Nissan ไทย ยกระดับเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งภูมิภาค ส่งออก March สู่ญี่ปุ่น เอเชียและโอเชียเนีย Share this

Nissan ไทย ยกระดับเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งภูมิภาค ส่งออก March สู่ญี่ปุ่น เอเชียและโอเชียเนีย

Admin
โดย Admin
โพสต์เมื่อ 01 กรกฎาคม 2553

Nissan ไทย ยกระดับเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งภูมิภาค ส่งออก March สู่ญี่ปุ่น เอเชียและโอเชียเนีย

วันนี้ Nissan ประเทศไทย ได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบและเป็นทางการในการส่งออก Nissan March ใหม่ สู่ประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งผู้บริหารระดับสูงสุด มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ร่วมเป็นเกียรติฉลองความสำเร็จร่วมกัน ณ บริเวณฝ่ายตรวจสอบก่อนส่งมอบรถใหม่ โรงงานนิสสัน ในจังหวัดสมุทรปราการ โดย Nissan วางแผนที่จะส่งออก March จำนวนกว่า 70,000 คันไปยังตลาดเอเชียและโอเชียเนีย(ไม่รวมประเทศจีน)

[singlepic id=25249 w=490 h=360 float=center]

กรุงเทพมหานคร (วันที่ 30 มิถุนายน 2553) : บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งจากการทำธุรกิจมายาวนานกว่า 37 ปี ด้วยการส่งออกรถยนต์นิสสัน มาร์ช ซึ่งเป็นรถยนต์อีโค คาร์ คันแรกของประเทศไทย ไปยังตลาดประเทศญี่ปุ่น และตลาดหลักอื่น ๆ ในทวีปเอเชียและโอเชียเนีย โดยพิธีการส่งออกอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงสุด มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ มร.ฮิโรโตะ ไซกาวา รองประธานบริหารและประธานกรรมการบริหารภูมิภาคเอเซีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ร่วมเป็นเกียรติฉลองความสำเร็จร่วมกัน ณ บริเวณฝ่ายตรวจสอบก่อนส่งมอบรถใหม่ โรงงานนิสสัน ถ.บางนา-ตราด กม.ที่ 22 ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ

[singlepic id=25250 w=490 h=360 float=center]

พิธีการครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยที่มีต่อภูมิภาคเอเชีย ในฐานะฐานการผลิตรถยนต์คอมแพครุ่นใหม่ที่จะจำหน่ายทั่วโลก ทั้งนี้ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต หรือ LCC (Leading Competitive Countries) เช่นเดียวกับประเทศจีน อินเดียและเม็กซิโก โดยประเทศที่อยู่ในกลุ่ม LCC นี้คือ ประเทศที่มีโรงงานผลิตที่ผลักดันให้ใช้ศักยภาพการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดสากล ด้วยการผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานและคุณภาพสูงสุดภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

[singlepic id=25252 w=490 h=360 float=center]

ในปีงบประมาณ 2553 นี้ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด วางแผนที่จะส่งออกนิสสันมาร์ชจำนวนกว่า 70,000 คันไปยังตลาดเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่รวมประเทศจีน) ขณะเดียวกันก็ผลิตเพื่อป้อนสู่ตลาดประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนิสสัน มาร์ช รุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่ประกอบในเมืองไทยและส่งกลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น โดยนิสสัน ประเทศไทยจะส่งออกรถยนต์และรถกระบะทั้งสิ้น 150,000 คันในปีงบประมาณนี้

มร. คาร์ลอส กอส์น ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิสสัน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับนิสสันประเทศไทย ทีมงานที่นี่จงภาคภูมิใจที่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยดำเนินงานได้อย่างยอดเยี่ยมและได้กลายเป็นฐานผลิตที่จำเป็นอย่างยิ่งของภูมิภาคเอเชียนี้”

[singlepic id=25251 w=490 h=360 float=center]

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย : บทบาทสำคัญสู่การเป็นผู้นำ

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย คือบริษัทผู้ผลิต จัดจำหน่าย ให้บริการ รวมถึงการบริการเช่าซื้อรถยนต์และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ โดยในปีงบประมาณ 2552 ที่ผ่านมา นิสสันมียอดขายจำนวน 34,589 คันส่วนแบ่งทางการตลาดที่ร้อยละ 5.7 และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทยที่เป็นฐานการส่งออกสำคัญของนิสสันในภูมิภาคนี้

[singlepic id=25239 w=490 h=360 float=center]

มร. โทรุ ฮาเซกาวา ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานภูมิภาค รับผิดชอบภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย (ยกเว้นประเทศจีน) กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยเติบโตขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกนิสสันมาร์ช นับเป็นการเปิดบทบาทใหม่ที่สำคัญยิ่งให้กับนิสสัน ประเทศไทย เพราะเป็นการแสดงถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่งในด้านการผลิต การค้นคว้าและพัฒนา วิศวกรรมและการเอาใจใส่ต่อลูกค้า จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า รวมถึงลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายความถึงการควบคุมคุณภาพการผลิตรถนิสสันจะต้องดีเยี่ยม 200 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จจากการเปิดตัวรถอีโค คาร์ หรือจะเป็นเรื่องของการส่งออกรถยนต์รุ่นนี้ในขณะนี้ ก็ถือเป็นก้าวเริ่มต้นที่ดีของนิสสัน ประเทศไทยทั้งสิ้น”

[singlepic id=25237 w=490 h=360 float=center]

สู่มาตรฐานการผลิตเป็นเลิศ

ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์นิสสัน ประเทศไทย ทำการประกอบทั้งรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกันคือ นิสสันมาร์ช เทียน่า ทีด้า (ลาติโอและแฮทช์แบค) นาวาร่าและฟรอนเทียร์ โดยในปี 2553 คาดว่ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ 200,000 คันซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมในปีงบประมาณ 2552 อยู่ที่ 100,000 คัน โดยอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากการผลิตนิสสัน มาร์ช เพื่อจำหน่ายในประเทศ และสำหรับการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ นับเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้ดียิ่งขึ้น ทั้งจากการจ้างแรงงานมากขึ้น และรายได้ที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการส่งออก

สำหรับการเปิดตัวรถยนต์นิสสัน มาร์ชในประเทศไทย มาตรฐานคุณภาพการผลิตระดับสูงสุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยได้มีการส่งวิศวกรไทยเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ การควบคุมคุณภาพ รวมถึงการให้ความรู้แก่บริษัทผู้รับจ้างเพื่อให้เข้าใจถึงมาตรฐานคุณภาพระดับสูงของนิสสัน นอกจากนี้วิศวกรการผลิตยังได้รับการอบรมจาก ศูนย์วิศวกรรมการผลิตระดับโลก หรือ GPEC (Global Production Engineering Center) ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพภายใต้แนวทางการผลิตของนิสสัน หรือ Nissan Production Way

[singlepic id=25241 w=490 h=360 float=center]

นิสสัน มาร์ช ที่ผลิตในประเทศไทย ใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยกว่าร้อยละ 90 โดยก่อนการผลิต ทีมส่งเสริมการผลิตจากญี่ปุ่นได้เดินทางมาเยี่ยมชมและตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนรถยนต์ พร้อมทั้งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน

“ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านฝีมือแรงงานด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงโครงสร้างนโยบายที่เกื้อหนุนเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศแข็งแกร่งขึ้น” เสริมโดย มร. ฮาเซกาวา “ผมมีความมั่นใจด้านการผลิตในประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าตลาดญี่ปุ่นจะตอบรับและชื่นชอบนิสสันมาร์ช”

[singlepic id=25240 w=490 h=360 float=center]

ด้วยการสร้างระบบควบคุมคุณภาพที่รัดกุมตั้งแต่ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ ทุกขั้นตอนการประกอบ และการผลักดันศักยภาพด้านการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้นิสสัน ประเทศไทย สามารถบรรลุเป้าหมายในการผลิตรถยนต์คุณภาพ ได้มาตรฐานสากลของ “นิสสัน” ภายใต้ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ยิ่งกว่านั้น เนนอิริ (NENIRI) หรือ ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสูงสุดหลังจากการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ขั้นสุดท้ายทั่วไป ได้ถูกนำมาใช้ในโรงงานด้วย โดยที่โรงงานออปปามา ในประเทศญี่ปุ่น ได้เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพสูงสุดนี้ขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองลูกค้าในตลาดญี่ปุ่นที่ต้องการรถยนต์คุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป

[singlepic id=25248 w=490 h=360 float=center]

โรงงานผลิตนิสสันได้ผ่านมาตรฐาน ISO 9001, ISO 140001:2004 ซึ่งเป็น 2 มาตรฐานคุณภาพระดับสากล ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป

นิสสัน มาร์ช เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือน มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่มีสไตล์ และการออกแบบภายในที่หรูหรา และเอนกประสงค์สำหรับผู้ขับขี่ ที่สำคัญ เครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ และประสิทธิภาพด้านอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

[singlepic id=25244 w=490 h=360 float=center]

นิสสัน มาร์ช คือรถยนต์อีโค คาร์ สำหรับผู้ต้องการความเพลิดเพลินในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เพราะ มาร์ช ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นิสสัน มาร์ช เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้ การออกแบบภายในที่ทันสมัยและห้องโดยสารที่กว้างขวาง รวมทั้งมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของยุโรป นิสสัน มาร์ช ได้รับรางวัล “รถสุดยอดแห่งปี 2553 ประเภทรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” จากนิตยสารกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปีงบประมาณ 2553 นี้ นิสสันมุ่งหวังที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 7.4 เปอร์เซ็นต์ โดยมีนิสสันมาร์ชเป็นรุ่นหลัก ด้วยเป้าการจำหน่าย 20,000 คันในปีแรก และล่าสุดหลังจากการเปิดตัวเพียง 3 เดือน ยอดจองนิสสัน มาร์ชได้พุ่งสูงถึง 15,000 คัน ซึ่งทางนิสสันกำลังพิจารณาถึงแนวทางที่จะเพิ่มการผลิตเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตลาด

[singlepic id=25253 w=490 h=360 float=center]

ข้อมูล บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

ปีก่อตั้ง พฤศจิกายน พ.ศ 2516

สถานที่ตั้ง ลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพมหานตร (สำนักงานใหญ่)

บางนา-ตราด กิโลเมตร 21 ตำบล ศรีษะจรเข้ใหญ่

อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ (โรงงาน)

กำลังการผลิต 200,000 คัน

รุ่นที่ผลิต เทียน่า ทีด้า แฮทช์แบคและลาติโอ นาวาร่า ฟรอนเทียร์และมาร์ช

ผู้แทนจำหน่าย 94 ผู้แทนจำหน่าย 160 โชว์รูมและศูนย์บริการ

จำนวนพนักงานทั้งหมด 5,400 คน (รวมพนักงานชั่วคราวจำนวน 3,000 คน)

ที่มา: Nissan

[smooth=id:1657;]

[nggallery id=1657]


ความคิดเห็น