[Tips & Technique] 12 เคล็ดลับ เพื่อเพิ่มการประหยัดน้ำมันสูงสุด โดย Chevrolet

Ponds116 Posted: September 8th, 2014

แม้รัฐบาลเพิ่งจะมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันลงเมื่อไม่นานมานี้ ถึงแม้ราคาน้ำมันจะถูกลงกว่าปกติแ แต่เราทุกคนที่ใช้รถที่เป็นเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ก็ยังควรช่วยกันประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าของโลกอยู่ดี โดยวันนี้เราได้นำเสนอ 12 เคล็ดลับ เพื่อเพิ่มการประหยัดน้ำมันสูงสุด จาก Chevrolet มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. ตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนใช้รถ
การเติมลมยางอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ให้มากขึ้นราว 3.3% หากยางทั้งสี่เส้นมีลมอ่อนเกินไป 1 ปอนด์/ตารางนิ้ว จะทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 0.3% ดังนั้นผู้ขับขี่ควรหมั่นเช็คลงยาง อย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละครั้ง หรือเวลาเข้าปั๊มเติมน้ำมัน ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงแล้ว ยังช่วยในด้านการควบคุมที่ดีด้วย

2. หลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนขนาดล้อและยาง
การเปลี่ยนใส่ล้อแต่ง ที่มีขนาดใหญ่เต็มซุ้ม และยางแก้มเตี้ย แม้จะดูสวยขึ้น แต่ทว่ากลับเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้น ดังนั้นหากเน้นขับประหยัด หากจำเป็นต้องเปลี่ยนยางควรเปลี่ยนเป็นไซส์มาตรฐานเดียวกับโรงงาน หรือหากอยากเปลี่ยนล้อก็ควรเลือกขนาดไซส์เท่าเดิม และมีหน้ากว้างเท่าเดิม

3. ไม่บรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็นไว้ในรถ
การบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็นจะทำให้รถทำงานหนักเพิ่มขึ้นและใช้น้ำมันมากกว่าปกติ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45 กก. จะเพิ่มอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงเฉลี่ย 2% และ อาจมากกว่านี้ในรถขนาดเล็ก ราวหลังคา ที่มีการบรรทุกสัมภาระจะเพิ่มการบริโภคน้ำมันขึ้นเฉลี่ย 5% ดังนั้นหากไม่จำเป็นควรเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

4. ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
กรองอากาศและน้ำมันเครื่องที่สกปรก เซ็นเซอร์ออกซิเจน และหัวเทียนที่ทำงานผิดปกติ รวมถึงชิ้นส่วนที่บกพร่องอื่นๆ จะทำให้การบริโภคน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น
เครื่องยนต์ที่มีการดูแลรักษา อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นประมาณ 4% การที่หมั่นทำความสะอาดไส้กรองอากาศ หรือการใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสม และเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง หรือเวลา ที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 1 – 2%

5. ตรวจสอบฝาถังน้ำมันอยู่เสมอ
ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่แน่นไม่เพียงแต่จะทำให้ “ไฟสัญญาณเตือนรูปเครื่องยนต์” ปรากฏแล้ว ยังเพิ่มอัตราสิ้นเปลืองอีก 1 – 2%

6. พิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผสม
การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง ไม่ว่าจะเป็นรถที่รองรับน้ำมัน E85 หรือ E20 นอกจากราคาต่อลิตรจะถูกกว่าแล้ว ยังช่วยลดปริมาณมลพิษอีกด้วย

7. ขับรถให้ช้าลง
พฤติกรรมการขับรถออกตัวช้า และการรักษาความเร็วรถให้คงที่ จะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้มากกว่า ผู้ขับขี่ที่เหยียบคันเร่งออกตัวโดยเร็ว และผู้ที่ใช้ความเร็วมากเกินความจำเป็น รวมถึงการเบรกอย่างรุนแรง ถึง 33% บนถนนหลวงทางไกล และ 5% สำหรับการขับขี่รถติดในเมือง

8. ควรเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสม ในขณะเดินทาง
ถ้าขับรถด้วยเกียร์ธรรมดา ควรขับขี่ที่เกียร์สูงสุด เพื่อให้รอบเครื่องยนต์ที่ใช้นั้นอยู่ในรอบต่ำ (ขณะที่ขับขี่บนเส้นทางปกติขณะเดินทางด้วยความเร็วคงที่) ซึ่งจะบริโภคน้ำมันน้อยกว่า แต่ไม่ควรขับขี่เช่นนี้ ตลอดหากขึ้นทางลาดชัน หรือความเร็วลดลงเพราะจะฉุดกำลังเครื่อง และอาจทำให้รถเกิดการกระตุกดับ

ถ้าขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติ เมื่อแตะคันเร่ง เพื่อเร่งแล้วแล้วควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อย (ไม่ควรถอนคันเร่งออกทั้งหมด) ในจังหวะที่ระบบเกียร์ “เปลี่ยน” สู่เกียร์ที่สูงขึ้น เพื่อลดการใช้รอบเครื่องที่สูง

9. ใช้ Cruise Control ในสภาวะที่เหมาะสม
หากรถของคุณมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control ควรเปิดใช้ระบบนี้ เมื่อขับรถทางไกลบนทางเรียบ เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมความเร็วให้ไม่เกินกำหนดแล้ว ยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ด้วย แต่ก็ไม่ควรใช้ เมื่อฝนตกหนักหรือขับรถบนพื้นถนนที่เปียกลื่น รวมถึงการขับขึ้นเนินหรือทางลาดชัน

10. ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวล และเปลี่ยนสู่เกียร์ว่าง เมื่อรถหยุดสนิท
ทุกครั้งที่ชะลอลดความเร็ว ควรให้รถหยุดนิ่งสนิทก่อนจึงปรับเป็นเกียร์ว่าง สำหรับรถเกียร์ อัตโนมัติ และผู้ขับรถเกียร์ธรรมดา ก็ควรทำเช่นเดียวกัน เนื่องจากเครื่องยนต์สมัยใหม่แทบจะไม่ใช้น้ำมัน ในช่วงที่เท้ายกออกจากคันเร่ง ดังนั้นควรเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสมก่อนจนจอดสนิทแล้วจึงเข้าเกียร์ว่าง

11. หลีกเลี่ยงการจอดติดเครื่องยนต์นานเกินไป
หากต้องจอดนิ่งอยู่บนสภาพการจราจรที่ติดขัด เป็นเวลานาน แนะนำให้ดับเครื่องยนต์ เนื่องจากการสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันเกือบ 1 ลิตร อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษอีกด้วย

12. ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด
การเปิดระบบปรับอากาศ จะกินน้ำมันเพิ่ม 10% ถ้าสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย ผู้ขับ ถ้าขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 64 กม./ชม. สามารถปิดแอร์ เปิดหน้าต่างแทนได้ แต่ถ้าขับด้วยความเร็วเกินกว่า 72 กม./ชม. แรงฉุดของลมที่ไหลเวียนเข้ามาทางหน้าต่างจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการเปิดแอร์

พบรถ Chevrolet มือ 2 ได้ที่ Thaicar.com

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย