รีวิว ขับทดสอบรถ Honda City CNG ใหม่ อีกทางเลือกของความประหยัด

Ponds116 Posted: August 27th, 2014

รถยนต์รุ่นหนึ่งที่ถือเป็นรถที่มียอดขายสุงที่สุดของ Honda นั่นก็คือ รถในกลุ่ม B-Segment อย่าง Honda City และเมื่อ 2 ปีก่อน Honda ได้เปิดตัว City ที่ติดตั้งก๊าซ CNG มาจากโรงงานกันไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้เชิญทางเราเข้าไปร่วมทดสอบมาแล้ว  (อ่านบททดสอบที่นี่)   และเมื่อต้นปีนี้ทาง Honda ก็ได้เปิดตัว Honda City โฉมใหม่ล่าสุดเจนเนเรชั่น 4 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย  เพราะสามารถกวาดยอดขายกว่าแสนคันใน 7 เดือน ที่เปิดตัวทั่วโลก  และเราก็ได้ทดสอบกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับตัวท๊อปในรุ่น SV+ (อ่านบททดสอบได้ที่นี่)  ถัดมาในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้  Honda ได้ทำการเปิดตัว Honda City CNG  ต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว  เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน  ซึ่ง City CNG นี้จึงมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะมาตอบโจทย์ผู้ใช้รถอย่างหนัก ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น   ซึ่งในวันนี้ทาง Honda ได้จัดทริปทดสอบ City CNG ใหม่นี้ขึ้น  พร้อมรับเชิญทางเราเข้าไปร่วมทดสอบเป็นกลุ่มแรกๆด้วย

2014-Honda-City-CNG-GroupTest16
โดยที่ทริปทดสอบนี้  จะเป็นการเดินทางแบบสั้นๆ  ใช้เวลาไม่นาน  โดยเริ่มต้นออกเดินทางจาก พระนคร Honda รามอินทรา   โดยมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครนายก  เพื่อเปลี่ยนผู้ขับและวิ่งกลับมายังปั๊มก๊าซ CNG  ที่อยู่ใกล้โชว์รูม พระนคร Honda รามอินทรา        ทางเราได้รถทดสอบในรุ่น  V AT  สีบรอนซ์เงิน   โดยเป็นผู้ขับในช่วงที่ 2  จากนครนายก กลับมาที่ปั๊มก๊าซ CNG

2014-Honda-City-CNG-GroupTest15
Honda City CNG  ในเจนเนอเรชั่น 4 นี้   ได้ถูกออกแบบพัฒนาระบบ CNG  มาพร้อมกันกับโมเดลพื้นฐานแรก    ซึ่งแตกต่างจาก เจนเนอเรชั่น 3 ที่พัฒนารุ่น CNG  ตามหลังออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน    โดยในรุ่นนี้ได้ออกมาแบบภายใต้แนวคิด   Advanced  Cool  Stunner   ซึ่งเพียบพร้อมทั้ง ความประหยัด  ความสบาย   และความมีสไตล์
ในส่วนของภายนอกนั้น   ฟังก์ชั่นอุปกรณ์จะเหมือนกับรุ่นพื้นฐานแทบทั้งสิ้น  ซึ่งในรุ่น V นี้จะมีระบบ Keyless Entry ให้ พร้อมล้ออัลลอยขอบ 15”   สิ่งที่เห็นเป็นสังเกตุถึงความต่าง  นั่นก็มีเพียง Emblem ที่ด้านหลังฝากระโปรงใต้คำว่า i-Vtec  จะพบคำว่า CNG ติดอยู่      และในส่วนของสีภายนอกนั้น จาก 7 สี จะปรับลดเหลือ 6 สี โดยสีที่หายไปคือ น้ำเงินตัวชูโรง  
โดยทั้ง 3 รุ่น จะมีสีให้เลือก ดังนี้
–  รุ่น S CNG MT มี 3 สีให้เลือก คือ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก)และสีดำคริสตัล (มุก)
–  รุ่น S CNG AT มี 4 สีให้เลือก คือสีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก)
และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
–  รุ่น V CNG AT มี 6 สีให้เลือก คือ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก),
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก), สีแดงคาร์เนเลียน (มุก), และสีน้ำตาลโกลเด้น (เมทัลลิก)

2014-Honda-City-CNG-GroupTest17
เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในด้วยระบบ Keyless  พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปุ่ม Engine Start ในรุ่น V AT คันนี้  จะพบหลายสิ่งที่แตกต่างไปกับรุ่น SV+ ที่เราได้นำมาทดสอบกันไปก่อนหน้านี้  ทั้งเบาะที่ใช้เป็นเบาะผ้าสีเบจ  เครื่องเสียง Module ฝังพร้อมเครื่องเล่น CD เพลง  โดยรองรับระบบเชื่อต่อ USB, AUX และ Bluetooth    พวงมาลัยสามก้านตกแต่ง Trim Metallic  แต่ไม่มีปุ่มใดๆ บนพวงมาลัย
สำหรับหน้าจอมาตรวัดเรืองแสง  พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ยังคงมีเช่นเดิมในรุ่น V AT นี้
2014-Honda-City-CNG-GroupTest28
มีสิ่งหนึ่งที่ย่อมต้องเสียไปในรุ่นที่ติดตั้งถัง CNG  ขนาด 65 ลิตรนี้  ก็คือ  พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังจะลดลงเหลืออยู่ที่  282 ลิตร    และในเรื่องของเบาะหลังที่ไม่สามารถพับได้

2014-Honda-City-CNG-GroupTest24
สำหรับเครื่องยนต์  i-VTEC 1.5 ลิตร  รองรับทั้งระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบก๊าซ CNG พร้อมกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์(ECU) โดยติดตั้ง ECU ตัวที่ 2 นี้แยกเพื่อใช้สั่งจ่าย CNG โดยเฉพาะ
ระบบให้กำลัง 112 แรงม้า   สำหรับ CNG   และ 120 แรงม้า สำหรับน้ำมัน   โดยกำลังสูงสุดนี้ออกมาที่รอบเครื่อง 6,600rpm      และแรงบิด 127Nm  สำหรับ CNG   และ 145Nm สำหรับน้ำมัน  ที่รอบเครื่อง 4,600rpm  ผสานกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าด้วยระบบเกียร์ CVT ใหม่  EarthDreams เทคโนโลยี ขยายอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้น พร้อมระบบ G-Design Shift

มีจุดสังเกตุที่แตกต่างจาก Honda City ใหม่ ตัวพื้นฐาน คือ  กำลังเครื่องยนต์ที่มาเพิ่มเป็น 120 แรงม้า เท่ากับโมเดลเจนเนอเรชั่นก่อน  ซึ่งทำให้เราคาดเดาได้ว่าการปรับเซ็ตคงไม่ต่างจากเจนเนอเรชั่นเดิมมากนัก  และในรุ่น CNG  จะไม่รองรับน้ำมัน  E85     จุดที่แตกต่างกันกับในโฉมเจนเนอเรชั่น 3  นอกจากในเรื่องของระบบเกียร์แล้ว     ก็คือเทคโนโลยีของระบบหัวฉีด CNG ได้เปลี่ยนใหม่   จากการใช้ของ BRC  ในโฉมก่อน    มาเป็นของ  Keihin  ในโฉมนี้   นอกเหนือจากนั้นชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนก็มี วาล์วชีท  และหัวเทียน   เพื่อให้เกิดความคงทนต่อการสึกหรอมากยิ่งขึ้น
2014-Honda-City-CNG-GroupTest9
ในด้านของการทำงานของระบบ CNG  นี้  คือให้สังเกตุที่สวิทช์เลือกชนิดของเชื้อเพลิง  ซึ่งจะมีจุดอยู่ 4 จุดบอกระดับของปริมาณก๊าซคงเหลือในถัง  และจุดไฟทางด้านขวา  ซึ่งจะแสดงผลอยู่ 2 สี คือ แดง จะหมายถึงใช้โหมดน้ำมันขับขี่  และ เขียวซึ่งก็คือ โหมด CNG
2014-Honda-City-CNG-GroupTest29
โดยเริ่มตั้งแต่การติดเครื่องยนต์ หากดับเครื่องที่โหมดไหนระบบก็จะสตาร์ทเริ่มที่ระบบนั้น   ซึ่งเราขอแนะนำให้เลือกไว้ที่โหมด CNG ค้างเอาไว้โดยตลอดเลย     เนื่องจากเวลาที่เราดับเครื่องด้วยระบบ CNG  การติดเครื่องยนต์จะยังติดเครื่องด้วยน้ำมันก่อน  และเมื่ออุณหภูมิพอเหมาะ  ระบบก็จะตัดเข้า ใช้ CNG เองอัตโนมัติ    ซึ่งสามารถฟังได้จากเสียงบี๊บที่เกิดขึ้น  หรือ หน้าจอ MID  ที่แสดงผลอัตราสิ้นเปลือง หรือ ระยะทางคงเหลือที่วิ่งได้   จะไม่สามารถแสดงค่า  เมื่อวิ่งด้วยระบบ CNG    และหากวิ่งไปเรื่อยๆ จน CNG หมดถัง   ระบบก็จะตัดเข้าสู่ระบบน้ำมันโดยอัตโนมัติเองเช่นกัน
2014-Honda-City-CNG-GroupTest5
ด้านสมรรถนะการขับขี่   ในโหมด CNG  เมื่อกดคันเร่งเพื่อเร่งแซง พบว่า อัตราเร่งจะดูด้อยกว่าน้ำมัน แบบรู้สึกได้เล็กๆ   แต่เมื่อ Kick Down แช่ไว้สักระยะ  จนรอบเครื่องขึ้นมาสูงถึงประมาณ 6,000rpm  ระบบจะตัดเข้าใช้น้ำมันเอง   ซึ่งสังเกตุได้จากหลายสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งเสียงบี๊บ  หน้าจอ MID ที่แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองจะกลับมาโชว์ตัวเลขแสดงค่า  รวมถึงอาการกระตุกของเครื่องยนต์ให้รู้สึก นิดๆ    หลังจากที่ระบบกลับมาใช้เชื้อเพลิงน้ำมันอัตราเร่งนั้นตอบสนองได้อย่างดีขึ้น   และเมื่อเรายกคันเร่งเพียงสักครู่   ระบบก็จะตัดกลับคืนสู่การใช้ CNG อีกครั้ง  ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ถือว่าทำได้อย่างรวดเร็ว   ค่อนข้างฉลาดจากกล่อง ECU อีกตัวที่ช่วยควบคุมการจ่ายของก๊าซ

2014-Honda-City-CNG-GroupTest18
จุดที่อยากเสนอแนะเพิ่มเติมคือ การตัดกลับมาใช้ระบบน้ำมันที่รอบเครื่องสูง  ซึ่งส่วนตัวคิดว่า  การเซ็ตรอบไว้สูงถึง 6,000rpm  ช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงจาก CNG ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากกว่า  แต่ว่าการเร่งแซงนั้น อาจจะดูตอบสนองช้าไป  ซึ่งถ้าหากลดรอบเครื่องยนต์ลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 5,000rpm  น่าจะให้การเร่งแซงนั้น อาจจะดูปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกนิด  แต่ก็แลกกับอัตราการใช้น้ำมันที่รอบเครื่องยนต์ที่มาไวขึ้น

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองที่รถคันสีเงิน ของเราได้ทำไป ในการวิ่งระยะทาง   198.6   กม.  แต่มีการเติมก๊าซกลับคืน  10.90 กก.     ซึ่งในการเทสครั้งนี้  อาจชี้วัดอะไรไม่ได้อย่างเป็นทางการนัก  เพราะเริ่มต้นออกเดินทางสเกลก๊าซ  มีเพียง 3 ขีด  และเราวิ่งจนมาสิ้นสุดที่ปั๊มก๊าซใกล้ๆ โชว์รูมเหลือก๊าซอยู่ 1 ขีด    ซึ่งในการขับขี่ครั้งนี้เราไม่ได้ขับแบบเน้นประหยัดนัก  เพราะต้องการทดสอบสมรรถนะ  และการทำงานของระบบตัดจ่ายเชื้อเพลิงด้วย     อีกทั้งทันทีที่รอบเครื่องยนต์สูงเกินไประบบจะตัดเข้าใช้น้ำมันทันที      จึงอาจสรุปได้สั้นๆ ว่า    ก๊าซ CNG  1 ถัง นั้นเพียงพอต่อการวิ่งเดินทางท่องเที่ยว ไป-กลับในระยะ  200  กม./ชม.  ได้อย่างสบายๆ   หากขับขี่แบบปกติ ที่ความเร็วระดับ ไม่เกิน 120 กม./ชม.

2014-Honda-City-CNG-GroupTest14
ระบบพวงมาลัยแบบผ่อนแรงไฟฟ้า EPS  ที่มีรัศมีวงเลี้ยว  5.3 เมตร    นั้นได้เซ็ตเหมือนเดิมทุกอย่าง   ฟีลลิ่งแทบทั้งหมด   จึงไม่แตกต่างกับที่พบใน Honda City 2014 ใหม่     โดยที่เอกลักษณ์ของพวงมาลัยตัวนี้   ยังคงอยู่ที่ความเร็วต่ำเบาสาวได้อย่างสบายๆ คล่องมือ  พร้อมวงเลี้ยวที่แคบช่วยให้คล่องตัว  แต่ยังไม่กระฉับกระเฉงนัก เนื่องจากสัมผัสได้ถึงอาการหน่วงมือในการสาวพวงมาลัยแบบไฟฟ้าที่ยังอาจดูตอบสนองช้าไปนิด    และเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นพวงมาลัยก็ดูจะเบาไปหน่อย

2014-Honda-City-CNG-GroupTest23
ระบบกันสะเทือน    ด้านหน้าแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท  พร้อมเหล็กกันโคลง  และด้านหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม H-Shape  ได้ถูก ปรับปรุงใหม่
– ด้านหน้า     เซ็ทโช๊คอัพใหม่,  เปลี่ยนค่าสปริงเรท  ใหม่  ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น   และ  Stabilizer Bar ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
– ด้านหลัง     เซ็ทโช๊คอัพใหม่,  เปลี่ยนค่าสปริงเรท  ใหม่  ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น    และ  ปรับขนาดของดรัมเบรกหลังให้มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นในส่วนของ Bogy Rigid ตัวถังก็ได้ติดตั้ง   Cross (X ) Bar  ซึ่งอยู่ด้านหลังเบาะผู้โดยสารตอนหลัง   ซึ่งนั่นจะเปรียบเสมือนการติดตั้งค้ำโช๊คด้านหลังไปในตัว

ความรู้สึกแรกทันทีได้ที่นั่งโดยสาร  รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า  มันค่อนข้างแข็งกว่าตัวพื้นฐาน   เมื่อวิ่งในตัวเมือง  อาจรู้สึกนั่งได้ไม่สบายเท่าที่ควร    จนในช่วง Q&A เรา  ได้สอบถามถึงลมยางด้วยว่าใช้ลมยางอยู่ที่เท่าไร  ซึ่งได้คำตอบคือ ลมยาง     หน้า/หลัง  =  32/30     เป็นค่ามาตรฐานสำหรับรถทั่วไป ซึ่งไม่ได้แตกต่างไปจากปกติ

แต่เมื่อการเดินทางไกลที่ใช้ความเร็ว   ต้องยอมรับเลยว่า  อาการเหินลอยไม่ยึดเกาะถนนนั้น  ไม่พบแล้วในด้านหลัง  เนื่องจากทั้งถังก๊าซที่อยู่ทางด้านหลัง  และสปริงเรท  ใหม่   แต่บริเวณด้านหน้าอาจจะยังไม่รู้สึกต่างจากเดิมมากนัก  มีอาการเคลื่อนตัวตามพื้นถนนให้รู้สึกกันอยู่บ้าง    ซึ่งโดยรวมแล้วนั้นสมรรถนะของการยึดเกาะ ถือว่าทำได้ดีขึ้นพอสมคร  แต่ก็แลกมาด้วยอาการความแข็งของช่วงล่างที่เพิ่มมากขึ้น

2014-Honda-City-CNG-GroupTest19
สรุป Honda City CNG ใหม่   รถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก  นอกเหนือจากเชื้อเพลิง E85 และระบบไฮบริด   ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า   เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายราว   0.6 บาท/กม.     ช่วยให้คุณเดินทางไปไหนมาไหน อย่างสบายใจสบายกระเป๋าสตางค์มากขึ้น    แถมอุ่นใจด้วยการติดตั้งระบบมาจากโรงงาน Honda  ซึ่งไม่ต้องห่วงกับประกันที่จะหลุดหาย   และการปรับเซ็ตตัวรถต่างๆ  ที่ได้พัฒนามาพร้อมกันตั้งแต่เริ่มต้น  โดยเพิ่มเงิน 62,000 บาท   ซึ่งถือว่าดีกว่าการไปเสียเวลาติดตั้งเอาเอง  City CNG ใหม่นี้จึงตอบโจทย์แก่ผู้ที่ต้องการใช้รถอย่างหนัก      แม้อาจมีข้อเสียในด้านของพละกำลังที่ลดลงเล็กน้อย และช่วงล่างที่แข็งขึ้นอีกหน่อย  แต่นั่นก็ไม่ถือเป็นอุปสรรค   เพราะโดยรวมมันยังเป็นรถพลังงานทางเลือกก๊าซ CNG  ที่ให้กำลังได้สูงกว่ารถค่ายอื่นอยู่ดี  อีกทั้งจุดเด่นในด้านของความปลอดภัยที่มีมาให้เต็มในทุกรุ่น   ทั้งถุงลม SRS,  ESS, VSA, HSA  เป็นต้น

แต่เป็นที่น่าเสียดายอีกนิด  ที่รุ่นย่อยสำหรับตัวติดตั้ง CNG นี้  มีมาให้เพียงแค่ 3 รุ่นย่อย  S MT, S AT, V     ซึ่งที่จริง  ถือว่ามีแค่   2 รุ่นด้วยซ้ำไป    ทำให้หลายคนที่อยากได้ตัวสเป็กออปชั่นเต็มอาจมีเสียดายกันไป
เอาเป็นว่าต้องมารอดูกันว่า  กับเป้าที่ทาง Honda ตั้งไว้กับ City CNG นี้ ถึงปีละ 15,000 คัน  จะทำได้หรือไม่คงต้องให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจกันเอาเองล่ะ

2014-Honda-City-CNG-GroupTest31
ขอขอบคุณ บริษัท Honda Automobile และ พระนคร Honda รามอินทรา สำหรับทริปทดสอบ Honda City CNG ใหม่ในครั้งนี้
ภณ เพียรทนงกิจ  Test Driver

พบรถ Honda และ Honda City มือ 2 ได้ที่ Thaicar.com

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย