[Test Drive] Chevrolet Colorado Storm 2019 กระบะสายลุย Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[Test Drive] Chevrolet Colorado Storm 2019 กระบะสายลุย

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 01 สิงหาคม 2561

[Test Drive] Chevrolet Colorado Storm 2019 กระบะสายลุย

แฟนกระบะในปัจจุบันอาจจะปวดหัวกับการเลือกซื้อรถกระบะสักคันในตลาดบ้านเรา นะตอนนี้ในตลาดรถกระบะมีให้เลือกอย่างหลากหลายสิ่งที่แตกต่างกันทั้งราคา สมรรถนะ ด้านการขับขี่ ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกันหมด แต่สิ่งนึงที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือหน้าตา เชฟโรเลต โคโลราโด สตอร์ม รุ่นตกแต่พิเศษ ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ โดดเด่นมากทั้นด้านหน้าตาและอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มา

ในการทดสอบครั้งนี้ทางทีมงานได้รับรถ เชฟโรเลต โคโลราโด สตอร์ม กระบะ สายพันธุ์อเมริกัน แบบ 4 ประตู รุ่นท็อปในตระกูลโคโลราโด กับสีส้ม Orange Crush โดดเด่นและแตกต่าง ดูมีความสปอร์ตลบภาพความดุดันไปบ้าง แต่ด้วยหน้าตาที่ยังคงเอกลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งอยู่ดี ภายนอกกับชุดแต่งที่ประกอบด้วย 1. สติกเกอร์สีดำด้านที่ฝากระโปรงหน้า 2. สติกเกอร์ด้านข้างลายสปอร์ต และมือจับที่เปิดประตูสีดำ 3. สปอร์ตบาร์สีดำเงา บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น 4. กันชนหลังสีดำ Anthracite เข้ม และมือจับฝาท้ายสีดำ 5. ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต สีดำ 18” 6. กระจกข้างสีดำ เงา เสริมความสปอร์ต ร่วมแล้วทำออกมาได้ดีเสริมให้ตัวรถดูดุดันขึ้น

ภายในตัวรถถูกออกแบบ  สีดำมีความดุดันตามแบบฉบับกระบะ สิ่งอำนวยความสะดวกรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นสวิตซ์ควบคุม ในตำแหน่งที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้ขับ ฟังก์ชัน Chevrolet MyLink ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสาร ความบันเทิง และระบบนำทางอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังเพิ่มพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง  การรับสายเข้-ออก พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ซึ่งคุณสามารถปรับได้อย่างง่ายดายจากพวงมาลัย เบาะนั่ง สามารถปรับระดับแบบไฟฟ้า 6 ทิศทางตามความต้องการ กระจกมองหลัง สามารถปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ (Electrochromic) อุปการณ์ที่โดดเด่นสำหรับ เชพโรเลต สตอร์ม นี้คือ ระบบตรวจวัด และแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tire Pressure Measuring System)จะตรวจสอบแรงดันลมยางทั้ง 4 ล้ออยู่ตลอดเวลา หากพบว่า แรงดันลมยางของล้อหนึ่งล้อใดไม่เหมาะสม ระบบฯ จะแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบทันที ผ่านจอแสดงผลแบบดิจิตอล บนแผงหน้าปัด ซึ่งมีประโยชน์มากกับการเดินทาง

เครื่องยนต์ Colorado storm มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ดูราแมกซ์ ดีเซล 4 สูบ พร้อมเทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbocharger (VGT) ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 440 นิวตันเมตร (45 กก.-.) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถปรับเป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ที่ตัวเกียร์แบบ +/-

สำหรับการขับขี่ทีมงานได้ใช้เส้นทางกรุงเทพ-นครนายก ซึ่งไม่ไกลมากกับการทดสอบ เริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาเช้าซึ่งการจราจรติดขัดตามปกติ ด้วยตัวรถที่มีความใหญ่แต่ให้มุมมองในการขับที่ดีทำให้ง่ายต่อการในงานในเมืองแม้ในสภาพการจราจรที่ติดขัดก็ตาม ผ่านออกจากตัวเมืองวิ่งในทางเป็นคลองรังสิต สามารถเพิ่มความเร็วในการขับขี่ได้ในความเร็วสูง เชพ สามารถเก็บเสียงได้ดี การสรงตัวในความเร็วสูงถือว่าทำได้ดีทีเดียว มีอาการแข็งของช่วงล่างตามแบบกระบะแต่รับได้ไม่กระด้างจนเกินไป และในช่วงเร่งแซงทำได้อย่างดีด้วยเครื่องยนต์ที่มีกำลังและยังสามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ยิ่งทำให้เพิ่มความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น  ให้การตอบสนองทุกครั้งที่กดคันเร่งในโหมดเกียร์อัตโนมัติ ผ่านมาถึงเส้นทางสำหรับออฟโรดอาจเป็นเส้นทางที่ไม่ได้โหดมากมายแต่ก็ให้สัมผัสความเป็นออฟโรดได้บ้างพอให้ได้ใช้โหมดขับสี่ได้บ้าง  เส้นทางในการทดสอบส่วนใหญ่เป็นทางลูกรัง สตอร์ม ก็ยังสามารถทำได้ดีทั้งด้านการสรงตัวและการเก็บเสียง ด้วยระบบการขับขี่แบบขับเคลื่อนแบบ 4x2 หรือ 4x4  สามารถปรับได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องหยุดรถช่วยให้ขับได้ง่ายขึ้นด้วยในทุกสถาวะ

 

ด้านระบบความปลอดภัยอื่นๆ ได้มีการติดตั้งมาให้แบบไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนการออกนอกเลน ซึ่งการคุณเปิดทิ้งไว้ ระบบจะเตือนคุณตลอด จนคนนั่งข้างๆ ถามว่ารถเป็นอะไรหรือป่าว หรือระบบแจ้งเตือนการชน ก็ยิงไฟแฟลชเข้าตาทันทีเมื่อเรายังเหยียบคันเร่งในระยะประชิดที่รถคำนวณแล้วไม่ปลอดภัย แต่เรายังสามารถตั้งระยะการแจ้งได้ถึง 3 ระดับอีกด้วย ส่วนเรื่องของการถอยจอด หรือเข้าที่แคบ รถได้ติดตั้งจอมองหลัง พร้อมเซ็นเซอร์มาให้ทั้งด้านหลังและด้านหน้า โดยด้านหน้าแม้จะไม่แสดงเป็นภาพที่หน้าจอ แต่ก็แสดงเป็นภาพกราฟฟิกที่หน้าจอ ให้เราได้กะระยะได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน รถคันนี้มาพร้อมฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ทจากนอกรถ สั่งการให้ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารที่อุณหภูมิ 25 องศา ทิ้งไว้เลย เข้ามาในรถอย่างเย็นฉ่ำ

ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ให้มานั้นยังมีอีกเยอะ แต่ก็ไม่ได้ทดสอบใช้เท่าไหร่นะ แต่ก็ไม่ขอใช้ดีกว่า แค่มีให้อุ่นใจพอไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล (TCS), ระบบช่วยเบรกกะทันหัน (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน (HSA) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ เป็นต้น

สรุปการทดสอบในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เป็นรถอีกคันที่น่าใช้ ด้วยหน้าตาที่มีความดุดันตามแบบฉบับรถกระบะสายพันธุ์อเมริกัน

สิ่งนึงที่ทำให้รู้สึกแตกต่างคือสีที่บอกได้เลยว่าโดดเด่นเป็นอย่างมากไม่ว่าจะขับไปไหนมีแต่คนมอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ส่วนข้อเสีย อาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยเช่น เบาะนั่งคนขับอาจจะสูงไปหน่อยแม้จะปรับลงสุดแล้วแต่ถ้าเป็นคนตัวเล็กคงพอดี พวงมาลัยไม่สามารถปรับเข้าออกได้ทำให้การวางตำแหน่งมือไกลเกินไป ส่วนด้านการขับขี่ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมมาก สุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใช้งานว่าต้องการแบบไหน

 

 

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสองเชิญที่นี่


ความคิดเห็น