เปิดตัว Maserati Quattroprote เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 99 ของ Maserati Share this
รถเปิดตัวใหม่
โหมดการอ่าน

เปิดตัว Maserati Quattroprote เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 99 ของ Maserati

Pon Piantanongkit
โพสต์เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2556

เปิดตัว Maserati Quattroprote เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 99  ของ Maserati

บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ “มาเซอร์ราติ” จัดงานเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อพิธีเฉลิมฉลองก้าวสู่ปีที่ 99 พร้อมเปิดตัวรถยนต์มาเซอร์ราติ Masetati Quattroprote ที่สุดของการดีไซน์ ในการรวมสมรรถนะแบบสปอร์ตและความหรูหราแบบคลาสสิคของรถยนต์ซาลูนสัญชาติอิตาลีและเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนตอบรับเข้าร่วมงาน ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2556

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_22

ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้คือการเปิดตัวรถยนต์ซาลูนหรู รุ่น ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroprote) ดีไซน์ใหม่ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของรถรุ่นนี้โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ฟรานเชสโค ซาริโอ นิสิโอ เอกอัครราชฑูตอิตาลี ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดตัว

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_28

มาเซอร์ราติ ควอตโตรปอร์เต้ถือได้ว่าเป็นรถที่มีประวัติมายาวนานกว่า 6 เจเนอเรชั่น โดยเริ่มจากคนแรก ปิเอ โตร ฟรูอา (Frua) ในปี ค.ศ.1963 ผู้สร้างประวัติศาสตร์รถซาลูน 4 ประตู ที่ทำความเร็วได้สูงสุด 230 กิโลเมตร/ชม. ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่แม้แต่เจ้าชาย เรเนีย แห่งประเทศโมนาโก หรือ นักแสดงดัง แอนโธนี ควินน์ ยังเลือกที่จะใช้รถยนต์รุ่นนี้ในสมัยนั้น คนที่สอง เบอร์โทเน่ (Bertone) ในปี ค.ศ. 1973 ที่เน้นการออกแบบเพื่อความสะดวกสบาย เพื่อสร้างประสบการณ์การใหม่ในการขับขี่ ซึ่งมีเพียง 13 คันเท่านั้น โดยทั้งหมดได้ถูกขายไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_31

คนที่สาม จิออร์เก็ตโต้ จุยเกียโร่ (Giorgetto Giugiaro) ในปี ค.ศ.1979 ภายใต้การดูแลของ อเล็กซานโดร เดอ โทมาโซ (Alejandro de Tomaso) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในสำหรับเจเนอเรชั่นนี้ คนที่สี่ มาร์เซลโล กานดินี่ (Marcello Gandini) ในปี ค.ศ. 1994 ถือเป็นการดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยการเป็นรถซาลูนขนาดเล็ก ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 260 กิโลเมตร/ชม. ภายในเวลาเพียงแค่ 6 วินาที คนที่ห้า พินินฟาริน่า (Pininfarina) ในปี ค.ศ. 2003 สร้างความแตกต่าง แบบสิ้นเชิง ในการผสมผสานความหรูหราและความเป็นสปอร์ตที่ให้ความสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_38

จนถึงปัจจุบันมาเซอร์ราติ โฉมใหม่นี้ ได้รับการออกแบบจากดีไซเนอร์ดัง ลอเรนโซ่ รามาซิโอติ (Lorenzo Ramaciotti) เป็นผู้ออกแบบในดีไซน์ล่าสุด ที่ยังคงสืบทอดผลงานชิ้นเอก ที่เหล่านักออกแบบระดับโลก ได้เคยออกแบบไว้ ด้วยการคงเอกลักษณ์กระจังหน้ารูปไข่แบบดั้งเดิม พร้อมลักษณะที่เพรียวลมที่ทรงพลัง ภายในยังให้ความรู้สึกเหมือนห้องพักส่วนตัวที่หรูหรา เบาะหุ้มด้วยหนังอันนุ่มนวลของ พอลโทรน่า ฟราว (Poltrona Frau) ไม้ชั้นดีและรอยเย็บอันประณีตภายในรถยังครอบคุลมด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ความผ่อนที่ไม่เหมือนใคร รถรุ่นนี้ยังให้ความใส่ใจเป็นพิเศษสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ด้วยช่องวางขาที่เพียงเพื่อความสะดวกสบายอย่างสูงสุด

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_54

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_51

ด้านความปลอดภัย ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroprote) ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ระบบไฟฟ้าระดับสูงเมื่อรถเกิดการไถล จะช่วยลดแรงบิดจากเครื่องยนต์และสามารถกระตุ้นเบรคให้เข้าสู่ระดับเสถียรภาพภายในเสี้ยววินาที, ไฟหน้าระบบ Bi-Xenon ช่วยให้มองเห็นได้หลายระยะ สามารถปรับความลึกของแสงได้อัตโนมัติ และไฟกลางวัน LED ช่วยให้มองเห็นรถได้ในทันที พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ชิ้น ในตัวรถ ไม่เพียงเท่านั้น ควอตโตรปอร์เต้ (Quattroprote) ยังสร้างความโดดเด่น ด้วยการตกแต่งแบบเฉพาะด้วยไม่ซ้ำใครที่ลูกค้าสามารถปรับเลือกใหม่ได้ถึง 8 เฉดสี และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง รถรุ่นนี้ยังได้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มองหาอุปกรณ์เสียงที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ดื่มด่ำกับรายละเอียดที่เล็กที่สุดของเสียงด้วยระลำโพงภายในตัวรถถึง 15 ชิ้น

2013-Maserati-Quattroporte-TH-Launch_70

Maserati Quattroporte ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 3.8 ลิตรแบบใหม่ ซึ่งพัฒนาตามแบบของเครื่องยนต์ V90 รุ่นคลาสสิค มาเซอร์ราติ ได้สร้างเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถให้พลังได้ถึง 530 แรงม้า และแรงบิด 710 Nm ด้วยลักษณะอันน่าทึ่งซึ่งช่วยให้ Quattroporte สามารถเร่งความเร็วจาก 0 มาเป็น 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.7 วินาที และขึ้นสู่ความเร็วสูงสุดได้ถึง 307 กม./ชม.

ด้วยแรงบิด 95% ที่มีอยู่แล้วที่จำนวนน้อยกว่า 1,600 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ V8 ของ Quattroporte ได้รวมเอาคุณสมบัติในการวิ่งอย่างนิ่มนวลที่สุดเข้ากับสมรรถนะอันโดดเด่นที่ทุกความเร็วเครื่องยนต์ รวมทั้งการมุ่งเน้นที่การใช้น้ำมันและการปล่อยไอเสีย

ชมภาพเพิ่มเติมคลิ๊ก


ความคิดเห็น