Autospinn

[Test Drive] บุกป่า ฝ่าทางฝุ่น กับ Chevrolet Colorado Centennial & Storm รูปลักษณ์จัดเต็ม สมรรถนะหายห่วง

Cokeautospinn Posted: January 22nd, 2018

ทดสอบ ขับขี่ เชฟโรเลต โคโรลาโด เซนเทนเนียล อิดิทชั่น และ สตอร์ม

ทดสอบการขับขี่รถปิกอัพอเมริกันพันธุ์แกร่งรุ่นใหม่อย่าง Chevrolet Colorado Centennial & Storm ทั้งทางออนโรด และออฟโรด

หลังจากทยอยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปแล้วในช่วงปี 2017 ทั้ง Chevrolet Colorado High Country Storm ปิกอัพพันธุ์แกร่งที่มาพร้อมการตกแต่งรอบคันสุดดุดัน รวมไปถึงรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี กับตำนานรถกระบะ 1 ตัน ที่เริ่มถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1918

 

กับ Chevrolet Colorado Centennial Edition ที่เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา วันนี้ทีมงาน AutoSpinn ได้รับเกียรติ์จากทาง Chevrolet (Thailand) เข้าร่วมทริปการทดสอบทั้ง 2 รุ่น บนเส้นทางทีต้องบอกว่ามีทั้งการขับขี่แบบออนโรด และทางแบบออฟโรด ชนิดที่เรียกว่า บุกป่า ฝ่าทางฝุ่น กันแบบเต็มที่

โดยนอกจากจะเป็นทริปการทดสอบรถยนนต์แล้วยังเป็นทริปทำความดี (แหม่อันนี้แอดมินถนัดจริงๆ 55) ด้วยการร่วมกันทำโป่ง เพื่อเพิ่มสารอาหาร และสร้างรั้วกำแพงเพื่อปกป้องช้างไทย และสัตว์ป่าอื่นๆ ที่เกิดการรุกรานกันระหว่าง มนุษย์และสัตว์ป่าบริเวณ น้ำตกป่าละอู ภายใต้ชื่อกิจกรรม เชฟฯรักษ์ช้าง

ซึ่งระยะเส้นทางโดยรวมของทริปนี้ ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพมหานคร ถึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะอยู่ราวๆ 575 กิโลเมตร ซึ่งนอกจากจะมีการขับขี่บนถนนทางหลัก แล้วยังมีการขับขี่เข้าน้ำตกป่าละอู ซึ่งจะสามารถทดลองสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ได้พอประมาณ อีกด้วย

 

 

Centennial Edition รูปลักษณ์สุดเอ็กซ์ครูซีฟ ฉลองครบรอบ 100 ปี กระบะ 1 ตัน

ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากมายนักเราไปชมรูปลักษณ์ภายนอกของ Centennial Edition กันก่อนเลยดีกว่า จุดเด่นๆ ที่สามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อมองจากด้านหน้าคงจะหนีไม่พ้น ตราสัญลักษณ์โลโก้โบว์ไทที่เปลี่ยนจากสีทองเป็น สีดำพร้อมตัวอักษณ์เขียน Chevrolet บ่งบอกความพิเศษ

พร้อมกันนี้บริเวณประตูยังมีโลโก้ Chevrolet 100 Years สีดำติดตกแต่งบ่งบอกความเป็นรถยนต์รุ่นพิเศษอีกด้วย พร้อมกันนี้บริเวณฝากระโปรงยังถูกติดตั้งด้วยสติ๊กเกอร์สีดำด้านรุ่นพิเศษ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมตกแต่งบริเวณชุดคิ้วล้อรถยนต์ ช่วยขับให้ตัวถังรถมีความบึกบึน และเหมาะแก่การใช้งานสมบุกสมบันอย่างเต็มที่ รวมไปถึงสปอร์ตบาร์สีดำเงาบริเวณกระบะท้ายสำรุ่น LTZ

 

 

 

 

เอาเป็นว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์รุ่น Limited Edition ได้เป็นอย่างดี น่าสนใจไม่น้อยสำหรับแฟนๆ เชฟวี่ นอกจากภายนอกมีการตกแต่งพิเศษ ภายในก็ไม่แพ้กัน กับแผ่นเพลทบริเวณแผงประตูที่จะมีการ รันเลขประจำรถยนต์

ทางด้านขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล Duramax 4 สูบ พร้อม เทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbocharger (VGT) ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังแรงม้า 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดมหาศาลถึง 440 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที พร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

 

 

 

Colorado STORM หล่อ เท่ บึกบึน จากโรงงาน

ทางด้าน STORM รุ่นตกแต่งพิเศษเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการ รถปิกอัพที่หล่อ ดุดัน บึกบึนมาจากโรงงาน โดยไม่ต้องไปแต่งเสริมเติมเพิ่มอะไร ก็วิ่งอวดความเท่ได้ทันที ถูกพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานของรุ่น High Country ภายนอกตกแต่งจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ดำด้านบริเวณฝากระโปรงหน้ารถยนต์

พร้อมการตกแต่งรอบคันที่เน้นสีดำทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็น ฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับเปิดประตู ล้อสีดำดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว เส้นขอบหน้าต่าง กันชนท้ายพร้อมเซ็นเซอร์ถอยหลัง รวมไปถึงสติ๊กเกอร์ STORM บริเวณด้านข้าง และที่ขาดไม่ได้คือสปอร์ตบาร์สีดำบริเวณท้ายกระบะ ในส่วนขุมพลังยังเป็นรุ่นเดียวกันกับ Centennial Edition

ชมคลิป Colorado STORM รอบคันได้ด้านล่าง

หลังจากทราบสเปครอบคันของพระเอกของงานทั้ง 2 รุ่นกันไปแล้ว ก็อย่ารอช้าไปชมรีวิวและกิจกรรมดีๆ ที่ทางแอดมินได้ไปร่วมกันเลยครับผม !!

 

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีแน่นคัน

สำหรับ Chevrolet Colorado Centennial Edition & STORM ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบความปลอดภัยแน่นคัน ไม่ว่าจะเป็น มถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล Traction Control System (TCS)

 

ระบบช่วยเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Anti-Rolling Protection (ARP) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง และระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนแรงดันลมยาง

 

 

สมรรถนะไว้ใจได้ทั้งทางออนโรดและออฟโรด

เริ่มกันที่การขับขี่บนถนนปรกติ หรือออนโรด สมรรถนะเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ดีเซล เทอร์โบ แม้จะทำได้ค่อนข้างไว้ใจได้ แต่ต้องยอมรับในช่วงต้น หรือการออกตัวอาจไม่ถึงขั้นจี๊ดจ๊าด อาจจะด้วยการเซ็ตน้ำหนักคันเร่ง หรือปัจจัยอื่นๆ ก็ตาม แต่ความเร็วจะมาในช่วงกลาง (ช่วงความเร็ว 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป) ซึ่งต้องบอกเลยไหลๆ ชนิดที่ว่าลืมตัวกันเลยทีเดียว

การเร่งแซง และการทำความเร็วจึงค่อนข้างไวใจได้ หายห่วงเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนนี้หากผู้ขับขี่ใช้งานไปสักระยะเริ่มเรียนรู้นิสัยของรถยนต์ ก็คงไม่มีปัญหาใดๆ ทางด้านพวงมาลัย รุ่นนี้ถูกปรับมาให้พวงมาลัยมีน้ำหนักที่เบาลงในช่วงความเร็วต่ำ การขับขี่ในเมืองค่อนข้างคล่องตัว คุณผู้หญิงก็สามารถขับได้แบบสบายๆ ในย่านความเร็วสูงก็ถูกปรับให้หนืดขึ้นตามลำดับเพื่อความมั่นคงและความมั่นใจในการขับขี่

ด้านระบบช่วงล่างแม้จะเป็นรถปิกอัพแต่เซ็ตช่วงล่างก็มาพร้อมความสะดวกสบายในการโดยสาร และยังมีความนุ่มนวลผสมผสานมาอีกด้วย ทำให้การขับขี่แม้ใช้ความเร็วสูง บวกกับตัวถังรถที่ยกสูง ก็ยังสามารถขับขี่ได้ด้วยความมั่น หากให้พูดรวมๆ ก็คือ หนึบ แน่น แต่ไม่ถึงกับกระด้าง

 

 

 

หลังจากขับขี่บนถนนหลักเพื่อมุ่งหน้าสู่ น้ำตกป่าละอู และพื้นสำหรับทำโป่งเทียม และพื้นที่เสริมแนวรั้วเพื่อป้องกันสัตว์ป่า และช้างไทย ซึ่งจะเป็นทางแบบออฟโรด กับความสมบุกสมบันระดับหนึ่ง ทำให้สามารถทดสอบสมรรถนะกำลังส่งเครื่องยนต์ รวมไปถึงระบบขับเคลื่อน และระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ของตัวรถ

ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ 180 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร การขับขี่ขึ้นทางฝุ่นชัน หลุมบ่อ และทางต่างระดับ หากขับขี่ด้วยโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ แค่กำลังส่งจากเครื่องยนต์แบบวอคกิ้งสปีด (กำลังส่งเพียวๆ ไม่มีการเติมคันเร่ง) ก็สามารถทำให้ขับผ่านไปอย่างชิลๆ เพียงแค่ต้องควบคุมทิศทางและไลน์ขับรถให้ถูกต้องเท่านั้น

 

 

 

จะมีเพียงบางจังหวะที่มีความชันค่อนข้างมาก ก็ต้องมีการเหยียบส่งกันบ้าง ซึ่งก็ถือเป็นสีสันในการขับขี่ ที่สนุกสนาน และได้ประสบการณ์ไม่น้อยเลยทีเดียว ต้องบอกเลยว่าระบบต่างๆ ของตัวรถช่วยให้เราขับขี่ได้สะดวกสบายมากขึ้นจริงๆ รวมไปถึงการบาลานซ์ การทรงตัวของรถ ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี

หลังจากถึงจุดมุ่งหมาย (บริเวณทำโป่งเทียม) ทีมงานและสื่อมวลชนต่างช่วยกันขนอุปกรณ์และ เกลือ แร่ธาตุต่างๆ ที่บรรทุกมาบริเวณท้ายรถ (ราวๆ 300-400 กิโลกรัม) ซึ่งจริงๆแล้ว Colorado สามารถบรรทุกได้สูงสุดถึง 700 กิโลกรัม เลยทีเดียว มาร่วมกันทำโป่งเทียม เพื่อให้สัตว์ป่าและช้างมากิน เพือเพิ่มแร่ธาตุให้ร่างกาย

 

 

เสร็จสิ้นจากกิจกรรมทำโป่งเทียม ก็เดินทางออฟโรดกันต่อมาอีกจุดหนึ่งเพื่อร่วมกันทำ แนวรั้วเพื่อปกป้องสัตว์ป่าและมนุษย์ เพื่อแบ่งเขตกันอยู่อย่างสงบสุข ไม่รุกรานกัน โดยคณะสื่อมวลชนได้ร่วมกัน เชื่อมเหล็กเส้น รวมไปถึงช่วยกันทาสี บริเวณเสาและ เหล็กเส้น โดยรวมค่อนข้างอิ่มใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือให้สัตว์ป่าและมนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

ปิกอัพสุดบึก รุ่นพิเศษ และรุ่นลิมิเต็ดอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย

หากใครที่กำลังสนใจรถปิกอัพ 1 ตัน ที่มีการตอบโจทย์ในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่ดุดันขึ้น ภายในก็มีการปรับเปลี่ยนให้สวยงามและเป็นในแบบที่ควรจะเป็นมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ไว้ใจได้ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางแบบออนโรด หรือแม้กระทั่งออฟโรดก็ทำได้ดี

 

 

 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ที่ต้องบอกว่ามีส่วนช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น การเซ็ตระบบช่วงล่างต่างๆ ที่สามารถนั่งโดยสารได้สะดวกสบายในระดับหนึ่ง หากเทียบในคลาสรถปิกอัพ อุปการณ์ออพชั่นเสริมภายในรถยนต์ก็ครอบคลุม แต่อยากให้มีเพิ่มเติมช่องจ่ายไฟแบบ 220V (ปลั๊กไฟบ้าน) ได้ด้วยจะยิ่งดีสุดๆ

ขุมพลัง Duramax ดีเซล 2.5 ลิตร 180 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่สามารถไว้ใจได้ แม้ช่วยออกตัวจะไม่จี๊ดจ๊าดตามที่ตั้งใจไว้ แต่ได้เรียนสักระยะก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ความเร็วในช่วงกลางที่ไหลชนิดทีเรียกว่าขับกันเร็วจนลืมตัวเลยทีเดียว การเร่งแซงเมื่อเรียนรู้จังหวะเครื่องยนต์ก็สามารถไว้ใจได้

 

 

 

และที่สำคัญคือรุ่น Centennial Edition ที่ถือเป็นรุ่นจำกัดที่ผลิตขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี ปิกอัพ 1 ตัน ของ Chevrolet ใครที่เป็นแฟนๆ หรือเป็นนักสะสมน่าจะสนใจไม่น้อย มาทางด้านในส่วนของราคา Chevrolet Centennail Edition มีราคาดังนี้

 – 2.5 ลิตร 4 ประตู 4WD AT High Country Centennial Edition     ราคา     1,103,000     บาท
 
- 2.5 ลิตร 4 ประตู 2WD AT High Country Centennial Edition     ราคา     1,033,000    บาท
 
- 2.5 ลิตร 4 ประตู 2WD MT C-Cab Centennial Edition                 ราคา      943,000      บาท

 – 2.5 ลิตร 2 ประตู 2WD MT X-Cab Centennial Edition                 ราคา      814,000      บาท

 

สำหรับรุ่น High Country STORM สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

 

เช่นเคยสำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องที่ติดตามและอ่านรีวิว หากสนใจอยากให้ทุกท่านไปลองทดสอบขับขี่ และทดสอบการใช้งานต่างๆ เกี่ยวกับตัวรถยนต์อย่างละเอียด อีกครั้งเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเลือกซื้อรถยนต์ของทุกท่าน ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด รถยนต์รีวิวคันหน้าจะมีอะไร จะมีทริปอะไรน่าสนใจ ผมจะรีบนำมารีวิวให้ทุกท่านอ่านอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณบริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปการทดสอบสุดประทับใจในครั้งนี้ด้วยครับ

 

ร่วมทริปและรีวิวโดย Facebook: AddCoke
แอดมาเป็นเพื่อนกัน พูดคุย และสอบถามได้ตลอดเวลา

 

ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่

ค้นหารถยนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย