เคล็ดไม่ลับ ขับรถอย่างไรเพื่อความปลอดภัยของนักปั่นจักรยาน Share this

เคล็ดไม่ลับ ขับรถอย่างไรเพื่อความปลอดภัยของนักปั่นจักรยาน

Satapana
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 12 พฤษภาคม 2558

เคล็ดไม่ลับ ขับรถอย่างไรเพื่อความปลอดภัยของนักปั่นจักรยาน

การรณรงค์เพื่อความปลอดภัยของนักปั่นจักรยานมีความคึกคักมากขึ้นทุกขณะ หลังจากเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตของชาวสองล้อติดต่อกันหลายราย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าท้องถนนในประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ยังไม่รองรับการปั่นจักรยานอย่างปลอดภัยเหมือนกับอีกหลายประเทศที่มุ่งส่งเสริมอย่างจริงจัง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องยอมรับว่าจิตสำนึกการขับขี่รถของคนส่วนใหญ่ยังไม่คำนึงถึง “เพื่อนเสือสองล้อ” ร่วมท้องถนนมากเท่าที่ควร

วันนี้ เราจึงขอนำเสนอเคล็ดไม่ลับ ขับรถอย่างไรเพื่อความปลอดภัยของนักปั่นมาฝากกัน

1. เว้นระยะห่างให้เหมาะสม

จักรยานเป็นพาหนะที่มีการเคลื่อนที่ช้ากว่ารถประเภทอื่น เมื่อผู้ขับขี่เห็นจักรยานเบื้องหน้าควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะเพียงเสี้ยววินาที ตัวรถอาจพุ่งเข้าใกล้นักปั่นแล้ว ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะห่างให้เหมาะสม โดยคำแนะนำที่เป็นสากลคือการเว้นระยะห่างด้านข้างราว 1.5 เมตรเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/Car_Cyclist_Traffic_island_road_rage-630x419.jpg

(ในภาพ รถเข้าใกล้นักปั่นมากเกินไป)

2. กดแตรสั้นๆ ก่อนเร่งแซง

เรามักพบเห็นนักปั่นกลุ่มใหญ่ตามท้องถนนต่างจังหวัดซึ่งบางครั้งยากที่จะเร่งแซงเนื่องจากถนนคับแคบ ผู้ขับขี่สามารถกดแตรสั้นๆ เพื่อแจ้งให้นักปั่นรู้ว่ากำลังจะเร่งแซง การแซงควรเว้นระยะห่างจากนักปั่นมากกว่า 1.5 เมตรเพื่อความปลอดภัย เปิดไฟเลี้ยวทั้งก่อนแซงและหลังแซงในการกลับเข้าสู่ช่องทางจราจร

3. ระมัดระวังมุมอับสายตา

จักรยานมีขนาดเล็กกว่าพาหนะทั่วไปทำให้ผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นบริเวณมุมอับสายตาในกระจกมองข้าง ควรระมัดระวังก่อนเปลี่ยนเลนหรือก่อนเปิดประตูลงจากรถทุกครั้ง

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/cyclist.jpg

4. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ผู้ขับขี่รถควรตระหนักว่าจักรยานเป็นพาหนะชนิดหนึ่งบนท้องถนนทีมีสิทธิเท่าเทียมตามกฎหมายจราจร ควรให้ทางและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน

5. ขับรถยามค่ำคืนด้วยความระมัดระวัง

นักปั่นจักรยานหลายคนนิยมปั่นออกกำลังกายยามค่ำคืนหลังเลิกงาน ผู้ขับควรเพิ่มความระมัดระวังและขับรถให้ช้าลงถ้าบนถนนมีแสงสว่างน้อยเนื่องจากไฟกระพริบที่ติดท้ายรถจักรยานอาจไม่สว่างเพียงพอ (หรืออาจไม่มีการติดไฟส่องสว่างเลย) ผู้ขับสามารถเปิดดิ๊พไฟสูงสั้นๆก่อนเร่งแซง เพื่อแจ้งให้นักปั่นทราบว่าคุณขับรถอยู่ด้านหลัง

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/cyclist-2.jpg

6. ควรเลี้ยวหลังจักรยาน

ประเด็นนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งเนื่องจากผู้ขับขี่รถหลายคนมักใจร้อนและเห็นว่าจักรยานเคลื่อนที่ช้าจึงเร่งเครื่องเพื่อเลี้ยวตัดหน้าจักรยานซึ่งถือว่าอันตรายมาก หนทางที่ดีที่สุดคือการเลี้ยวด้านหลังจักรยานไม่ว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

7. ไม่แซงซ้าย

หากเป็นถนนสองเลนสวนกัน นักปั่นจักรยานมักชิดขอบทางด้านซ้ายหรือปั่นอยู่บนไหล่ทาง ผู้ขับขี่หลายคนมักแซงออกซ้ายเมื่อรถคันหน้าจะเลี้ยวขวา ซึ่งบางครั้งต้องกินไปบนไหล่ทางที่อาจมีจักรยานปั่นอยู่และเกิดอุบัติเหตุได้ จริงๆแล้ว การแซงซ้ายก็ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว

ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าการขับขี่รถให้ปลอดภัยต่อทั้งตนเองและผู้อื่น ส่วนใหญ่แล้วทำได้ง่ายดายเพียง "ระมัดระวัง" และ "ใจเย็น" เท่านั้นครับ


ความคิดเห็น