ่มต้นที่ภายนอก   Nissan Livina  ได้มีการออกแบบกระจังหน้ารูปแบบ V Shape  อันเป็นเอกลักษณ์  ซึ่งดูรับเข้ากันดีกับไฟหน้ารูปทรงสามเหลี่ยม     บนหลังคามี Roof Rail  ซึ่งทำให้ดูโดดเด่นในแบบรถลุยใช้งาน  ถัดลงมาจะพบครีบสปอยเลอร์ที่ติดอยู่ตรงฝากระโปรงท้าย  ทำให้ทางด้านท้ายรถดูปราดเปรียวขึ้น และทำให้ค่า cd (สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน) อยู่เพียง 0.29    หากมองจากทางด้านท้ายตรงๆ  แว่บแรกทันทีที่เห็นไฟท้าย  รู้สึกคุ้นๆ  เหมือนนำไฟท้ายของ Isuzu MU X  มาวางกลับอย่างไรชอบกล  และนั่นเองหากมองดีๆ  ทรงมันก็ดูจะไปคล้ายกับไฟท้ายของ Ford EcoSport อีกด้วย

2014-Nissan-Livina-Group-Test_27
Nissan Livina  ได้มีการติดตั้งการ์ดกันกระแทกสีเงินเมทัลลิก  รอบคันทั้งใต้กันชนหน้า-หลัง  จนไปถึงสเกิร์ตข้าง   นอกจากนั้นที่มือจับประตูเป็นสีดำ, บริเวณซุ้มล้อมีโป่งบังโคลนสีดำ ซึ่เชื่อมต่อกับแผ่นกันกระแทกพลาสติกสีดำที่อยู่ด้านใต้ประตูทั้ง 4 บ้าน เหนือแผ่นกันกระแทกสีเมทัลลิก    ทั้งหมดนี้ทำให้รถ Nissan Livina คันนี้ดูสมบุกสมบันมากขึ้น      แต่ทว่า Livina นั้น  กลับไม่ได้ดูสูงโดดเด่นเหมือนอย่างรถ SUV คันอื่น  หรือแม้กระทั่ง Nissan Juke เอง เนื่องจากการที่มีแผ่นการ์ดกันกระแทกนี้    กลับทำให้รถดูไม่ค่อยมีพื้นที่ Ground Clearance  (พื้นที่ใต้ท้องรถ) มากนัก   ถึงแม้จะมีระยะสูงจากพื้น 175mm  ซึ่งถือว่าสูงกว่ารถยนต์ Compact ทั่วไปก็ตาม

ด้านล้ออัลลอยใช้ขนาด 16”  สวมยาง Bridgestone Ecopia ไซส์ 195/55/16  ซึ่งช่วยเน้นในด้านการประหยัดเชื้อเพลิง ร่วมกับความนุ่มนวลในการขับขี่
สำหรับสีตัวถังมีให้เลือก 5 สี  ขาว White Solid, เทา Twilight Gray, แดง Burning Red, เงิน Brilliant Silver, ดำ Black Solid

2014-Nissan-Livina-Group-Test_59
เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายใน   ผ่านระบบกุญแจ Keyless Immobilizer  รูปทรงคุ้นเคยของ Nissan  ซึ่งมีปุ่มให้กดที่มือจับประตู     จะพบวัสดุหุ้มหนังภายในสีดำ   ในรุ่นท๊อป  1.6V คันนี้    ที่แผงคอนโซลกลางพบหน้าจอเครื่องเล่น DVD ขนาด 6.1”  รองรับ USB, AUX  รวมถึงระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth     แต่กลับไม่มีปุ่มใดๆ ให้ควบคุม บนพวงมาลัย 3 ก้าน polyurethane เลย ซึ่งอาจต้องใช้การละสายตา ไปจิ้มบนหน้าจอเอาแทน     และถัดลงมาจะพบแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบมือหมุน  ซึ่งตำแหน่งถูกล่นหลบเข้าไปด้านใน  อาจดูดีไซน์ไม่เท่ห์นัก   แต่การใช้งานนั้นใช้ง่าย  และสะดวก

สำหรับ Livina นี้มีอาจมีบางจุดที่ไม่ลงตัวคือพื้นที่วางของ   บริเวณเหนือตำแหน่งหัวเกียร์ ซึ่งสามารถวางแก้วน้ำได้ 2 แก้วขนาดพอดี  และช่องวางแว่นที่มีขนาดเล็กด้านหน้า  ซึ่งตรงนี้ ควรที่จะทำช่องเก็บแว่นเหนือศรีษะ ใกล้ๆ  ไฟส่องแผนที่  แต่ทว่า Livina นี้ ไม่มีแม้กระทั่งไฟแผนที่หน้าให้    ซึ่งอาจทำกล่องใส่แว่นที่อยู่บริเวณมือโหนประตูแทนก็ยังดี   และปรับพื้นที่วางแก้ว และวางแว่นด้านหน้านี้ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น   สามารถวางของได้จริง และไม่ลื่นไถลตก   และที่วางแก้วน้ำ  ควรไปทำช่องที่บริเวณข้างประตูแทน  เนื่องจากช่องเก็บของตรงข้างประตูดูมีขนาดเล็กต่อการวางของ

2014-Nissan-Livina-Group-Test_54
และช่องแอร์ตอนหลัง  มีขนาดเล็ก  ซึ่งดูให้กำลังลมไม่แรงนัก  แต่ดีที่ระบบปรับอากาศค่อนข้างเย็น  แม้ปรับพัดลมเพียงเบอร์ 1  และเร่งน้ำยาแอร์ไม่มาก ก็ให้ความเย็นเฉียบได้ชนิดที่ฝ้าขึ้นที่ประตูข้างในช่วงฝนตก      แต่อาจมีจุดตินิด   หากวางแก้วน้ำลงที่ตำแหน่งนี้  จะพบว่าแก้วนั้นบังลมจากแอร์เต็มๆ

2014-Nissan-Livina-Group-Test_67
ทันทีที่ได้นั่งลงบนเบาะ  พบว่า เบาะนั้นถูกดีไซน์ออกมาให้เหมาะกับ ผู้ที่มีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก เช่น คุณสุภาพสตรีทั้งหลาย   เนื่องจากผู้เขียน  ซึ่งมีส่วนสูงอยู่ที่ 174cm และขนาดตัวไม่ใหญ่     พบว่าบริเวณข้างลำตัว  เบาะดูไม่โอบกระชับนักตัวเบาะดูราบเรียบและมีขนาดเล็ก    นอกจากนั้นที่บริเวณช่วงต้นขา  เบาะดูสั้นไป  ไม่รองรับโอบช่วงต้นขาอีกเช่นกัน    แถมไม่มีที่เท้าแขนด้านข้างลำตัวให้ด้วย   ที่บริเวณคันเกียร์ก็ดูจะต่ำเกินไปเนื่องจากเบาะไม่สามารถปรับสูง-ต่ำได้    พวงมาลัยก็ไม่สามารถปรับระยะยืดเข้า-ออกได้เช่นกัน     ทั้งหมดนี้ส่งผลให้  การปรับท่านั่งในการขับขี่  ดูจะไม่ได้ตามหลักสรีระ เท่าที่ควร  ทำให้การขับขี่ทางไกลเป็นเวลานาน  ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ อาจเมื่อยเอาได้

2014-Nissan-Livina-Group-Test_51
ด้านเบาะหลังพับได้ 60:40  แบบราบลง 100%   ช่วยให้เพิ่มความจุสัมภาระจาก 383 ลิตร -> 769 ลิตร   ซึ่งจุดนี้ คอนเฟิร์ม  จุของได้เยอะจริง  จากการทดสอบเล่นเกม ยัดของขึ้นท้ายรถซึ่งสามารถจุกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ได้มากหลากหลายใบ  พร้อมของเล่นจุกจิกอีกมากมาย    ซึ่งถือว่าจะได้สบายหายห่วง  ไม่ว่าคุณจะต้องไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของประดับตกแต่งบ้านทั้งหลายแหล่

2014-Nissan-Livina-Group-Test_68
ขุมพลังขับเคลื่อน และระบบส่งกำลัง     Nissan Livina ใช้เครื่องยนต์บล๊อก HR16DE  ยอดนิยม ที่ถูกวางในรถ Nissan หลากรุ่น ทั้ง Sylphy, Pulsar, Juke   ความจุ 1,598cc  แบบ 4 สูบ  DOHC  พร้อมวาล์วแปรผัน Twin-VTC   ซึ่งเครื่องบล๊อกนี้ใช้เทคโนโลยีหัวฉีดคู่/กระบอกสูบ    ให้กำลัง 114 แรงม้า@5,600rpm  และ แรงบิด 153Nm@4,000rpm      ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้า  ผ่านระบบเกียร์ XTronic CVT  อันเลื่องชื่อของ Nissan

ทันทีที่เข้าเกียร์ D พร้อมออกตัว   พบว่า รถเคลื่อนตัวออกได้อย่างนุ่มนวล  ตามสไตล์เอกลักษณ์ของเกียร์ Xtronic CVT จาก Nissan   และออกจะเชื่องช้าไปสักเล็กน้อย  ซึ่งว่าตามจริง  ถือว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ กับรถยนต์แนวอเนกประสงค์ที่ใช้เครื่องยนต์เพียง 1.6 ลิตร    คันเร่งออกแนวหนืด แข็งไปหน่อย    ไม่ได้ตอบสนองไว  แบบกระฉับกระเฉง  ป้องกันการกดคันเร่งพรวดพราด  และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ      ในการเปลียนเกียร์ก็ทำได้อย่างนุ่มนวล   ไม่ค่อยสัมผัสถึงรอยต่อในจังหวะเปลี่ยนเกียร์นัก

2014-Nissan-Livina-Group-Test_48
ในช่วงเร่งออกตัว  จากจุดหยุดนิ่ง  ไปจนถึงรอบเครื่องเกือบ 5,000rpm  ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เราขับขี่แบบคืบคลานในตัวเมืองใช้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000rpm  พบว่ามีกลิ่นคล้ายกลิ่น catalytic เผาไหม้ไม่สมบูรณ์เข้ามาภายในห้องโดยสารให้ได้กลิ่นกันในช่วงแรกๆ   แต่หลังจากนั้น   สำหรับการเร่งแซงในช่วงความเร็วกลาง  หรือจากการที่ขับขี่เดินทางมาสักระยะ   ก็ไม่พบว่ามีกลิ่นเข้ามาแต่อย่างใด    และในการตอบสนองด้านการเร่งแซง   ก็ถือว่า ไม่ได้ดูขี้เหล่  แต่อย่างใด    พอที่จะแซงรถสัญจรไปมาได้  อย่างปกติ  แต่หากต้องเร่งเครื่องบนทางลาดชัน  จะพบเลยว่า  รถนั้นกำลังเครื่อง Drop ลงอย่างชัดเจน   การกด ปุ่ม Sport  (Overdrive) ที่หัวเกียร์  อาจจะไม่ได้ช่วยนัก หากกระแทกคันเร่ง Kickdown ลงไปก่อนหน้าไปแล้ว   และเมื่อกดปุ่มอีกครั้งเพื่อปิด Sport Mode เกียร์จะตัดขึ้นทันที   ซึ่งพบว่ารอบเครื่องจะย้วยห้อย  ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง    ดังนั้นในจังหวะไต่ขึ้นทางลาดชัน อาจต้อง Hold รอบเครื่องที่สูงไว้   หรือ อาจต้องผลักคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง L  ในบางจังหวะที่ขึ้นทางชันมากๆ

ด้านอัตราสิ้นเปลือง  จากการขับขี่ที่ความเร็วเดินทางในช่วงขากลับเข้า กทม.  ใช้ความเร็วเฉลี่ย 100-110 กม./ชม.    มีเร่งแซงบ้างเพื่อให้เกาะติดขบวนในบางจังหวะ    ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง  อยู่ที่ 15.3 กม./ลิตร

2014-Nissan-Livina-Group-Test_02
ระบบบังคับเลี้ยว  พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน  ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPS     ทันทีที่ได้จับพวงมาลัย และลองหมุนวงเลี้ยว   เรากลับดูไม่เหมือน พวงมาลัยไฟฟ้าเสียเลย  ให้ฟีลลิ่งดูเป็นธรรมชาติ  เหมือนชนิดผ่อนแรงไฮโดรลิคแบบปกติ ทั้งน้ำหนักและการควบคุม    ช่วงออกตัวมีน้ำหนัก และดูหน่วงพอประมาณ  ไม่เบาหว๋อง สาวได้คล่องมือแบบพวงมาลัยไฟฟ้าวงอื่นๆ ของ Nissan   แต่เมื่อคลืบคลานออกไปแล้ว  พวงมาลัยกลับดูเบาขึ้นแบบรู้สึกได้      แต่มีจุดหนึ่งที่เราพอจับสัมผัสได้ว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่นิดหนึ่ง  นั่นคือ การที่พวงมาลัยไม่คืนวงเลี้ยวให้  ซึ่งดูอาจน่ารำคาญไปสักนิด ถ้าต้องเลี้ยวที่ไม่ใช้วงเลี้ยวเยอะ  และจะต้องมาคัดพวงมาลัยกลับเองแทนที่จะคืนตัวให้เอง

การควบคุมที่ความเร็วในระดับ 100-120 กม./ชม.  พวงมาลัย  ดูหนักแน่นมือ  และมีระยะฟรีไม่มาก  ไม่ต้อง  concentrate เกร็งมือกับการจับพวงมาลัยมากนัก   การบังคับพวงมาลัยในทางเลี้ยวโค้ง  พวงมาลัยก็ดูมีน้ำหนักพอสมควรให้ประคองวงเลี้ยวได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไป

2014-Nissan-Livina-Group-Test_13
ระบบกันสะเทือน  ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สัน สตรัท  และด้านหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม   ซึ่งจากการขับขี่ใช้งาน  ในทันที  ที่ขึ้นรถ  และขับผ่านพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ  รู้สึกได้เลยว่า Nissan Livina นั้น ได้เซ็ตช่วงล่างออกมาเฟิร์ม กว่าที่คิด   ไม่มีอาการนุ่มยวบยาบ  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแข็งสำหรับการใช้งาน  เพราะมันซับแรงกระเทือนได้ดีพอตัว     เราได้มีโอกาสลองเข้าโค้งบนสะพานกลับรถ U-Turn ยาวๆ  บนทางด่วน  พบว่า  สามารถเข้าได้เร็วราวๆ  90 กม./ชม.  โดยที่มีอาการโยนตัวออกเล็กน้อย  ตามประสารถที่มีตัวถังค่อนข้างสูง  แต่ไม่ถึงกับสูญเสีย Traction  การยึดเกาะถนน  ชนิดที่ เสียงยางสไลด์ดังเอี๊ยดอ๊าด ออกมาดังลั่นออกมาให้หวาดเสียว

โดยรวมแล้วถือว่าช่วงล่างในการขับขี่ ถือว่าให้ความมั่นใจได้อย่างดี  หากเทียบกับการมองว่าเป็นรถครอบครัวใช้งานอเนกประสงค์  แต่ยังให้การยึดเกาะ  รวมถึงการดูดซับแรงได้ดีทีเดียว

2014-Nissan-Livina-Group-Test_40
ระบบเบรก ด้านหน้าใช้เบรกแบบหน้าดิสก์   หลังดรัม    มาพร้อมระบบช่วยเบรกทั้ง  ABS,  EBD,  BA
การตอบสนองของแป้นเบรก  ถือว่าเซ็ตมาได้ค่อนข้างดี  เมื่อเทียบกับรถอเนกประสงค์   คือ  ไม่ต้องกดลงแป้นเบรกลึกเหมือนอย่าง Nissan Sylphy หรือ Pulsar   คือ ให้ผู้ที่มีน้ำหนักเท้าปกติ  สามารถเหยียบให้หยุดได้  โดยไม่ต้องกดลงน้ำหนักมากนัก  สามารถเบรกชะลอความเร็วลงได้อย่างนุ่มเท้า   และสามารถหยุดติดไฟแดงได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่อาจมีบางช่วงที่ฝนตก  ซึ่งอาจต้องระวังเพิ่มสักเล็กน้อย  ในการเบรกชะลอความเร็ว  เนื่องจากต้องเผื่อระยะเบรก  เพิ่มขึ้น  และควรค่อยๆ  ลงน้ำหนัก  เพราะหากลงน้ำหนักที่แรง  อาจทำให้รถสูญเสียการควบคุมได้ง่าย  บนพื้นผิวถนนที่ลื่นมากๆ

2014-Nissan-Livina-Group-Test_03
สรุป  Nissan Livina ใหม่  รถยนต์ครอบครัว  สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบครบครันอเนกประสงค์   หรือผู้ที่กำลังจะเตรียมมีครอบครัว     Nissan ได้ให้นิยามว่าเป็น Compact SUV   จากการนำรถยนต์ 2 สไตล์  Compact Car  ผสมกับ Crossover  ถ้ามองจากรูปลักษณ์กันจริงๆแล้ว  มันอาจจะไม่ได้ดูเป็นรถ SUV แท้นัก เพราะมันดูจะเป็นรถรูปโฉม Wagon  ขนาดย่อม (ที่อินโดนีเซีย จะมีรุ่น Grand Livina ซึ่งเป็นรถ Station Wagon 7 ที่นั่ง)  จับมาแต่งองค์เสริมความทะมัดทะแมงให้ดูลุยขึ้นมาได้   จนได้มาซึ่ง Livina  X-Gear คันนี้   ทำราคามาปิดช่องว่างในช่วง 6 แสนปลาย – 7 แสนกลางๆ

Nissan Livina   สามารถขับขี่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม  ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในตัวเมือง  ซึ่งถือว่ามีความคล่องตัวพอใช้  และการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ยังคงให้ความมั่นคงปลอดภัย  (แต่อาจจะเร่งแซงได้เชื่องช้าไปนิด หรือการปีนป่ายขึ้นทางชันอาจต้องไล่รอบเครื่องสักหน่อย)    หรือจะนำรถไปใช้ซื้อของขนของในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์  ก็ดูจะเป็นอะไรที่เหมาะแก่รถคันนี้

ซึ่งเทียบกันแล้ว กับรถยนต์ในพิกัดใกล้ๆ กัน หรือมีราคาใกล้เคียงอย่าง Ford EcoSport  ซึ่งมีความอเนกประสงค์เช่นกัน   Livina ถือว่ากินในเรื่องของ   พื้นที่ภายในที่ดูจะกว้างขวางสะดวกสบายกว่า  รวมถึงพื้นที่สัมภาระที่กว้างขวางกว่า (EcoSport ได้ 705 ลิตร,  Livina 769 ลิตร) แต่ภายในนั้นอาจยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร    จากฟังก์ชั่นการใช้งานบางอย่างที่อาจจะขาดหายไปแม้จะเป็นรุ่นท๊อปแล้วก็ตาม    รวมถึงพื้นที่วางของเล็กๆ  น้อยๆ   ที่ยังดูใช้งานไม่ค่อยจะได้จริงนัก    นอกจากนั้นสมรรถนะในการขับขี่  ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดคิดไว้เหมือนกัน     ดังนั้นหากต้องการรถ 5 ที่นั่ง   ขนาดกว้างขวาง  ใช้งานครอบคลุม แบบรถพ่อบ้านแม่บ้าน  โดยไม่เน้นฟังก์ชั่นอะไรมากมาย   Nissan Livina   นี้ดูอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมและราคาไม่แพงอีกด้วย

Nissan Livina ใหม่   มีให้เลือก 3 รุ่น    1.6E  MT ราคา 6.72 แสนบาท   1.6E CVT  ราคา 7.12 แสนบาท  1.6V CVT  ราคา 7.42 แสนบาท

ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver
ขอขอบคุณ  Nissan Motors ประเทศไทย  สำหรับทริปทดสอบ  Nissan Livina ครั้งนี้

ชมภาพเพิ่มเติมคลิ๊ก

2014-Nissan-Livina-Group-Test_09
พบรถ Nissan มือ 2 ได้ที่ Thaicar.com

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย