คมกริช นงค์สวัสดิ์ : แอสตัน มาร์ตินจะเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภครถยนต์สปอร์ตหรูหรา

Golfautospinn Posted: August 26th, 2014

แม้จะมีประสบการณ์ในการทำตลาดรถยนต์มายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ และเคยสร้างชื่อเสียงฝากฝีมือเอาไว้อย่างมาก ไม่ว่าจะช่วงดูแลกิจการของฟอร์ดและเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย แต่ ‘คมกริช นงค์สวัสดิ์’ ก็ยอมรับว่าการกุมบังเหียนแบรนด์รถซูเปอร์คาร์อย่างแอสตัน มาร์ตินนั้น ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับชีวิตเขา

ผู้บริหารมือดีที่ถูกเรียกเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ถือเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญขององค์กรที่ให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรองค์กรนี้

แม้องค์กรแอสตัน มาร์ตินจะไม่ใช่องค์กรใหม่เพราะตั้งในประเทศไทยมานานร่วมปีแล้ว แต่การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อแม่ทัพคนใหม่คือมืออาชีพที่มีชื่อบริษัทในประวัติการทำงานน้อยมาก คำถามคืออะไรคือความท้าทายที่ทำให้เขาทิ้งเก้าอี้ที่มั่นคงในแบรนด์ตราดาวออกมา

“ผมมองว่าเป็นความท้าทายหลายอย่าง เพราะแอสตัน มาร์ตินแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีอายุ 101 ปีเข้าไปแล้ว แต่ในประเทศไทยต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีการทำตลาดที่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคอาจจะยังลังเลใจ ขณะเดียวกัน องค์กรเอ็มจีซีก็เป็นองค์กรใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 1,200 คน ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย”

DSC_0170

คมกริชระบุว่าสิ่งที่ทำให้เขายอมกระโดดออกจากคอมฟอร์ต โซนมารับงานที่ท้าทายนั้น ประกอบไปด้วยองค์กรที่เต็มไปด้วยเพื่อนเก่า ขณะเดียวกัน เขาเชื่อว่าหากมีการทำตลาดที่ดีพอ แบรนด์แอสตัน มาร์ติน สามารถที่จะเข้าไปเป็นหนึ่งในใจของผู้บริโภคกลุ่มรถยนต์สปอร์ตหรูหราได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าแบรนด์แอสตัน มาร์ตินจะไม่ทำตลาดแบบรถยนต์หรูทั่วไปที่เน้นการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าเท่านั้น นั่นก็เลยเป็นที่มาของการจัดงาน Aston Martin Ultimate Driving Experience ซึ่งเป็นการจัดทดสอบรถยนต์แอสตัน มาร์ติน ครั้งแรกของภูมิภาคอาเซียน ที่สนามพีระ เซอร์กิต

ในวันนั้น แอสตัน มาร์ติน ขนรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตซึ่งถือเป็นตัวขายอย่างแอสตัน มาร์ติน ดีบี9, แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ เอส และแอสตัน มาร์ติน แวนเทจ ซึ่งสนนราคารวมกันปาเข้าไปเกือบ 50 ล้านบาท ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาทั้งจากสื่อมวลชนและลูกค้าเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม

“ความแตกต่างของแบรนด์แอสตัน มาร์ตินนั้น เราอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสกับรถของเรา เราเป็นรถสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งการจัดงานให้ลูกค้ามาชมอย่างเดียวอาจจะไม่เหมาะสม เราก็เลยคิดว่าอยากให้ลูกค้าได้ลองขับกันอย่างเต็มที่ในสนาม”

DSC_0706

คมกริชบอกว่าหลังจากทำการทดลองขับแล้ว สิ่งที่จะต้องเดินหน้าต่อเนื่องก็คือการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลและให้บริการลูกค้าระดับมหาเศรษฐีด้วยการพัฒนาหลังบ้าน โดยในปัจจุบัน แอสตัน มาร์ตินมีโชว์รูม 2 แห่งที่พระราม 3 และสยามพารากอน ขณะที่ศูนย์บริการยังอยู่ที่พระราม 3 แห่งเดียว

สิ่งที่แตกต่างจากผู้ให้บริการยี่ห้ออื่น ๆ ก็คือการสนับสนุนจากองค์กรอย่างเอ็มจีซีที่แน่นอนว่ามีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแผนที่จะพัฒนาการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร รวมไปถึงการให้บริการเกี่ยวกับตัวถังและสีที่คาดว่าจะให้บริการได้อย่างครบวงจรในอนาคตอันใกล้

“ตลาดรถยนต์กลุ่มไฮ ลักชัวรี่ สปอร์ตนั้น ผมมองที่ราคาระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มนี้น่าจะมีตัวเลขรวมที่ประมาณ 300 กว่าคันต่อปี เป้าหมายเราแน่นอนว่าในเบื้องต้นคือการเข้าเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค มีส่วนแบ่งตลาดนี้ 2 หลัก รวมถึงการเติบโตก็คงไม่ต่ำกว่า 2 หลัก เนื่องจากเรามองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจจะดีขึ้นจากความชัดเจนทางการเมือง”

และนั่นคือความมั่นใจสไตล์คมกริชที่ต้องติดตามว่าจะเป็นไปตามเป้าประสงค์หรือไม่ ในอนาคตอันใกล้นี้…

DSC_0254

พบแอสตัน มาร์ตินมือสองที่ไทยคาร์ดอทคอม

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย