รีวิว Suzuki Gladius 650 ABS (SFV) นี่ล่ะ Naked Touring Middle Weight ที่สมบูรณ์แบบ เหมาะแก่การใช้งานในทุกๆวัน

Ponds116 Posted: October 14th, 2014

เมื่อช่วง กันยายนปีที่แล้ว 2013    Thai Suzuki Motors  ค่ายรถจักรยานยนต์  Suzuki  ในบ้านเรา  ได้เปิดตัวรถ Bigbike มากถึง 6 รุ่นด้วยกัน     ซึ่งคันที่ผู้เขียนเห็นแล้ว  สนใจอยากจะลองขับขี่มากที่สุด ก็คือ Suzuki Gladius 650  รถ ในขนาดกลางพิกัด 650cc  ซึ่งนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน    โดยก่อนหน้านี้ประมาณช่วงต้นปี  ทางผู้เขียนได้มีโอกาสลองขี่รุ่น non ABS  แบบ 1st impression เล่นๆ กันไปแล้ว     และในวันนี้เราได้มีโอกาสนำเจ้า Gladius  Naked Touring  คันเก่งนี้มาทดสอบอีกครั้ง  โดยโมเดลที่ได้มาทดสอบครั้งนี้   จะเป็นเวอร์ชั่น ABS   ลองมาดูกันว่ารถ  Bigbike  ที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ  คันนี้จะมีดีกันสักแค่ไหน

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide12
Suzuki Gladius  ได้เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 2009  จวบจนปัจจุบันมันยังเป็นโฉมเดิม   Gladius  คันนี้  จึงดูมีรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย  ไม่โฉบเฉี่ยวสักเท่าไร     ไฟหน้าทรงรีซึ่งดู เผินๆ  คล้ายรถจากแดนมักกะโรนี  MV Agusta Brutale อยู่ไม่น้อย   เบาะนั่งตอนเดียว  นั่งสบายสไตล์ Naked Touring   มาพร้อมมือจับหลัง ซึ่งช่วยให้เข็นลากรถได้ง่ายยิ่งขึ้น     เฟรมโครงถักด้านข้างเสริมความดุดัน  ในแบบรถอิตาเลียน  แต่ในคันนี้ที่เป็นสีดำ  และเฟรมถักดำ  Metallic Mat Black No.2 / Glass Sparkle Black (KGL)   ทำให้มันดูกลืนกันไปไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
Suzuki-Gladius-ABS-TestRide7
ไฟท้ายด้านหลังที่เป็นรูปทรงเดียวกับ V-Strom 650 ซึ่งติดเป็นชิ้นเดียวกันกับบังโคลนด้านท้าย  ไม่เหมาะแก่ผู้ที่คิดจะทำท้ายสั้นเป็นแน่  เพราะรูกุญแจที่เปิดใต้เบาะ ติดตั้งอยู่บนบังโคลนหลังด้วย    และอีกจุดกับกรองน้ำมันเครื่องที่เป็นกระปุกยื่นออกมาบริเวณคอท่อด้านหน้า  สร้างความรำคาญตาไม่น้อย  หากไม่มีอกล่างปิดเสริมความหล่อ      ท่อไอเสียออกข้างที่มีช่องระบายไอเสีย 2 ช่อง  ดูเท่ห์ไม่เบา  แม้ช่องล่างจะเป็นช่องหลอกก็ตาม
Suzuki-Gladius-ABS-TestRide20
มองขึ้นมาที่แผงแดชบอร์ด  มาตรวัดความเร็วเป็นตัวเลขดิจิตัลทางด้านขวา  พร้อมจอแสดงผล  ODO  มีปุ่ม Set Trip 1,2  และระยะทางที่เหลือ   ไม่มีอัตราสิ้นเปลืองและเกจ์น้ำมัน         วงกลมตรงกลางขนาดใหญ่เป็นวัดรอบเครื่องแบบเข็ม  มีไฟบอกเกียร์ อยู่ภายใน    ทางด้านซ้ายมีไฟบอกตำแหน่งเกียร์ว่าง,  ABS, ไฟเตือนระดับน้ำมัน และที่ประกับไฟด้านซ้าย ก็มีสวิทช์ไฟมาให้ครบทั้งไฟ Pass และไฟฉุกเฉินด้วย

ด้านของมิติรถ  เบาะนั้นมีความสูงเพียง 785 มม. ช่วยให้ผู้ขับขี่ที่มีส่วนสูงไม่มากขี่ได้อย่างคล่องแคล่วสบาย     น้ำหนักตัวก็ไม่มากเกินไปที่  205 กก.   มีความจุถังน้ำมันที่ 14.5 ลิตร

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide44
ขุมพลังจากเครื่อง 2 สูบ  V-Twin  90 องศา  DOHC  645cc  ระบายความร้อนด้วยน้ำ    มีพละกำลัง 71 แรงม้าที่รอบ 9,000rpm  และแรงบิด  63 Nm@7,600rpm

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide58
เริ่มต้นสตาร์ทเครื่องยนต์   ซึ่งต้องกำคลัชทั้ง 4 นิ้วให้สุด  ถ้ากำเพียง 2 นิ้วจะสตาร์ทไม่ติด    น้ำหนักคลัชอยู่ในระดับกลางๆ  ค่อนข้างไปทางนิ่ม   ทำให้เวลาขับขี่ขณะรถติดไม่เมื่อยนิ้วมือมากนัก     ลองเบิลเครื่องดูเสียงของเครื่องบล๊อก V  นั้นฟังดูดุดันใช้ได้ทีเดียว    ตบเท้าเข้าเกียร์ 1  ออกตัวเปิดคันเร่ง    มีกำลังช่วงตีนต้นให้ใช้พอสมควรตามสไตล์รถ  2 สูบ   แต่ก็ถึงกับตื่นเต้นหวือหวามากมายนัก    ยังแอบรู้สึกว่าเกียร์ 1  ยังดูไม่จัดจ้านเท่าคู่แข่งที่ใช้เครื่อง 2 สูบเรียงในคลาสเดียวกันอยู่เล็กน้อย   แต่เมื่อเข้าช่วงเกียร์ 2 เป็นต้นไป  จะรู้สึกได้ว่าแรงบิดมีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรียกได้ว่าไม่แตกต่างกันแล้ว   เราเปิดคันเร่งลากรอบยาวๆ  ไปจนถึงราง 8,000  ซึ่งจะเริ่มรู้สึกเครื่องตื้อๆ  ประมาณว่า Torque หมดแล้ว  ซึ่งในการใช้งานจริง  ไม่ควรลากเกียร์จนเกิน 8,000rpm  ซึ่งเปนช่วงที่พ้นแรงบิดไปแล้ว    แต่หากต้องการความเร้าใจ จัดจ้านแบบต่อเนื่องเมื่องัดเกียร์ไปแล้ว  ก็ควรที่จะต้องสับที่ราว 10,000rpm  เพราะรอบเครื่องจะตกลงมาที่ระดับราว 8,000rpm  ซึ่งยังเป็นช่วงที่แรงบิดเริ่มหมด แต่แรงม้ากำลังขึ้นในช่วงใกล้กำลังสูงสุด นั่นเอง

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide32
Ok มันใช่ที่ว่า  Gladius 650 ตัวนี้  ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นน่ากลัวจนเอาไม่อยู่   แต่ผู้เขียนกลับรู้สึก เครื่องยนต์ของมันมากกว่ารุ่นอื่นๆ   เพราะว่ามันเป็นเครื่องที่ดูให้การตอบสนองได้ดี    ควบคุมได้ง่าย    จะขี่ชิลๆ  ก็ขี่ได้ไม่ลำบาก  จะแรงก็ ถือว่าเพียงพอต่อการแซงรถทั่วๆไปในเมือง  และสามารถเดินทางไกลที่ความเร็วในระดับ 140 กม./ชม. ได้เป็นอย่างดี
และที่สำคัญจากการใช้งานมา  มีจุดที่เราประทับใจ อีกนั่นก็คือ   เครื่องไม่มีอาการร้อนจนทรมานขาให้เรารู้สึกเลย    ไม่ว่าจะซัดกระแทกลากรอบมายาวๆ    หรือขับมุดในช่วงรถติด  ก็มีเพียงไอร้อนๆ  นิดหน่อยให้สัมผัสกันบริเวณหน้าขาเท่านั้น

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide48
นอกจากนั้น  เราได้ลองจับอัตราสิ้นเปลืองคร่าวๆ   จากการเติมน้ำมันเข้าเต็มถัง   ทำได้ราว  25 กม./ลิตร    จากน้ำมันเต็มถังวิ่งไป 300 กม.  ไฟเตือนระดับน้ำมันยังไม่ขึ้นโชว์เลย      โดยมีสภาพการขับขี่  ทุกรูปแบบทั้งเดินทางไกล ทำความเร็วใช้สมรรถนะที่รอบสูง   และในเมืองที่มีรถติดปะปะ  ไปจนถึงขี่เรื่อยๆ  มุดช่องจราจร

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide24
ระบบกันสะเทือน    โช๊คอัพคู่หน้าแบบ  Telescopic   ขนาดแกน  41mm   ด้านหลังเป็นแบบ  Link Type  พร้อมโช้คอัพเดี่ยวปรับ Spring Preload  ได้ 7 Step      โดยภาพรวมการขับขี่  ถือเป็นรถที่เซ็ตช่วงล่างมาเหมาะสมแก่การใช้งาน ทั่วๆไป   ช่วงล่างนิ่มนั่งสบาย  ดูผ่อนคลายสำหรับการเดินทางไกล  แถมผู้โดยสารก็สามารถนั่งซ้อนได้อย่างสบายด้วยเบาะขนาดใหญ่  ที่มีพื้นที่เหลือเฟืออีกต่างหาก    ซึ่งทั้งหมดนี้  ได้อาณิสงค์มาจากโช้คอัพในแนวตั้งซึ่งช่วยซับแรงได้เป็นอย่างดี
และการเดินทางที่ความเร็วในระดับไม่เกิน 140 กม. ยังดูให้การยึดเกาะพื้นถนนได้ดี     ในขณะที่ยางใส่ของ Dunlop Sportmax Qualifier ขนาด  120/160 (หน้า/หลัง)       สำหรับเวลาเข้าโค้งนั้น    ด้วยลักษณะของตัวรถ  ที่เป็นสไตล์ Touring  จึงอาจจะยังดูโหนแบบ Hang on เข้าโค้งได้ไม่มาก   เทลงได้ไม่เยอะนัก   ทั้งในส่วนของตำแหน่งวางเท้า และท่านั่งขับขี่   ซึ่งอาจใช้วิธีเอนตัวแบบ Lean In เข้าช่วยในการเข้าโค้งที่ความเร็วเพิ่มขึ้น

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide15
การควบคุมรถ และท่านั่งขับขี่     Gladius  มากับ handbar สั้น และไม่กางมาก   แต่ทรงและนำแหน่งวางมือ  ดูเหมือนรถ Cruiser   แต่ระยะแฮนด์ที่ดูแคบ  จึงทำให้มันมุดซอกแซก รถติดได้ง่าย  ใกล้เคียงกับรถขนาดเล็ก   รวมถึงการโยกรถหลบซ้าย หลีกขวา ก็ง่าย และคล่องแคล่ว  ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาดาย  และเบาะที่เตี้ย   785mm      นอกจากนั้นท่านั่งขับขี่  แม้อาจจะดูไม่เท่ห์   เพราะมันเป็นรถสไตล์ Naked Touring  จึงทำให้มีท่านั่งได้สบาย   ตำแหน่งวางขาเหยียดตรงไม่ต้องพับหรืองอขา     ช่วยให้การขับขี่เดินทางไกล  ออกต่างจังหวัด ไม่รู้สึกปวดเมื่อยขา หรือ ช่วงแขน และไหล่มากนัก

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide29
ระบบเบรก  ABS  จาก Tokico     เบรกหน้าเป็นแบบจานคู่ ขนาด 290mm  จับด้วยคาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบ  จาก tokico  2และด้านหลังแบบจานเดี่ยวขนาด 240mm  จับด้วยคาลิปเปอร์ 1 ลูกสูบ จาก Nisin จังหวะลงเบรกนั้น  ดูจะเป็นปัญหาสุด  สำหรับการขับขี่รถคันนี้  ซึ่งมีดีแทบทุกอย่าง    เพราะว่าฟีลลิ่งในการเบรกนั้น   แตกต่างกับรุ่นไม่มี ABS เป็นอย่างมาก    เบรกดูไร้ชีวิตชีวา   ระยะเบรกเปลี่ยนไป   ทำให้ต้องเผื่อระยะเบรกมาก    เนื่องจากหลายจังหวะ ดูจะเบรกไม่ค่อยอยู่   ซึ่งการใช้ Engine Brake ด้วยการลดเกียร์ลงจึงเป็นเรื่องสำคัญในการขี่รถมี ABS  เช่นนี้  ซึ่งถ้าเป็นไปได้น่าจะมีปุ่มปิดระบบ  ABS  มาให้ด้วยจะดีมาก

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide13
สรุป  Suzuki Gladius 650 รถสไตล์ Naked Touring   ซึ่งอาจเรียกได้ว่ามันเป็นรถคลาส  650 ที่เป็นมิตรต่อผู้ขี่ที่สุด   รวมถึงเหมาะแก่การใช้งานในชีวิตประจำวันที่สุดด้วย   ทั้งพละกำลังที่มีให้อย่างพอเหมาะ  ไม่แรงโหดเกินไป  แต่ก็ไม่เบาจนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน    อีกทั้งการบังคับควบคุมรถที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม  แถมซอกแซกรถติดได้ง่าย (แต่อยากได้ปุ่มปิดระบบ ABS ด้วยจะดีมาก)

Suzuki-Gladius-ABS-TestRide10
Gladius จึงเกือบจะเรียกได้ว่า Perfect สมบูรณ์แบบ   สำหรับผู้ที่ต้องการมีรถ 2 ล้อ เพียงคันเดียว  ตอบโจทย์ ทั้งความแรงและความคล่องแคล่ว
มันอาจเสียเปรียบคู่แข่งตรงที่โมเดลนั้นลากเก่ากว่าเพื่อน  ยังไม่มีการปรับโฉม  จึงทำให้หน้าตาดูเรียบ  ไม่โดดเด่น   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล
และจุดสุดท้ายนั่นคือ ราคาที่แพงกว่าชาวบ้านเนื่องจากเป็นรถนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน   มันแพงกว่าคู่แข่งในสไตล์ Naked   4 สูบ พิกัดเดียวกันอยู่  3.4 หมื่นบาท และ 2 สูบเรียงอยู่  4.4 หมื่นบาท แต่ถ้าคุณคิดว่า  มันคุ้มที่จะได้ของนำเข้าทั้งชิ้น  และเป็นรถที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครใช้แล้วล่ะก็   นี่ล่ะตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่ไม่ควรมองข้าม

ขอขอบคุณ Thai Suzuki สำหรับรถทดสอบ Suzuki Gladius 650 ABS สีดำ   ราคา 3.19 แสนบาท
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver

ชมภาพเพิ่มคลิ๊ก
Suzuki-Gladius-ABS-TestRide57

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย