[Interview] สัมภาษณ์คุณพิสิทธิ์ คุณานันทกุล ผู้บริหารหนุ่มแห่ง KUNKA Corp อีก5 ปียอดขายจะโตขึ้นกว่า 200%

Ponds116 Posted: October 27th, 2014

ต้องยอมรับกันว่าในช่วง 2 ปีหลังนี้ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า Bigbike ได้มียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดสำหรับตลาดในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นรถจากค่ายฝั่งญี่ปุ่น หรือ จากฝั่งยุโรป ก็ตามที ซึ่งแต่ละแบรนด์ล้วนแล้วแต่ มีเอกลักษณ์ รวมถึงฐานลูกค้าเฉพาะตน โดยในปีนี้ 2 แบรนด์จากค่ายฝั่งยุโรปซึ่งทำตลาดกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมอย่าง KTM และ MV Agustaซึ่งได้ลุยทำการตลาดเชิงรุกอย่างจริงจังในปีนี้ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของ Kunka Corp คุณพิสิทธิ์ คุณานันทกุล(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น) นั่นเอง ซึ่งเราได้มีโอกาสในการพูดคุยกันอีกสักครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ดูซบเซาในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่วงการ Bigbike ยังคงโตสวนทาง และแน่นอน ทั้ง KTM และ MV Agustaยังเหลือรถที่จ่อคิวเปิดตัวอยู่อีกเพียบ ! ในไตรมาสที่ 4ของปีนี้

2014-MV-Agusta-F3800-AGO-TH-Launch28
ในปี 2014 นี้ทางบริษัทฯ ได้ลุยทำการตลาดด้วยการมุ่งเน้นทั้งการออก Event ต่างๆ มากมายตั้งแต่ต้นปี จนในช่วงครึ่งปีหลัง ก็ยังคงจัดกิจกรรมออกบู๊ท ตามงาน Exhibition และ Event ต่างๆ อย่างต่อเนื่องได้แก่ Big Motor Sale ที่จัดขึ้นที่ Bitecบางนา ไปจนถึง Kunka Showcase ที่ศูนย์การค้า Asiatique ซึ่งเน้นการสร้าง Brand Perception หรืองานที่จัดสำหรับชาว 2 ล้อโดยเฉพาะอย่าง Superbike @ TheCircle ก็ยังคงไปเปิดบู๊ทอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยกัน โดยกิจกรรมที่ว่ามาข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าประสบความเร็จเป็นอย่างมาก สังเกตได้จาก รถรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามา หรือรุ่น Limited มักจะได้รับการจับจองขายดีจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าคนไทยในระดับบนยังมีกำลังซื้อสูง โดยไม่สนใจสภาพเศรษฐกิจ

KTM 1290 SUPER DUKE R SPECIAL (8)
สำหรับยอดขายที่คาดไว้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ราว 1,500 คัน โดย MV Agusta อยู่ที่ประมาณ 150 คัน
ซึ่งอัตราส่วนยอดขายของ MV Agusta : KTM เฉลี่ยคิดเป็น 1:10
KTM_DUKE390_2
โดยโมเดลที่ขายดีที่สุดของ KTM ยังคงเป็น Duke 200 ตามมาด้วยรุ่น 1190 Adventure เช่นเดียวกับปีก่อน แต่ในปีหน้าอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรถโมเดลยอดนิยม เพราะจะมีโมเดลใหม่เพิ่มเข้ามา เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ด้านโมเดลที่ขายดีของฝั่ง MV Agustaคือรุ่น F3 และ ตามมาด้วยตัวแรงที่สุดในไลน์อย่าง F4RR และ Dragster 800 ตามลำดับ

นอกจากนั้น ยังมั่นใจในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2019) ยอดขายของบริษัทฯ ในประเทศไทย จะโตมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับยอดขายในปีปัจจุบัน เนื่องจากทาง KTM ได้มีกำลังการผลิตรถ Bigbike สูงที่สุดในยุโรป เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.2 แสนคันในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตยอดผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 แสนคัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า

MV-Agusta-Rivale-TestRide37
แม้มั่นใจยอดขายจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด แต่ยังยืนยัน ไม่มีแผนที่จะตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยอย่างแน่นอน เน้นนำเข้าแบบ Complete Bike ทั้งคัน โดย KTM จะนำเข้ารถในคลาส 200, 390cc จากประเทศอินเดีย ในขณะที่ 690cc ขึ้นไปจะนำเข้าจากประเทศออสเตรีย ขณะ MV Agustaก็ยังนำรถเข้าทั้งคันจาก ประเทศอิตาลี

ในด้านของกลไกราคานั้น ปีหน้าทางบริษัทฯ อาจพิจารณาปรับโครงสร้างของราคารถใหม่ ซึ่งจะมีทั้งการปรับเพิ่มขึ้น และปรับลดลง ผลมาจากต้นทุน ในการนำเข้าสินค้า รวมถึงอัตราค่าเงินแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน

2012-MV-Agusta-F3-675-TestRide_68
แน่นอนว่า ทางบริษัทฯ ได้วางตำแหน่งของสินค้าในระดับพรีเมียม ด้วยราคาที่สูง จึงยังคงนโยบายในการมัดใจลูกค้าในระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่ After Sale Service (บริการหลังการขาย) ซึ่งพร้อมขยายดีลเลอร์เพิ่มอีกในอนาคต โดยปัจจุบันมีโชว์รูมของ KTM รวมทั้งสิ้นกว่า 10 สาขา ทั่วประเทศ ขณะที่ MV Agustaอยู่ที่ 4-5 สาขา และยังมุ่งหน้าเตรียมขยายจำนวนดีลเลอร์ โดยจะเน้นค่อยๆ เพิ่มจำนวนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจาก ต้องการสร้างดีลเลอร์ ให้แข็งแกร่ง เพียบพร้อมไปด้วยคุณภาพ และตรงตามมาตรฐานที่ทางบริษัทแม่ได้กำหนด ทั้งในเรื่องของการอบรมมีจัด Service Training ให้แก่ช่างเทคนิครวมไปถึงการสอบวัดประเมินผลด้วย นอกเหนือไปกว่านั้น ในอนาคตอาจได้เห็นการขยายตลาดรถ Bigbikeทั้ง 2 แบรนด์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบรับการเปิด AEC ในปีหน้า2015 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา

MV_Agusta_F3_006
สำหรับด้านวงการ Motorsport ยังคงเดินหน้าลุยทำทีมแข่ง อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับกิจกรรมการตลาด ทั้ง MV Agusta และ KTM กับการทำทีม KTM KUNKA Castrol Rockstar ลงแข่งในสนามการแข่งขันโมโตครอส ซูเปอร์ครอส และซูเปอร์โมโตชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมีนักแข่งดาวรุ่งของทีมคือ ตระการ ทั่งทอง วัย 19 ปี เป็นตัวแทนของนักแข่งไทย และเสริมด้วยนักแข่งต่างชาติระดับท็อปเทนของญี่ปุ่น Mr.Yoshiki Kitai วัย 30 ปี ที่มีประสบการณ์โชกโชน ทั้งการแข่งขันชิงแชมป์ญี่ปุ่น การแข่งขันชิงแชมป์อเมริกา และการแข่งขันชิงแชมป์โลก ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างสมาพันธ์แข่งรถจักรยานยนต์ญี่ปุ่น (MFJ) และสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย (FMSCT) รวมไปถึง KTM ประเทศญี่ปุ่น ที่ส่ง Mr.Yoshiki Kitai มาร่วมทีมตลอดทั้งฤดูกาลแข่งขันปีนี้

KTM_DUKE390_16
นอกจากนั้นทางบริษัท ได้จัดการแข่งขันรายการRace of Duke (ROD) ขึ้น ซึ่งในปีนี้ ถือเป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับรายการนี้ โดยเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นสนับสนุนให้กับลูกค้า (KTM Duke 200) ได้เพิ่มทักษะการขับขี่ และเข้าถึงวงการ Motorsport ได้ใกล้ชิดมากขึ้น สอดคล้องกับสโลแกนของ KTM “Ready To Race”และอาจมีการต่อยอดในปีหน้า ในรุ่นอื่นๆอีกด้วย รวมถึงการจัดทำ Factory Team KTM ที่จะทำทีมแข่งในทางเรียบเพิ่มเติมนอกจากการแข่งขันทางฝุ่น
และปิดท้ายกันด้วยประเด็นที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ รถรุ่นใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัว ในช่วง2 เดือนที่เหลือนี้ยังคงเหลือเปิดตัวอีก 3-4 โมเดล รวมทั้ง2 แบรนด์ โดยยังไม่เปิดเผยข้อมูล ณ ขณะนี้ บอกได้เพียงแต่ว่า อาจเปิดตัวก่อนงาน Motor Expo ในบางโมเดล ซึ่งจะเปิดตัวแบบ Exclusive Launch และอาจปิดท้ายปีด้วยการส่งโมเดลที่เหลือ เข้าในงาน Motor Expo 2014 นี้แฟนๆ เตรียมติดตามกันให้ดี ว่าจะเป็นโมเดลรุ่นที่คุณคาดกันเอาไว้ในใจกัน หรือไม่

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย