รีวิว Volvo V40 T5 S นี่เลย Sport Hatchback 5 สูบ ทั้งแรง และเน้นความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม

Ponds116 Posted: May 9th, 2014

Volvo แบรนด์รถจาก สแกนดิเนเวีย   ซึ่งเน้นหนักในเรื่องของความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ    ในอดีต สมัยผู้เขียนยังเด็กๆ  นั้น   ได้จดจำภาพลักษณ์ของรถยนต์ Volvo เอาไว้ว่า  เป็นรถที่มีรูปทรงที่ออกแนวผู้ใหญ่ชื่นชอบ   ว่าง่ายๆ  ไม่ค่อยจะโดนใจ วัยรุ่นนัก    และด้วยภาพลักษณ์ที่เน้นเรื่อง Safety  เป็นสำคัญ  ทำให้รู้สึกว่า  Volvo ดูจะเป็นรถที่วัยรุ่น  หรือวัยใกล้ เคียงกับผู้เขียน อยากที่จะจับต้องนัก    และเมื่อการเวลาเปลี่ยนไป   รถยนต์ Volvo สมัยใหม่  แม้จะยังเน้นเทคโนโลยี  Intellisafe   ซึ่งช่วยให้เป็นรถอัจฉริยะในด้านของระบบความปลอดภัย  แต่ด้วยแนวคิด Design Aroud You   จากการรับฟังความเห็นของลูกค้า  และการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ   Volvo ได้มีการพัฒนาในด้านรูปลักษณ์ไปอย่างมาก

โดยเฉพาะ Volvo C30  รถ Hot Hatch คู่ใจของพระเอกแวมไพร์  Edward  หรือ  Volvo C70  รถสปอร์ต Convertible

จวบจนปัจจุบันนี้ กับ Volvo V40  ที่  Volvo  ได้พัฒนารถยนต์ Compact  ที่เน้นขับสนุกคล่องตัว  แต่ให้คุณสมบัติระดับรถรุ่นใหญ่ (ด้านความปลอดภัย)   จนเป็นที่มาของ Volvo V40 รถ Compact Hatchback ระดับพรีเมี่ยมคันนี้

ผู้เขียน พูดได้เลยว่า รถคันนี้มันมีดีพอ  ที่จะให้คนที่ชอบการขับขี่แบบสปอร์ต  หลงไหลและชื่นชอบไปกับ Volvo V40 T5  มาดูกันเลยดีกว่าว่า มันมีดีอะไร

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_073
รูปลักษณ์ภายนอก    ถ้าหากสังเกตุรถยนต์จากค่าย  Volvo  ในยุคหลังมานี้   Volvo ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากรถที่ดูออกแนวสำหรับผู้ใหญ่    ให้ดูเป็นรถ ที่มีดีไซน์รูปลักษณ์ทันสมัยมากยิ่งขึ้น     สำหรับในรุ่น V40 นี้  ถือว่าเป็นรถในสไตล์ Sport Hatchback   ที่มีดีไซน์  โดนใจคน Gen Y  ลงมา  หรือเรีกยได้ว่าเอาอกเอาใจบรรดาวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น    ทั้งรูปลักษณ์ทางด้านหน้าซึ่งออกแบบ  V Shape   ช่วยให้ด้านหน้ารถดูจิกต่ำ    แนวกระจังหน้าและช่องระบายลม  ที่ดูปราดเปรียวเพรียวลม   อีกทั้งรูปทรงที่ดูกว้าง  พร้อมกับเส้นสายที่โค้งมน  ในด้านท้ายทำให้ดู  ทำให้ดูลื่นไหลอย่างลงตัว     เหมือนรถสปอร์ตในตำนาน อย่าง P1800     นอกจากนั้นยังใช้ท่อไอเสียออกคู่    ในแบบรถสปอร์ตพันธุ์แรง   มากับเส้นสายไฟท้ายรูปทรงบูมเมอแรง      และที่สำคัญระบบไฟ สุดทันสมัยใช้ไฟแบบ   LED  ทั้งโคมไฟหน้า  ไฟท้าย  ไฟ DRL ไฟเลี้ยวบนกระจกมองข้าง    ไฟเบรกดวงที่สาม   จนไปถึงไฟกรอบป้ายทะเบียน

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_083
สำหรับ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวของ V40  นี้พับเองอัตโนมัติเมื่อดับเครื่อง    พร้อมทั้งปรับกดลงพื้นอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ R ถอยหลังจอดเทียบขอบทาง

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_054
ด้านล้ออัลลอย  ในรุ่น S  นี้ใช้แบบ 5 ก้าน  ลาย Segomo สี Grey  ขนาด 17”x7.5”   ช่วยให้ดูดุดันแบบพร้อมรบ   รัดด้วยยาง Pirelli Cinturato P7   แบบ Runflat  Made In Germany   ขนาดหน้ายางใหญ่  225/45/17   มีค่า Treadware 260  Traction AA  Temperature  A

Volvo V40  T5  มาพร้อมกับ 6 สีให้เลือก  ได้แก่  Ice White, Ember Black, Rebel Blue, Raw Copper Metallic, Misty Blue Metallic และ Biarritz Blue Metallic

Interior1
รูปโฉมภายใน    สำหรับ Volvo V40 คันนี้  คุณสามารถเปิดประตูด้วยระบบ Keyless เข้ามาได้โดยง่าย  ไม่ต้องควักกุญแจ หรือกดปุ่มใดๆ  บนมือจับประตู เพียงแค่เอื้อมมือเข้าไปเปิดแบบ ปกติ ประตูจะปลดล๊อกให้เองโดยอัตโนมัติ  และเมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร    พบกับห้องโดยสารที่ดูออกแนวเรียบๆ โมเดิร์น   ภายในตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีดำ  Charcoal    เบาะนั่งเป็นอะไรที่ถูกใจวัยรุ่นชอบความแรงเป็นอย่างมาก  กับเบาะหนังทรงสปอร์ต ดูคล้าย Semi  Bucket Seat  ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง  Memory Seat 3 ค่า  พร้อมตัวดันหลังแบบหมุนซึ่งดูจะหมุนยากไปสักนิด เนื่องจากติดกับตำแหน่งท้าวแขน ซึ่งสไลด์ เลื่อนหน้าหลังได้

หันมามองที่คอนโซลกลาง  ที่ดูเรียบแบน  และดูลอย  ซึ่งอาจทำให้ดูพื้นที่ช่วงขาไปสักเล็กน้อย   แต่มีช่องวางของเอาไว้วางได้อยู่ด้านหลังแผงคอนโซลกลาง     ระบบ Infotainment  มีจอขนาด 7” แสดงผล ซึ่งรอบรับทั้ง DVD, CD Aux, USB ผ่านลำโพง 8  ตัว    ยังรองรับระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ด้วย

พวงมาลัย 3 ด้านขนาดอวบใหญ่แน่นมือ  มีปุ่ม Adaptive Cruise Control ทางซ้ายมือ    ทางด้านขวาเป็นปุ่มปรับเครื่องเสียง

featured
สำหรับหน้าจอตรงกลางเป็น TFT 8”  แบบ Adaptive Digital Display   ซึ่งสามารถปรับดูข้อมูลต่างๆ แบบจอ MID  ได้  ด้วยก้านด้านซ้ายหลังพวงมาลัย    ซึ่งจะแสดงผลอยู่ด้านใต้แถบฝั่งซ้าย  ซึ่งการปรับดูข้อมูลตรงนี้ ในช่วงแรกอาจจะดูเข้าใจยากสักเล็กน้อย

ด้านเบาะหลังพับได้ 60/40   พร้อมห้องสัมภาระท้ายที่มีความอเนกประสงค์   ทั้งถาดเก็บของแบ่งเป็นระเบียบ   ตาข่ายกั้นของร่วมกับตะขอสำหรับเกี่ยวถุง
อีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร เลือกปรับสีได้ถึง 7 โทนด้วยกัน

สำหรับ จุดด้อยภายในของรถคันนี้ ได้แก่ พื้นที่โดยสารตอนหลังที่อาจดูแคบไปสักหน่อย   และการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับระบบเล็กน้อยเพื่อความคุ้นมือ
กับมุมด้านหลังที่ดูอับ ตามสไตล์รถ Hatchback ซึ่งได้ระบบเซ็นเซอร์คอยเป็นหู เป็นตาให้

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_001
ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย ถือเป็นที่สุดของรถยนต์คันนี้   เริ่มตั้งแต่  กุญแจ  ระบบ PCC (Personal Car Communicator)  ซึ่งนอกจากจะเป็นกุญแจ Keyless แล้ว  มันยังสามารถ  แจ้งให้ทราบได้ว่าเราล๊อกรถหรือยัง  จากการกดปุ่มขวาล่าง

ระบบช่วยจอด  (Park Assist Pilot)   ในรุ่น S  พร้อมเซ็นเซอร์หน้า-หลัง   ในการใช้งานจริง  ต้องมีพื้นที่เหลือเกินกว่า 1.2 เท่าของตัว  รถพร้อมกับระนาบขอบฟุตบาทที่มีเส้นด้วย    ซึ่งในการใช้งานจริงบริเวณหน้าบ้านผู้เขียนขอบฟุตบาทไม่มีเส้น  ระบบจึงตรวจไม่พบ

ระบบแจ้งเตือนรถวิ่งคร่อมเลน  (Lane Keeping Aid)   จะทำงานเมื่อขับที่ความเร็ว 65-200 กม./ชม.    นอกจากเตือนแล้วระบบจะชดเชยแรงดึงพวงมาลัย ให้กลับมาในแนวของเลนเดิมอีกด้วย

ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันการชน (Collision Warning)  ระบบนี้จะเตือนด้วยเสียง เมื่อเราขับมาใกล้รถคันหน้ามาก จนเกินไป  หรือคันหน้าเกิดเบรก/ชะลอรถ  ซึ่งทำให้ระยะห่างรถเรากับคันหน้าเข้าใกล้ กันมาก

ระบบเตือนมุมอับ  Blind Spot  (BLIS)   จะมีไฟแจ้งเตือนติดค้างที่บริเวณเสา A ของฝั่งนั้น  เมื่อมีรถเข้ามาใกล้ในด้านข้างมุมอับสายตาระยะ 70 ม.  หากยังเปิดไฟเลี้ยวอีก  ไฟจะกระพริบเพื่อย้ำเตือน

ระบบเตือนขณะถอยรถออก (Cross Traffic Alert)  ระบบนี้มีประโยชน์มาก  หากต้องการถอยหลังออกจากซอง  ซึ่งจะมีมุมอับที่ทำให้มองไม่เห็นรถ ระบบนี้จะส่งสัญญาณเตือนในระยะ 30 ม. จากด้านท้ายรถ

ระบบอ่านป้ายจราจร (Road Sign Information )  ในรุ่น S   ระบบนี้จะอ่านป้ายจราจรอัตโนมัติ และแสดงผลบนแผงหน้าปัด บอกความเร็วที่จำกัดไว้

ระบบเปิด/ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ   และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Permanent Active High Beam) ในรุ่น S   ระบบนี้จะเปิดเป็นไฟสูงตลอดเวลา แต่เมื่อมีรถสวนมาจะลดระดับแสงเพื่อไม่ให้แยงตา  และยังทำงานร่วมกับระบบไฟหน้าหักเลี้ยวตามพวงมาลัย (Active Bending Light)

ระบบเบรกอัตโนมัติ  (City Safety)   ป้องกันการชน  จะครอบคลุมการทำงานถึงความเร็วระดับ 50 กม./ชม.

ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่เหนื่อยล้า   (Driver Alert Control)  ระบบนี้หากขับขี่แบบมุดตามช่องทางการจราจร  มันจะส่งเสียงเตือนตลอด    ซึ่งระบบเข้าใจว่าเราสูญเสียสมาธิ และการควบคุมรถ

Safety
สำหรับระบบทั้งหมดนี้   สามารถตั้งค่า  เปิด/ปิด การทำงานได้  ด้วยการเข้าไป Setting  จากเมนูบนหน้าจอตรงคอนโซลขนาด 7”   ซึ่งอาจต้องค่อยๆ ไล่อ่านดู  เพราะมีเยอะมากหลากจนอาจทำให้เข้าใจระบบผิดได้

หากเปิดสัญญาณเตือนเอาไว้ทุกระบบ ขณะอยู่ใน กทม.  เชื่อว่าต้องมีรำคาญกันแน่นอน  เวลามีรถจักรยานยนต์แทรก    หรือระบบ Driver Aleart + Collision Warning + Lane Keeping Aid  มีมึนรำคาญกับเสียงเตือนของเจ้า  Volvo V40  คันนี้แน่ ทั้งเตือนด้วยเสียง และไฟกระพริบ  ซึ่งเยอะมากจนอาจทำให้เกิดความรำคาญ   จนเราขอแนะนำว่า  อาจเปิดเซ็นเซอร์เท่าที่จำเป็น  เท่านั้นในขณะที่ขับในตัวเมืองที่มีรถติด

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_086
ขุมพลังเครื่องยนต์บล๊อก  T5     เป็นเครื่องยนต์เบนซิน  5 สูบ ขนาด  2.0 ลิตร  เทอร์โบ  มอบพละกำลัง 213 แรงม้า @6,000rpm  และแรงบิดระดับ 300Nm @2,700-5,000rpm  (+40 Nm เมื่อ Overboost Turbo)     รองรับน้ำมัน E20  และผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5

ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรที่ ทรงพลังเครื่องหนึ่ง  แม้ว่าตอนนี้ เครื่องยนต์บล๊อกล่าสุดของ Volvo จะเป็น T5  4 สูบ  ซึ่ง ดูจะมีประสิทธิภาพมากกว่า  ในด้านของอัตราสิ้นเปลือง กับขนาดและน้ำหนักของบล๊อกเครื่องยนต์       แต่ทว่าเครื่องยนต์บล๊อก 5 สูบนี้ ก็คงมีความเป็นเอกลักษณ์ ในตัว    ทั้งซุ่มเสียงที่ อาจไม่ดูนุ่มทุ้ม หนักแน่น  ทว่าเสียงเครื่องยนต์บล๊อกนี้นั้น   ดูจะหอมหวาน   เสียงออกแหลม  ไม่แผดดังจนหนวกหู    โดยส่วนตัวแล้วออกผู้เขียนยังว่าเสียงเครื่องยนต์ที่รอบสูงนั้นดูจะเบาไปด้วยซ้ำ       ว่าๆ  ไปแล้ว  คล้ายๆ  กับการขี่รถ Bigbike ที่เป็นเครื่อยนต์แบบ 3 สูบ   ที่ให้อารมณ์ ฟีลลิ่ง คล้ายๆ กัน   แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_082
การตอบสนองของแป้นคันเร่งนั้น  ในทีแรก คันเร่งแข็ง   ซึ่งการขับขี่แบบ เท้าเบา  ในช่วงแรกๆ  นั้นดูจะออกตัวได้อย่างเชื่องช้าไปสักเล็กน้อย    แต่เมื่อเติมคันเร่งเพิ่มไป  จนรอบเครื่องเริ่มตวัดไปเกือบราว  2,000rpm  ซึ่งเป็นช่วงที่บูสต์กำลังเริ่มมา   แรงบิดเริ่มออก  ตัวรถเริ่มพุ่งให้การตอบสนองที่ดูว่องไว กระฉับกระเฉงมากขึ้น   จนถึงประมาณ 2,500rpm ก็พร้อมที่จะแซงรถยนต์ที่สัญจรทั่วไปได้แล้ว   และเมื่อกดกระแทกเต็ม   นั่นทำให้ผู้ที่ชอบการขับขี่รถสปอร์ตรู้สึกฟิน ราวกับได้ขับรถสปอร์ตจริงๆ

ต้องเรียนตามตรงว่า รถคันนี้ถ้าต้องการขับแบบนุ่มนวล สมูท นั้นดูจะไม่ง่ายนัก  เนื่องจากคันเร่งในช่วงแรกที่แข็ง  นั่นจึงต้องทำให้ต้องคอยเลี้ยงคันเร่งเติมไปอย่างแผ่วเบา เพื่อให้เกิดความนุ่มนวล แต่นั่นจะดูออกแนวคลานไปสักหน่อย  แต่เมื่อมีจังหวะที่ต้องเร่ง หรือแซง  หากกดเติมคันเร่งลงไป  ปุป  รถจะกระชากทันที จากการปลุกเรียกแรงบิดราว 300Nm ขึ้นมาใช้

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_093
ด้านระบบ  Auto Start/Stop   จากที่ได้ทดสอบ 3 วัน  ไม่พบว่ามันทำงานเลย  เนื่องจากจากสภาพภูมิอากาศร้อนในบ้านเรา ที่ทำให้เครื่องยนต์นั้นต้องติดอยู่เพื่อรักษาอุณหภูมิเอาไว้

Volvo V40 รุ่น S นี้  สามารถเลือก Theme  บนหน้าจอซึ่งสะท้อนสไตล์การขับได้ 3 แบบ
2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_029
– Elegance     สีน้ำตาล   ด้านซ้ายแถบวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์   ทางด้านขวาแสดงรอบเครื่องยนต์
2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_028
– Eco               สีเขียว       ด้านซ้ายแถบ Eco Guide    ซึ่งคำนวนจากความเร็วรถ  ความเร็วรอบเครื่อง  การเปิดของวาล์วปีกผีเสื้อ และการเบรก  เพื่อประเมินความประหยัด  ยิ่งสเกลอยู่ลนมากเท่าไร สีเขียวจะติดขึ้นนั่นคือการขับที่ประหยัดเชื้อเพลิง
2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_030
– Performance    สีแดง    ความเร็วจะเป็นตัวเลขดิจิตัล ตรงกลาง  และตำแหน่งที่เป็นขอบสเกลความเร็วเครื่องยนต์ จะกลายเป็น วัดรอบเครื่องยนต์    แถบด้านซ้ายจะเป็นแถบวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์    และแถบด้านขวา คือ Power  Guide  ซึ่งจะบอกกำลังเครื่องในขณะนั้นๆ  เพื่อให้สามารถประเมินกำลังในการเร่งแซงได้

D
S
ในด้านตัวเลขสมรรถนะ  ตามเคลม  0-100 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที  และ Top Speed  230 กม./ชม.    ในทางปฏิบัติจริง  ซึ่งเราได้วัดจาก OBD Bluetooth   ได้ค่าดังนี้
0-100  กม./ชม. = 8.233   วินาที    ¼ ไมล์ = 16.088  วินาที    ที่ 144 กม./ชม.  (โหมด D)
0-100 กม./ชม. = 7.95  วินาที    ¼ ไมล์ = 16.073 วินาที  ที่ 146 กม./ชม.  (โหมด S)
Top Speed ที่เคลมอยู่ที่ 230 กม./ชม.   ในช่วงที่โล่งและเราได้ลองทดสอบ อยู่ที่ 219 กม./ชม. ซึ่งคาดว่า ถ้าหากมีช่วงให้ไหลยาวได้อีกสักหน่อย  น่าจะทำได้ไม่เกิน 225 กม./ชม.

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองที่เคลมเฉลี่ย 13.3 กม./ลิตร   จากการใช้งานส่วนใหญ่ที่วิ่งในตัวเมืองและ โดยรอบชานเมือง  ที่ขับแบบเรื่อยๆ  เจอทั้งรถติด และเส้นทางที่ขับได้แบบเรื่อยๆ  ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9.7 กม./ลิตร   สำหรับรถยนต์ 5 สูบ เบนซินเทอร์โบ  2.0 ลิตรคันนี้

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_011
ระบบส่งกำลัง   เกียร์แบบอัตโนมัติ    6 Speed  พร้อมระบบ  Geartronic  เปลี่ยนเกียร์โดยการโยก + –  ที่คันเกียร์เสียดายที่ไม่มี Paddle Shift ให้เล่น     การเข้าเกียร์นั้นจะต้องเหยียบเบรก และกดปุ่มบน Gear Knob  ก่อนในการเข้าเกียร์จากตำแหน่ง   N->D      สำหรับการเข้าจาก  D->N  เพียงแค่ผลักคันเกียร์ก็ได้เลย     แต่ในบางจังหวะ จากตำแหน่ง N->D   บางครั้งกลับ สามารถผลักคันเกียร์ได้เลย  โดยไม่ต้องเหยียบแป้นเบรก

ฟีลลิ่งของเกียร์แบบ Torque Converter นี้ช่วยให้ถ่ายทอดการขับขี่แบบสปอร์ตได้มากยิ่งขึ้น   มันออกแนวดิบ กระชาก  หลังติดเบาะ  ไม่ค่อยสมูทนัก   เมื่อกระแทกคันเร่ง  รอบตวัดกวาด  จนเกียร์ไปตัดเองที่ Redline  หลังจะติดเบาะทุกเกียร์

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_005
ในช่วงที่ลองใช้โหมด S  เพื่อที่จะโยกเกียร์ดูเอง  พบว่าจังหวะจะโยก 2->3  ดูจะมีแปลกไปนิด  เนื่องจาก  ในช่วงทดสอบอัตราเร่งลองสับเกียร์เองที่รอบเครื่อง 6,000rpm   พอขึ้น 3 ปุป เกียร์ขึ้น 4 ให้เลยโดยอัตโนมัติ  ซึ่งทดสอบ 2 ครั้งก็ พบอาการเช่นเดียวกัน

ด้านความสัมพันธ์ความเร็ว ต่อรอบเครื่องยนต์ได้ทดสอบ 3 ค่า ดังนี้
80 กม./ชม.= 1,550rpm       100 กม./ชม.=2,000rpm    120=  2,400rpm

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_027
ระบบบังคับเลี้ยว  พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน  ผ่อนแรงไฟฟ้า EPAS  มีรัศมีวงเลี้ยว  5.7 ม.  ซึ่งดูค่อนข้างกว้างไปนิดในจังหวะเลี้ยวรถในวงแคบหรือกลับรถ     พวงมาลัยใน Volvo V40 นี้สามารถปรับเลือกได้ 3 โหมด    Low  ช่วยให้เบาแรงที่สุด,  Medium  ช่วยส่งแรงปานกลาง,  High  ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการขับสนุกควบคุมแบบมีชีวิตชีวา

ทันทีที่จับพวงมาลัย 3 ก้านขนาดใหญ่ ที่อวบและดูแน่น   หากเป็นมือคุณผู้หญิงที่ค่อนข้างเล็ก  คงจับไม่ค่อยสบายนัก และอาจกำได้ไม่เต็มมือ

ในการใช้งานขับขี่ทั่วๆไป   การสาวออกตัวให้น้ำหนักที่เบา แต่ไม่ถึงกับโหวง ยังรู้สึกได้ว่ามี แรงหน่วงมอเตอร์คอยช่วยผ่อนแรงอยู่   เมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูงมากขึ้นพวงมาลัยจะดูแน่นตึงมือขึ้น   และพวงมาลัยนั้นยังไม่ให้การตอบสนองที่ไวเกินไปทำให้ช่วงขับที่ความเร็วยังไม่ต้องเกร็งมือมากนัก     และถ้าเปิดระบบ  Lane  Keep  พวงมาลัย จะชดเชยแรงดึงกลับทันทีที่คร่อมเลน

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_075
ระบบกันสะเทือนช่วงล่าง     Volvo V40 ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ  แม็กเฟอร์สันสตรัท  ด้านหลังแบบ มัลติลิงค์  นี่ล่ะใช่เลยช่วงล่างที่อยากได้   กับรถแนว Sport Hatchback  ใน Size Compact  แน่นเฟิร์มแข็งนิดหน่อย  แต่ยังซับแรงค่อนข้างดี      หากเจอพื้นผิวที่มีรอยต่อของถนน  ซึ่งขับมาด้วยความเร็วอาจต้องระวัง  ในการประคองพวงมาลัยให้ดี เพราะ  ช่วงล่างที่ดูจะ sensitive กับสภาพผิว  อาจมีดิ้นให้เห็นอาการกันบ้าง   แต่เมื่อขับบนทางตรงยาวๆ  ที่พื้นผิวเรียบ ไม่มีรอยต่อ  ถือว่าเกาะถนนยอดเยี่ยมดีไม่มีอาการหวาดเสียวออกมาให้เห็น   แม้พื้นจะออกเป็นลอนคลื่นก็ตาม

การเข้าโค้งที่ไม่ต้องใช้วงเลี้ยวพวงมาลัยมาก   ช่วงล่างดูค่อนข้างจิกเกาะถนนดี   แต่ในบางจังหวะที่ต้องใช้วงเลี้ยวที่มากอย่างเช่นสะพานกลับรถเกือกม้า ที่ความเร็วประมาณ 65-70 กม./ชม.   หรือเลี้ยวกลับรถบนทางแยก  เมื่อเติมคันเร่งลงไปเพียงครึ่งเดียว   จะมีเสียงกรีดร้องของยางดังออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว   ซึ่งคาดว่าอาการดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากหน้ายางเสียมากกว่า  Pirelli Cinturato P7   ทั้งที่ ยางตัวนี้มีค่า Treadware 260  ซึ่งตัวเลขดังกล่าวดูให้การยึดเกาะที่ค่อนข้างสูง   แม้อายุการใช้งานอาจจะไม่ยาวนานนัก     หรืออาจจะเป็นอีกสาเหตุมาจากจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำ  และแรงบิดลงล้อที่สูงในช่วงโค้งซึ่งส่งผลให้เกิดแรงเหวี่ยงออกนอกจุดศูนย์กลาง จึงทำให้เกิดโอกาส Slip ของหน้ายางที่มากขึ้น

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_055
ระบบห้ามล้อ   แบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ ABS, EBD, EBA   การตอบสนองดี   เซ็ตมาใกล้เคียงกับรูปแบบรถสปอร์ต  คือแป้นเบรกไม่ต้องกดลงลึก  แต่ไม่ถึงกับตื้นมาก     การตอบสนองว่องไว  รวดเร็วทันใจ   เบรกจิกเท้าดี   การขับขี่ใช้งานแบบทั่วๆไป  เบรกดีอยู่เท้า  รวมถึงการหน่วงจากความเร็วสูง    แต่ในจังหวะที่ต้องการหยุดรถที่มาด้วยอัตราเร่ง   จะพบว่าการเบรกลงลึกความเร็วในช่วงแรกจะถูกหน่วงลงอย่างมาก   แต่เมื่อต้องการจะหยุดรถ  ในจังหวะสุดท้ายอาจพบว่า  ABS  ทำงานหนัก จนดูระยะในการหยุดรถจะไม่สั้นอย่างที่คิด

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_078
สรุป  Volvo V40 ยนตรกรรมรูปแบบ Sport Hatchback  ระดับพรีเมี่ยม ในไซส์ Compact    ที่มีทั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะ  เน้นความปลอดภัย  ทั้งแก่ผู้โดยสาร  ไปจนถึงเพื่อนร่วมถนน   ด้วยราคาในระดับนี้   กับสิ่งที่ได้รับในด้านของสมรรถนะการชับขี่ ร่วมกับระบบความปลอดภัย  ไม่นับในด้านของความสะดวกสบายในการโดยสาร   อาจบอกได้ว่า Volvo V40 ถือเป็นรถยนต์ที่มีความคุ้มค่ากับราคามากที่สุดคันหนึ่งก็ว่าได้

หากคุณอยากเปรียบกับคู่แข่ง ที่มีสมรรถนะใกล้กัน  แต่อาจดูด้อยกว่าเล็กน้อย  อย่าง Mercedes  A250 AMG  หรือ VW Golf GTi  ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ มีสมรรถนะที่ดีกว่า จากระบบส่งกำลัง  แต่ยังด้อยกว่า V40 ในเรื่องของระบบ safety ต่างๆ อีกทั้ง  ราคาที่อยู่ที่ราว 2.4 ล้านบาท

หากสนใจจะซื้อ V40  รุ่น B และ S  ที่ต่างกัน  1.4 แสน   มีอะไรที่ได้มาคุ้มค่าไหม นอกจากล้ออัลลอย   ก็จะมีระบบ Safety ต่างๆ  อีกบางจุด  อาทิ  ระบบช่วยจอด, ระบบเตือนการเหนื่อยล้า  อ่านป้ายจราจรเป็นต้น   และภายในก็จะต่างที่หน้าจอ  ที่สามารถเลือก Theme ได้ 3 แบบ  กับเครื่องเสียงที่รองรับ DVD

สำหรับออปชั่นที่น่ามีเพิ่มเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้ในรุ่น Top ด้วย ได้แก่  กล้องมองหลัง, ระบบ Navigation   และ Paddle Shift

2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_090
Volvo V40  รุ่น B สนนราคา 1.68 ล้านบาท
Volvo V40 รุ่น S สนนราคา 1.82 ล้านบาท
Volvo V40 Cross Country  ราคา  1.92 ล้านบาท

ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver
ขอขอบคุณ Volvo Car  ประเทศไทย  สำหรับรถทดสอบ Volvo V40   T5  Raw Copper Metallic คันนี้

ชมภาพเพิ่มคลิ๊ก
2013-Volvo-V40-TestDrive-Pon_003
พบรถ Volvo และ Volvo V40 มือ 2 ได้ที่ Thaicar.com

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย