รีวิว Honda Accord Hybrid TECH “แรง หรู ประหยัด” กับที่สุดของมิดไซส์ซีดานยนตกรรมไฮบริดญี่ปุ่น

Ponds116 Posted: December 22nd, 2014

ในโลกปัจจุบัน   ต่างเต็มไปด้วย การใช้พลังงานกันอย่างมากมาย  ส่งผลให้เกิดการปล่อยไอเสีย   รวมไปถึงสภาพอากาศในปัจจุบัน ที่ร้อนขึ้น   แม้ว่าราคาน้ำมันโลกจะลดลงอย่างต่อเนื่อง  แต่การใช้พลังงานก็ควรที่จะใช้อย่างคุมค่าที่สุดเช่นเดิม

และ แล้ว Honda Automobile ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวรถยนต์นวัตกรรมล่าสุดจาก ฮอนด้า   เมื่อช่วงเดือน กค. ที่ผ่านมานี้    ซึ่งการันตีคุณภาพคับคั่งด้วย รางวัล Green Car of the Year 2014  และ MotorWeek Drivers’ Choice Award 2014    ซึ่งมากับตัวเลขเคลมสุดหรู 50 ไมล์/แกลลอน  (21 กม./ลิตร)    ลองมาดูกันว่ามันจะดีน่าสนใจมากเพียงใด

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive9
ในส่วนของภายนอก  ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด   ดูผิวเผิน  อาจจะไม่ต่างจาก Honda Accord 2.4  นัก  เนื่องจากในรุ่น Hybrid Tech นี้ได้หยิบยกออปชั่นมาจากรุ่น 2.4 TECH  มาแทบทั้งสิ้น ทั้งไฟหน้าแบบ LED โคมคู่   แต่กรอบไฟเป็นสีฟ้า   กระจังหน้าได้ถูกปรับเปลี่ยนจากแถบคาดกลางโครเมียมเป็นสีฟ้าเช่นกัน   ขณะที่ไฟท้ายขอบด้านข้างก็ได้ตกแต่งเป็นสีฟ้า  พร้อมแปะโลโก้ Hybrid ที่ฝากระโปรงท้าย และแก้มข้างตัวรถทั้ง 2 ฝั่ง  ล้ออัลลอย ใช้ขอบ 18”  ซึ่งเป็นลวดลายเดียวกับตัวเครื่อง 2.4  แต่เปลี่ยนเป็นสีโครมดำ   และยางก็สวม Michelin PS3  ไซส์เดียวกันอีกด้วย

สำหรับออปชั่นหรูของรุ่น TECH ก็ถูกยกมาหมด ทั้ง Sunroof, Lane Watch, กล้องมองหลัง  ระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ   แต่ในรุ่นไฮบริดนี้ จะไม่มีไฟตัดหมอกให้อย่างเช่นรุ่น 2.4

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive42
ขุมพลังไฮบริดเทคโนโลยีล่าสุดนี้  Honda เรียกมันว่า Sport Hybrid iMMD (intelligent Multi-Mode Drive)  เป็นการผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ระบบ Atkinson Cycle  2.0 ลิตร  Earth Dreams   เครื่องยนต์ให้กำลัง 143 แรงม้า  และแรงบิด 165Nm    พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัว  ที่มีกำลัง  169  แรงม้า  และทำแรงบิด  307Nm     ซึ่งห่างเรียกพละกำลังรวมทั้งระบบ จะอยู่ที่ 199 แรงม้า    โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเก็บประจุด้วยแบตเตอรี่ Li-ion แบบใหม่  ที่มีขนาดเล็ก  จึงทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย ยังมีพื้นที่กว้างขวางไม่แพ้เดิม       โดยส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive86
ด้วยความเป็นรถ Hybrid  อันดับแรกที่ต้องพูดถึงคือ ความประหยัด  ผู้เขียนได้ขับตั้งแต่เติมเต็มถังไปจนถึง  น้ำมันขีดสุดท้าย   ซึ่งวิ่งแทบทุกรูปแบบ ทั้งรถติดในเมือง  เดินทางไปยังเข้าค้อ   ทั้งการขับขี่บนเขาที่ต้องใช้กำลังเครื่องสูง   และการทดสอบอัตราเร่ง   รวมถึงลอง Top Speed     ได้ระยะทางทั้งสิ้นราว 940  กม.  โดยหน้าจอ MMD ยังบอก Range คงเหลือที่วิ่งได้อีก ราว  30 กม.     ซึ่งหากขับขี่บนเส้นทางปกติ  ที่ใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอนั้น  น่าจะสามารถทำตัวเลขทะลุ 1,000 กม. ได้ไม่ยาก      หากคำนวณอัตราสิ้นเปลือง จะได้  970 กม. / น้ำมันเต็มถัง 60 ลิตร  จะได้   16.167  กม./ลิตร

โดยในด้านการขับขี่  ต้องเรียกได้ว่า แรงสั่งได้ดั่งใจ  ในส่วนของอัตราเร่งที่มาเร็ว และต่อเนื่อง   แถมคงความนิ่มนวล   จนแทบไม่รู้สึกว่ามันแรงจนน่ากลัวแต่อย่างใด     การทดสอบของเรา 0-100 กม./ชม.  สามารถทำได้ใน 8.66 วินาที  และ ¼ ไมล์  ในเวลา 16.78 วินาที   ขณะที่ความเร็วปลายสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 192 กม./ชม.      ต้องเรียกได้ว่าแรงไม่แพ้รถซีดานยุโรปกันเลย  แถมตอบสนองได้ฉับไวอีกต่างหาก  ไม่ต้องรอรอบเพราะ แรงบิดสูงจากมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมตอบสนองทันทีที่คุณเรียกใช้ด้วยการกดคันเร่งเพิ่มลงไปเพียงเท่านั้น

จุดเด่นของความเป็นไฮบริด นอกจากจะแรงแล้ว   ยังมีสิ่งที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก ก็คือ การทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ในโหมด EV  ซึ่งวิ่งได้จริงถึงความเร็วระดับ 120 กม./ชม.   โดยประจุไฟฟ้าจะต้องเหลือมากกว่า 2 ขีด ขึ้นไป    หากประจุไฟฟ้าเหลือ น้อยกว่านี้  จะตัดเข้าสู่ Engine Mode  เพื่อรอชาร์จประจุไฟกลับเข้ามาใหม่  เพื่อใช้การขับเคลื่อนด้วย Hybrid Mode

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive66
หันมามองที่ตำแหน่งเกียร์ จะพบว่าตำแหน่งเกียร์ S  ถูกแทนที่ด้วยตำแหน่ง B   และแป้น Paddle Shift ได้หายไป   สำหรับตำแหน่ง B  หมายถึง Brake  คือ ถ้าดึงคันเกียร์เข้ามาที่ตำแหน่งที่ จะมีแรงหน่วงของเครื่องยนต์  เพื่อช่วยดึงไปเป็นพลังงานในการชาร์จประจุให้แก่แบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น    และโหมดนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งหากต้องลงทางลาดชัน สูง ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเกียร์ต่ำชะลอความเร็วไปด้วย

แต่ด้วยการทำงานของระบบไฮบริดนี้จะดี แต่ผู้เขียนยังพบว่ามีบางจุดที่อาจทำให้รำคาญบ้าง คือเสียงจี่ จากการชาร์จประจุ  และการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเสียงโทนแหลม เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง   โดยเฉพาะจังหวะยกคันเร่ง  และเหยียบแป้นเบรก

นอกจากนี้  ก็จะมีเรื่องระบบพวงมาลัยที่ดูจะเบาไปเสียหน่อย  และความเร็วสูงน้ำหนักยังดูน้อยไปหน่อย    และในด้านแป้นเบรกของสไตล์รถ Hybrid ที่เซ็ตแป้นมาตื้น  แต่ดูจะเบรกไม่จิกเท้าเหมือนดั่งรุ่นปกติ 2.4 ลิตร นัก

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive75
ปิดท้ายกันที่ภายใน   เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้วยระบบ Keyless  จะพบกับภายในห้องโดยสารที่หรูหราเช่นเดียวกับ Hybrid Tech  ทั้งออปชั่น และรูปลักษณ์  โดยมีจุดแตกต่างหลัก คือแผงหน้าปัดเรือนไมล์จะเป็นมาตรวัดแบบเรืองแสง    แต่จะไม่มีมาตรวัดรอบเครื่องยนต์  โดยจะมีสเกลบอกแถบ Power และ Charge   ขณะที่ระดับน้ำมันจากเข็ม จะเป็นสเกลแสดงผล  โดยมีสเกล  ประจุแบตเตอรี่อยู่ด้านบน

นอกจากนั้น ตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า ตำแหน่งเกียร์ S  ที่ถูกแทนที่ด้วยตำแหน่ง B  และมีปุ่ม EV เพิ่มขึ้นมาทางด้านล่างสุดของตำแหน่งเกียร์
แล้วก็  พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย  ที่อาจจะน้อยลงไปจากการที่ต้องแบ่งพื้นที่ให้กับแบตเตอรี่แบบ Li-ion  ซึ่งก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive28
สรุป  ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด Tech  รถยนต์ไฮบริด ที่ยอดเยี่ยม และทันสมัยที่สุด   ในคราบรถซีดานหรู   การันตีด้วยรางวัล 2014 Green Car of The Year   ทั้งประหยัดและรักษ์โลก   แม้อัตราสิ้นเปลืองอาจจะได้ไม่เท่ารตัวเลขเคลมจากต่างประเทศ    แต่เราคงไม่ต้องมีอะไรพูดกันมาก   กับรถในรุ่นท๊อปคันนี้ที่มีราคา  1.899 ล้านบาท   เพราะโดยรวมแล้วมันคือ ยนตกรรมไฮบริดที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

ชมภาพเพิ่มเติมคลิ๊ก

2014-Honda-Accord-Hybrid-Tech-TestDrive94
ขอขอบคุณ Honda Automobile สำหรับรถ Honda Accord Hybrid Tech  ราคา 1.899 ล้านบาท
ภณ เพียรทนงกิจ Test Driver

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย