Mazda เผยวิสัยทัศน์ “Sustainable Zoom-Zoom 2030” นำโดยขุมพลัง Skyactiv-X Share this

Mazda เผยวิสัยทัศน์ “Sustainable Zoom-Zoom 2030” นำโดยขุมพลัง Skyactiv-X

Satapana
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 08 สิงหาคม 2560

Mazda เผยวิสัยทัศน์ “Sustainable Zoom-Zoom 2030” นำโดยขุมพลัง Skyactiv-X

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอร์เรชั่นประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว “ซูม ซูม อย่างยั่งยืน 2030” หรือ Sustainable Zoom-Zoom 2030 ไฮไลท์อยู่ที่การนำเสนอเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-เอ็กซ์ ขุมพลังเบนซินรุ่นแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดแบบแรงอัด

วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Sustainable Zoom-Zoom ที่เปิดตัวในปี 2007 ซึ่งทางมาสด้าจะยังคงรักษาเอกลักษณ์การขับขี่ที่สนุกสนานไว้เป็นพื้นฐานสำคัญเช่นเดิม พร้อมต่อยอดการช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนเพิ่มเติมด้วย

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/2014_MAZDA6_SKYACTIV-668.jpg

หัวข้อสำคัญที่สุดของวิสัยทัศน์ใหม่นี้คือการเปิดตัวสกายแอคทีฟ-เอ็กซ์ เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ที่ใช้การจุดระเบิดแบบแรงอัด ซึ่งอากาศและเชื้อเพลิงจะจุดระเบิดเมื่อเกิดแรงอัดในกระบอกสูบ กระบวนการดังกล่าวเรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมาสด้าจะผสมผสานคุณสมบัติเด่นของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลเข้าไว้ด้วยกันเพื่อยกระดับสมรรถนะ พละกำลัง อัตราเร่ง และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การจุดระเบิดแบบแรงอัดและการติดตั้งซูเปอร์ชาร์จเจอร์จะช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันและมอบอัตราการตอบสนองของเครื่องยนต์ รวมถึงแรงบิดที่เพิ่มขึ้น 10-30% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ-จีในปัจจุบัน

การทำงานของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-เอ็กซ์จะช่วยให้มีการเผาไหม้อย่างทรงประสิทธิภาพมากกว่าเดิม 20-30% โดยมาสด้ายังยืนยันด้วยว่าขุมพลังสกายแอคทีฟ-เอ็กซ์จะมีความประหยัดน้ำมันเทียบเท่าหรือเหนือกว่าเครื่องยนต์ดีเซล สกายแอคทีฟ-ดีรุ่นใหม่อย่างแน่นอน โดยมีกำหนดการใช้งานในรถโปรดักชั่นภายในปี 2019

https://img.icarcdn.com/autospinn/body/redefining_img_01.ts_.1604250700181770.jpg

มาสด้ายังมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวล้ำหน้ามากขึ้นภายใต้ปรัชญามาสด้า โปรแอคทีฟ เซฟตี้ (Mazda Proactive Safety) โดยมีเป้าหมายลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเริ่มจากเรื่องที่เป็นพื้นฐานอย่างตำแหน่งที่นั่งที่ถูกต้อง การออกแบบแป้นเหยียบที่เหมาะสม ทัศนวิสัยที่ชัดเจน และการสร้างมาตรฐานความปลอดภัย

ค่ายรถจากญี่ปุ่นรายนี้ยังมุ่งยกระดับฟีเจอร์ความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รับทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนด้วยการแจ้งเตือนจากระบบอิเลกทรอนิกส์ต่างๆ โดยนอกจากการนำเสนอเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในตลาดญี่ปุ่นแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกใช้งานในหลายตลาดทั่วโลกภายในปี 2018

ขณะเดียวกัน มาสด้ายังเริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนารุ่นต้นแบบมาสด้า โค-ไพล็อต คอนเซปต์ (Mazda Co-Pilot Concept) ที่จะเปิดตัวในปี 2020 และวางแผนติดตั้งใช้งานในรถทุกรุ่นภายในปี 2025 นอกจากนี้ มาสด้ายังจะใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

สำหรับรายละเอียดของวิสัยทัศน์ล่าสุดของมาสด้าในหัวข้ออื่นๆ ค่ายรถจากญี่ปุ่นต้องการจุดประกายผู้คนด้วยคุณค่าในรถยนต์ และรักษาอนาคตที่ยั่งยืนซึ่งผู้คนทั่วไปและรถยนต์สามารถอยู่ร่วมกันภายใต้โลกที่สวยงาม

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่


ความคิดเห็น