[VDO] ขับทดสอบ Suzuki Ertiga รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง น้องใหม่สุด Hot จากค่าย ซูซูกิ

Admin Posted: May 29th, 2013

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับช่วง Motor Drive โดยในวันนี้เราได้นำรถเอนกประสงค์ขนาดเล็กแบบ Mini MPV 7 ที่นั่ง ที่ Hot สุดๆอีกคันหนึ่งจากค่าย Suzuki กับเจ้า Suzuki Ertiga ที่เพิ่งเปิดตัวไปยังไม่ถึง 2 เดือน โดยถูกวางไว้ให้เป็นคู่ชกกับ Toyota Avanza, Honda Freed และใหม่ล่าสุดอย่าง Chevrolet Spin ซึ่ง Eritga นั้นจะมีอะไรที่โดดเด่นพอจะไล่เก็บแต้มจากคู่แข่งได้บ้าง..เดี๋ยวเราไปดูกัน

Ertiga Story
Suzuki Ertiga คือยานยนต์เอนกประสงค์ที่ต่อยอดโครงสร้างมาจาก Suzuki Swift อีโค่คาร์ยอดฮิตที่ทุกคนรู้จักดี Ertiga มีฐานการผลิตทั้งในประเทศ จีน อินเดีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเดียวกันที่ผลิต Mini MPV ค่ายอื่นๆที่มีจำหน่ายในบ้านเรา

โดยทาง Suzuki ได้เริ่มต้นโปรเจ็คด้วยเวอร์ชั่น Concept เป็นการชิมรางตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนในงาน Indian Automobile Exposition 2010 ภายใต้ชื่อ R3 Concept ซึ่งหมายถึง รถ 3 ตอน คือตัว “R” ย่อมาจาก “Row” ที่แปลว่า “แถว” ก่อนปรับรากศัพท์เป็นภาษาอินโดฯเป็น R – Tiga ซึ่ง Tiga นั้นคือ Three หรือ 3 และจบสุดท้ายเป็น Ertiga ที่หมายถึงรถอเนกประสงค์แบบ 3 แถว ก่อนเปิดตัวโปรดักชั่นคาร์ครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนเมษายนปี 2012

ก่อนถึงคิวเปิดตัวที่เมืองไทยเมื่อ 19 มีนาคม พร้อมกัน 3 รุ่น กับราคาเริ่มต้นที่โดนใจสุดเพียง 554,000 บาท ใน รุ่น GA เกียร์ธรรรมดา ตามด้วยรุ่น GL เกียร์อัตโนมัติ ราคา 639,000 บาท และ เกียร์อัตโนมัติตัวท็อป รุ่น GX ที่ราคา 689,000 บาท ซึ่งนี่ก็ถือเป็นจุดเด่นแรกที่เรียกความสนใจได้ตั้งแต่ยังไม่ได้ลองขับ เพราะเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งหมดแล้ว Ertiga ราคาสบายกระเป๋ากว่าเห็นๆ ตัวท็อปถูกกว่าตัวเริ่มต้นของบางค่ายด้วยซ้ำ เรียกว่าถูกพอๆกับรถ City Car เลยทีเดียว..แล้วแบบนี้จะไม่ให้ Hot ได้ยังไง

Design&Interior
แถมดีไซน์ภายนอกของ Ertiga ก็ไม่ได้ขี้เหร่บนกล่องรูปทรงเหลี่ยมเหมือนภาพหลังของ Suzuki MPV ที่ตามมาหลอกหลอนแต่อย่างใด เหมือนว่า Ertiga จะได้ยีนความหน้าตาดีมากจาก Swift สังเกตุได้จากช่วงฝากระโปรง และไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ที่ยังดูคล้ายกับ Swift แต่ยาวขึ้นประกอบกับการเสริม Look ใหม่ในสไตล์รถครอบครัวด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยม 3 ชั้นสไตล์หรูและกันชนหน้าที่ลดเส้นโค้งลงไป และเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยเหลี่ยมมุมที่มากขึ้นพร้อมไฟตัดหมอกทรงกลมในกรอบสีดำทรงสูงรับกับกันชนได้พอดี บนเส้นสายสไตล์สปอร์ตแบบ Swift ที่มีการยืดโครงหลังคาให้สูงขึ้นเพื่อความโปร่งของห้องโดยสาร แต่อาจดูขัดตาสักหน่อยกับแนวเสา A ที่สอบเข้าหากันมากไปนิดทำให้ดูไม่ค่อยพริ้วไหว ส่วนด้านข้างนั้นดูลงตัวทั้งลายเส้น โป่งล้อ กรุจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว และแม็กสวยๆลาย 10 ก้านขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง Champiro GT ไซด์ 185/65R15 ก่อนจะจบที่บั้นท้ายดีไซน์เรียบๆแต่ดูดี พร้อมสปอยเลอร์บนขอบหลังคาเพื่อเพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้อีกนิดเป็นการปิดท้าย

ซึ่งโดยรวมแล้วรูปลักษณ์ภายนอกของ Ertiga อาจดูไม่สวยสะดุดตาที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องสรีระแล้ว Ertiga กินขาดโดยเฉพาะถ้าเทียบกับ Avanza แล้ว Ertiga ทั้งใหญ่และยาวกว่าในทุกมิติ แถมยังยาวกว่า Freed 50 มม.และมีเพดานความสูงน้อยกว่า 50 มม. บนฐานล้อที่เท่ากันคือ 2,740 มม. ส่วน Spin ซึ่งสดที่สุดในคลาสนี้นั้น Ertiga มีมิติตัวถังที่สั้นและแคบกว่า แต่มีช่วงระยะฐานล้อที่ยาวกว่า สังเกตุได้จากช่วง Over Hang ที่สั้นทั้งหน้าและหลัง ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แค่ดัชนีชี้วัดว่า Eritaga จะกว้างขวางกว่า Avanza และ Freed หรือแคบกว่า Spin ได้ 100% รวมถึงความสะดวกสบายที่ต้องดูจากการออกแบบและจัดวางภายในห้องโดยสารอีกทีว่าใครเจ๋งกว่ากัน

ห้องโดยสารของ Ertiga นั้นดูโดดเด่นด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นสไตล์ครอบครัวค่อนข้างชัดด้วยการเลือกโทนสีเบจเป็นสีหลัก ตัดสลับกับวัสดุเมทัลลิกที่ช่วยเพิ่มความหรูหราขึ้นมาได้เล็กๆบนเส้นสายดีไซน์สปอร์อตที่หยิบยืมมาจากน้องเล็กอย่าง Swift ให้รู้สึกคุ้นตาไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้า หรือแผงหน้าปัดทรงกลมพร้อม On-Bord แสดงข้อมูลการขับขี่ชุดเล็กที่บอกระยะทางได้ 2 ทริป บอกอุณภูมิภายนอก บอกอัตราสิ้นเปลืองทั้งแบบเฉลี่ยและ Real-Time พร้อมพวงมาลัย 3 ก้านที่มีสวิทซ์ควบคุมเครื่องเสียงแบบ 2 Din CD MP3 และพอร์ต USB ให้รับฟังความบันเทิงได้แบบ ชิล ชิล

ส่วนเบาะนั่งนั้นที่คู่หน้าเป็นแบบปรับมือหุ้มด้วยผ้าลายไม้ให้ความหรูสึกนุ่มสบายและหรูหราขึ้นมาอีกนิด ส่วนเบาะแถวที่ 2 นอกจากความกว้างของช่องวางขาที่เพียงพอแล้วยังปรับเอนได้สบายสุดๆ พร้อมปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 240 มม. พร้อมคันโยกข้างเบาะแบบ One Touch Walk-in เพื่อเลื่อนและพับเบาะในครั้งเดียวให้ขึ้น-ลงจากเบาะแถวที่ 3 ได้สะดวกและเพิ่มพื้นที่วางขาให้พอนั่งได้แบบไม่อึดอัดและปิดท้ายด้วยการพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเข่นเดียวกับเบาะแถวที่ 3 ซึ่งสามารถพับราบได้ และถือว่า Ertiga ทำได้ดีในระดับหนึ่งคือดูใช้งานง่ายและนั่งสบายกว่า Spin ซึ่งเบาะแถวที่ 2 เลื่อนและเอนไม่ได้ แต่ยังแพ้การจัดวางห้องโดยสารแบบ Open Caffee ของ Freed ที่ดูโล่งและเดินไปมาได้สะดวกสบายกว่า ในบรรยากาศแอร์เย็นๆด้วยแผงแอร์ตอนหลังพร้อมสวิทซ์ควบคุม

ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่า Ertiga ดูดีเกินราคาหรือดีกว่าคู่แข่งโดยเฉพาะในด้านงานดีไซน์และการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ถึงแม้ว่าออฟชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆจะดูน้อยไปหน่อยก็ตาม แต่ก็จะดอยู่ในขั้นที่พอรับได้ ซึ่งถ้าอยากได้ DVD หรือ Nevigator สักชุด ไม่ก็แอร์ดิจิตอลหรือปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์เก๋ๆคิดว่า Suzuki จัดให้ได้แต่คงต้องขายไม่ต่ำกว่า 8-9 แสนเหมือนกับ Freed จะรับไหวมั้ยล่ะที่นี้

Engine & Performance
Ertiga มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์วพร้อมวาล์วแปรผันฝั่งไอดีแบบ VVT รหัส K14B ความจุ 1,373 ซีซี ที่รองรับน้ำมัน E20 ซึ่งถือเป็นตัว High-line ในตระกูล K-Series นอกเหนือจากขุมพลังดีเซลขนาด 1.3 ลิตร รหัส D13A ที่มีให้เลือกสำหรับ Ertiga ในบางประเทศ โดยขุมพลังเบนซินบล็อกนี้เป็นเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับรหัส K12B ที่อยู่ใน Swift ซึ่งมีการปรับให้มีพละกำลังและสมรรถนะเพื่อรับมือกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ด้วยการขยายความจุและปรับจูนกล่องใหม่ พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที กับแรงบิด 130 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ/นาที และส่งถ่ายกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดแทนที่จะเป็น CVT หรือเกียร์ 5 สปีดก็ยังดี ซึ่งผลจากการขับทดสอบก็เป็นไปตามโพยคือเครื่องเล็กรถหนักแถมเกียร์ยังมีอัตราทดน้อย จึงทำให้ช่วงอัตราทดที่กว้างเพื่อสร้างกำลังโดยใช้รอบสูงกว่าคู่แข่งที่ใช้เกียร์ 5 สปีดและ 6 สปีดอยู่ ในช่วงต้นจึงต้องเค้นพลังกันหนักหน่อย เรียกว่าลากสุดเส้น Red Line ทุกเกียร์ที่ 6,250 รอบ/นาที กว่าจะไต่ขึ้นถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลาไป 12.7 วินาที ก่อนจะนิ่งขึ้นที่เกียร์ 4 และค่อยไต่ความเร็วไปเลื่อยแบบไม่รีบร้อนจนถึง Top Speed ที่ 175 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นความเร็วปลายที่ดีเกินคาดแต่คงไม่มีโอกาสใช้ในรถครอบครัวสไตล์มากนักเพราะต้องใช้ทางวิ่งที่ยาวพอสมควร

จากนั้นมาต่อกันที่อัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้ดีกว่าที่คิด เพราะถ้าดูจากรอบการทำงานของเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่างๆ นั้น Ertiga ใช้รอบค่อนข้างสูง เช่น ที่ 80 รอบจะอยู่ที่ 2,000 รอบ ที่ความเร็ว 100 รอบขยับมาเป็น 2,500 รอบ และกระโจนเป็น 3,000 รอบ/นาที ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ในตำแหน่งเกียร์สูงสุด และได้ผลตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.5 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าทำได้ดีพอๆกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน

มาถึงตรง Ertiga กลับเป็นฝ่ายทำคะแนนตามหลังคู่แข่งอยู่ 2 แต้มไม่ว่าจะเป็นในด้านของเทคโนโลยีของเครื่องและระบบส่งกำลังที่ดอยกว่า ทำให้มันต้องเหนื่อยกับการสร้างอัตราเร่งกับน้ำหนักเกินพิกัด ดีที่ไม่ซดน้ำมันแบบบ้าเลือดเหมือนคู่แข่งในคลาสนี้ที่เคยคบหากับเครื่องบล็อกเล็อกสไตล์นี้มาแล้ว สรุปแล้วตอน Ertiga ที่ว่าเท่าทุนอยู่ก่อนจะวัดกันด่านสุดท้ายกับฟิลลิ่งในการขับว่าจะเรียกคะแนนกลับมาได้หรือไม่

Handling & Ride & Safety
และจากการที่ได้ลองขับก็พอรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างรถ Mini MPV ทั่วไปที่เคยขับกับ Ertiga คันนี้ ทีี่มีพื้นฐานช่วงล่างไม่แตกต่างกันกับคู่แข่ง คือด้านหน้าแน่นอนต้องเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง และด้านหลังก็ต้องคานบิดเป็นสูตรสำเร็จ แต่มันกลับให้ความรู้สึกดีตอนขับจนพาลนึกไปถึงตอนขับ Swift ที่เคยโชว์เหนือด้วย Handling หนึบให้ติดใจกันมาแล้วอีกครั้งกับรถสไตล์ครอบครัว

ซึ่งโดยรวมในการขับขี่ใช้งานทั่วไปนั้น Ertiga ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้ Swift ให้ความรู้สึกนุ่มหนึบเกาะถนนได้สบายและสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากถนนขรุขระได้ดีจนรู้สึกได้ถึงความแน่นของช่วงล่างตอนวิ่งผ่าน และไม่เด้งจนเกินไปเหมือนคันอื่นๆที่ใช้ช่วงล่างสไตล์นี้ซึ่งมักจะมีโรคประจำตัวคือท้ายดีดจนต้องเกี่ยงกันไม่นั่งหลัง

แต่ด้วยรูปทรงของตัวรถที่มีโครงหลังคาค่อนข้างสูงทำให้เมื่อขับขี่ที่ความเร็งสูง ผ่านทางโค้งจะตัวถังจะการเอียงพอสมควรจนรู้สึกโคลงนิดหน่อย ให้พอเสียวจนต้องถอนคันเร่งและขับมันให้สมกับเป็นรถสไตล์ครอบครัวต่อไป จนกว่าจะเผลอใจนึกว่าขับ Swift อีกครั้งให้ได้แก้กันผ่านพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ให้น้ำหนักค่อนข้างดีใกล้เคียงกับ Swift คือช่วงความเร็วต่ำไม่เบาหวิวพวงมาลัยไฟฟ้าทั่วๆไป ให้ความคล่องตัวดีจนความเร็วช่วงกลางถึงปลายที่ความเร็วระดับ 150 กม./ชม. ในช่วงทางตรงได้ค่อนข้าง ok. แต่รู้สึกว่าเบาไปหน่อยช่วงเปลี่ยนเลนให้รู้สึกตื่นตัวและตั้งใจประคองพวงมาลัยมากขึ้น ซึ่งถ้าหน่วงน้ำหนักกว่านี้สักหน่อยจะดีมาก แต่แค่นี้ก็ถือว่าขับได้มั่นจะกว่า Mini MPV อีกหลายเจ้าแล้วเว้นแต่ Chevrolet Spin ที่ยังโดดเด่นกว่าเล็กน้อยในจุดนี้

ส่วนระบบเบรกก็ให้ความประทับใจไม่แพ้กันสามารถกดได้หยุดสนิท บนพื้นฐานระบบเบรกแบบทั่วๆไปคือหน้าดิสก์หลังดรัม พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD เซ็ทเดิม ซึ่งถ้าเบรกแบบให้น้ำหนักพอดีๆไม่กระแทกหนัก Ertiga หยุดได้ค่อนข้าง Smooth เพราะ ABS จะทำงานค่อนข้างไว้และถือว่า Sensetive มากไปหน่อย ต้องใช้เวลาปรับน้ำหนักสักพักให้พอคุ่นก็จะเบรกอยู่แบบเนียนได้ไม่ยากเย็น

Tester Verdict
สรุปแล้วในชั่วโมงนี้ Suzuki Ertiga ถือเป็นรถ Mini MPV ที่น่าสนใจที่สุดอีกคันหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องราคาค่าตัวที่จับต้องได้ไม่ยาก เรียกว่าถูกพอๆกับรถคอมแพ็คคาร์แต่ได้ความอเนกประสงค์กลับมามากกว่าหลายเท่า รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่ลงตัวแบบเรียบๆไม่หวือหวา พร้อมออฟชั่นที่เพียงพอสำหรับใช้งานจริงไม่ได้มีไว้แค่ประดับบารมีเท่านั้น ส่วนในเรื่องสมรรถนะนั้นคงต้องยอมรับว่าเป็นรองคู่แข่งอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับใช้งานทั่วๆไปแบบไม่เร่งรีบ ซึ่ง Ertiga ได้ชดเชยส่วนที่ขาดให้คุณยิ้มได้ด้วยความประหยัดที่ทำได้ดีเคยคาด บวกกับช่วงล่างแน่นๆแบบมั่นใจได้ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ถือเป็นไฮไลท์ปิดท้าย และน่าจะทำให้ Suzuki Ertiga ช่วงชิงยอดขายจากคู่แข่งในคลาสนี้มาได้ไม่ยากนัก เผลอๆอาจขึ้นแท่นรถขายดีที่สุดเหมือนกับที่ Swift เคยสร้างปรากฏการณ์แบบนี้มาแล้วก็เป็นได้

Specification : Freed EL /Ertiga
รายละเอียดการผลิต
รุ่นปี: 2012 2013
ประเทศผู้ผลิต: Indonesia
ผู้จำหน่ายในประเทศไทย: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ประเภทรถยนต์: Mini MPV
ราคา (ล้านบาท) 0.949 0.689

Dimension: (mm.) Avanza /Freed EL /Ertiga /Spin
Length: 4,150 /4,215 /4,265 /4,360
Width: 1,660 /1,700 /1,695 /1,953
Height: 1,695 /1,735 /1,685 /1,683
Wheelbase: 2,655 /2,740 /2,740 /2,620
Front/Rear track: <1,425/1,435> <1,478/1,466> <1,480/1,490> <1,503/1,509>
Weight: NA. /1,355 /1,265 /NA.

Engine
แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC /4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผัน VVT
ความจุ (ซีซี) 1,497 /1,373
อัตราส่วนกำลังอัด 10.4 : 1 /10.0:1
ความกว้างกระบอกสูบxช่วงชัก (มม.) 73.0 x 89.1 /73.0×82.0
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง PGM-Fi /MPI
กำลังสูงสุด(ps.@rpm.) 118 @ 6,600 /95@6,000
แรงบิดสูงสุด(Nm.@rpm.) 144 @ 4,800 /130@4,000
เชื้อเพลิง เบนซิน 91, 95 แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) E20
ความจุถังน้ำมัน(ลิตร) 42 /45

Drivertrain
ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
เกียร์อัตโนมัติ 5 Speed /4 Speed

Steering
แบบ แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS /แร็คแอนด์พิเนียน
วงเลี้ยวแคบสุด (ม.) 5.2

Suspension
หน้า อิสระแม็กเฟอร์สัมสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
หลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง

Break
หน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง ดรัมเบรก

Safety ABS/EBD
ถุงลมนิรภัย Dual SRS Airbag

Wheel+Tire
ล้ออัลลอย 15
ยาง 185/605R15

Test Result : Freed /Ertiga
รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่างๆที่เกียร์ 5/4
km./h rpm.
80 1,700 /2,000
100 2,000 /2,500
120 2,500 /3,000
140 3,200 /3,500

Acceleration (km./h)
0-100 14.87 sec. /12.7 sec.

Top Speed (km./h) 170 /175

Consumption (km./l.)
City 10.1 /10.6
HWY 13.47 /14.7

ขอบคุณ
บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

เรื่องโดย : อาณัติ สุทธิบุตร

รายละเอียดเพิ่มเติม

Autospinn
Copyright © 2015 iCarAsia.com.สงวนลิขสิทธิ์
"Autospinn.com | The right place for car Enthusiasts"
iCar Asia
Carlist.my LiveLifeDrive.com
มาเลเซีย
Thaicar.com Autospinn.com One2Car.com
ประเทศไทย
Mobil123.com OtoSpirit.com
อินโดนีเซีย