ท้องถนนสุดเละเทะ ทั้งสาวเมาหนุ่มมึนขับรถแบบไร้สติคร่าชีวิตผู้อื่น สังคมต่างถามหาจิตสำนึกในการขับขี่ที่หายไป

Keneditor Posted: May 6th, 2015

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ใช้รถยนต์ในช่วงนี้หรือเป็นเพราะบางทีกฎหมายบ้านเมืองเราอ่อนเกินไป จนทำให้หลายคนมองข้ามข้อกำหนดและฝ่าฝืนจนทำให้เกิดผลกระทบกับชีวิตผู้อื่นอย่างล่าสุดที่มีกรณีเมาแล้วขับ รวมถึงการขับขี่ไปชนผู้อื่นจนเสียชีวิตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เริ่มที่เหตุการณ์แรกที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเช้าวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2558 กรณีนักศึกษาสาวไปกินเหล้าเมากับเพื่อนแต่ดันขับรถยนต์กลับทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองมีอาการมึนเมาจนสุดท้ายเกิดอาการหลับในทำให้รถยนต์ไหลเข้าไปกวาดกลุ่มนักปั่นจักรยานจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 3 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายราย จากรายงานข่าวแจ้งว่าตัวผู้ขับรถยนต์นั้นมีระดับแอลกอฮอล์ที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

 

F4E5222A22D64CE281C120C2BBB2D6AA

 

ในขณะที่สังคมกำลังจับต่อมองและร่วมอาลัยกับครอบครัวของนักปั่นจักรยานในเหตุการณ์ที่เชียงใหม่ วันถัดมาก็เกิดมีเหตุการณ์รถเก๋งชนจักรยานเกิดขึ้นอีกครั้งบนถนนรัชดา-รามอินทรา ทำให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหุตพบรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ทะเบียน 3 กฎ 8938 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่แต่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวหลบหนีไป

จากรายงานข่าวมีการอ้างจากครอบครัวของเจ้าของรถว่ารถคันดังกล่าวนั้นหายไปหลายเดือนก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ สร้างความสงสัยให้กับบรรดาผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ จนล่าสุดมีการแชร์ภาพของผู้ก่อเหตุขณะกำลังหลบหนี ก่อนที่บรรดานักสืบโซเชียลจะช่วยกันสืบจะเจอตัวและตามไปสอบถามจนเจ้าตัวปิดเฟสบุ๊คและอินสตราแกรมหนีไปและเข้ามอบตัวในภายหลัง

 

14308184571430818597l

 

ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ เช้าวันที่ 6 พฤษภาคม มีข่าวกรณีเมาแล้วขับเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยสาวรายนี้ได้ขับรถพุ่งชนกำแพงสังกะสีริมถนนกำแพงเพชร 7 เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็พบเจ้าของรถในขณะคุยไม่รู้เรื่อง โวยวายและมีอาการมึนเมา ซึ่งตรวจสอบภายหลังพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 279 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ แต่รายนี้โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น นับว่าเป็นโชคดีของหญิงสาวรายนี้จริงๆ

 

bgdfd

 

นอกจากสถานการณ์หลักแล้วยังมีประเด็นรองๆ ลงมา อย่างกรณีที่มีคนใช้ช่องทางโซเชียลในการพูดจาดูถูด เสียดสี ผู้ใช้รถจักรยานไปต่างๆ นาๆ จนถึงกับมีบางคนต้องตกงานจากการใช้โซเชียลอย่างไม่มีสติ ก่อนจะออกมาขอโทษด้วยประโยคสุดฮิตอย่าง “ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์” รวมถึงตัวผู้ก่ออุบัติเหตุดังกล่าวข้างต้นเองืั้งหมดที่ต่างมีเหตุผลต่างๆ นาๆ มาชี้แจงหนังจากที่เกิดความสูญเสียขึ้น

 

146

 

จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ที่มักเกิดขึ้นกับคนปั่นจักรยานจนทำให้ตอนนี้บรรดานักปั่นหลายๆ คนถึงกับโดนยึดรถจักรยานห้ามเอาออกนอกบ้าน เนื่องจากบรรยากาศบนถนนช่วงนี้ที่ทำให้ท้องถนนที่อันตรายอยู่แล้วยิ่งดูอันตรายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว หลังจากมีข่าวของบรรดานักขับที่ไร้ซึ่งสามัญสำนึกและความรับผิดชอบต่อตัวเองและเพื่อนร่วมสังคมออกมาอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการรณรงค์และตั้งด่านตรวจของบรรดาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่พยายามกันอย่างสุดความสามารถดูเหมือนจะสูญเปล่า เพราะบ้านเมืองเรามีคนจำพวกฟังหูซ้ายออกหูขวาไม่ได้สนใจถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่มาก แต่การจะต่อว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนักเพราะสุดท้ายแล้วทุกสิ่งอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน

 

LO_970x250_2

 

อย่างกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันที่ 6 พฤษภาคม มีเหตุการณ์รถยนต์ชนจักรยานยนต์อีกครั้งบนสะพานข้ามแยกพระราม 9 ซึ่งเป็นสะพานที่ห้ามรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ขึ้นไปใช้งาน แต่ก็มีการฝ่าฝืนจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น ในกรณีนี้หากโยนความผิดให้กับผู้ขับรถยนต์ทั้งหมดก็คงจะไม่ถูกนัก เพราะฝ่ายคนผู้ใช้จักรยานเองเป็นฝ่ายฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร รวมถึงผู้ใช้จักรยานยนต์เองที่มักฝ่าฝืนเครื่องหมายดังกล่าวเป็นประจำ

 

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ตามเราต่างเอาแต่โทษปัจจัยอย่างอื่น แต่ไม่เคยโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาครัฐฯ เองก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มชั่วโมงการอบรมในการขอใบขับขี่ให้มากขึ้นจาก 4 ชั่วโมงเป็น 15 ชั่วโมงซึ่งหลายคนมองว่าไม่ตรงจุด ดังที่น่าจะเห็นได้จากการเพิ่มชั่วโมงอบรมมาเป็น 4 ชั่วโมงแต่ผู้ใช้รถใช้ถนนบางคนยังไร้ซึ่งจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่และการเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมทาง

 

11178377_10204166254745073_4823859722731070264_n

 

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความรับผิดชอบ พักหลังมาเราจะเห็นว่ามีข่าวการชนแล้วหนีแบบไร้ความรับผิดชอบอยู่หลายครั้ง หากรถยนต์คันนั้นไม่ถูกจับได้คาหนังคาเขาหรือเกิดเหตุทำให้หลบหนีไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นผู้ถูกกระทำและครอบครัวที่ต้องรับเคราะห์ไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือรถจักรยานก็ตาม

จากเหตุการณ์ทั้งหมดข้างต้นยังไม่รู้ว่าผลการตัดสินของศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะออกมาในรูปแบบไหน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ศาลตัดสินโทษเมาแล้วขับที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกาจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ที่มีการตัดสินลงโทษจำคุกมากถึง 30 ปีพร้อมกับยึดใบขับขี่ตลอดชีวิตโดยทันที กฎหมายบ้านเราดูเหมือนจะเพียงแค่ลมปากที่ไร้ค่าไร้ความหมายไปเลย

 

A3A474BBC317409CBDAC3CF04002E90C

 

เชื่อว่ากรณีการเสียชีวิตบนท้องถนนแบบที่ไม่น่าเกิดขึ้นจะยังคงมีให้เห็นอยู่ต่อไป ตราบในที่ผู้ใช้รถใช้ถนนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของกฎข้อบังคับ จิตสำนึกที่ดี จิตใจที่มีความเอื้อเฟื้อ เรื่องเหล่านี้เพียงแค่ภาครัฐฯ ฝ่ายเดียวอาจจะยังไม่พอ คงต้องมีการปลูกฝั่งและอบรมกันตั้งแต่สถาบันครอบครัว เพราะครอบครัวไม่ได้มีหน้าที่เพียงเข้ามาไกล่เกลี่ยหลังเกิดเหตุการณ์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของบุตรหลานเท่านั้น แต่มีหน้าที่ปลูกฝั่งให้บุตรหลานของท่านมีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมด้วยเช่นกัน 

 

อ่านข่าววงการรถยนต์ทั้งหมด คลิกที่นี่
อ่านข่าววงการรถมอเตอร์ไซค์ คลิกที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย