Aprilia RSV4 RF และ RR สุดยอดซุปเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ V4 สไตล์ MotoGP Share this

Aprilia RSV4 RF และ RR สุดยอดซุปเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ V4 สไตล์ MotoGP

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 23 เมษายน 2561

Aprilia RSV4 RF และ RR สุดยอดซุปเปอร์ไบค์เครื่องยนต์ V4 สไตล์ MotoGP

Aprilia RSV4 RF และ RR ซุปเปอร์ไบค์สุดเร้าใจ ด้วยพลังแห่งเครื่องยนต์ V4 1000cc ถอดแบบมาจากตัวแข่ง Aprilia RS-GP ให้พละกำลังสูงสุดถึง 201 แรงม้า เอาใจผู้หลงไหลในรถซุปเปอร์ไบค์

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ “พิอาจิโอ” และ “เวสป้า” พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน “อาพริเลีย” และ “โมโต กุซซี่” สัญชาติอิตาเลี่ยนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว อาพริเลีย นิว อาร์เอสวี 4 อาร์เอฟ (เอ็มวาย17) (Aprilia New RSV4 RF (MY17) และ อาพริเลีย นิว อาร์เอสวี 4 อาร์อาร์ ( Aprilia New RSV4 RR ( MY 17 )  สุดยอดซุปเปอร์ไบค์ที่ถ่ายทอดความสำเร็จจากการแข่งขันระดับโลกมาสู่ผู้หลงใหลความเร็วบนทางเรียบ

สำหรับสายเรซซิ่งที่มีจิตวิญญาณนักแข่งสองล้อทางเรียบต้องไม่พลาดกับสุดยอดซุปเปอร์ไบค์ระดับโลก “อาพริเลีย” (Aprillia) มอเตอร์ไซค์ตระกูลรถแข่ง และถือเป็นแบรนด์สปอร์ตเรซซิ่งที่สำคัญที่สุดของพิอาจิโอ กรุ๊ป ด้วยประสบการณ์การกวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์ 294 รายการใน Road Racing World Championship และอีกกว่า 54 รายการในการแข่งขันระดับโลก โดยอาพริเลียได้เปิดตัวรถตระกูล “RSV4” ในปี 2009 ในการแข่งขันรายการ World Superbike ที่กวาดชัยชนะมากมายทั้งในประเทศและในแถบทวีปยุโรป สร้างชื่อให้แก่วงการแข่งรถอิตาลี สนองความฝันของเหล่านักบิดและสร้างนักแข่งรุ่นเยาว์ให้เติบโตพร้อมลงประชันความเร็วในสนามระดับโลก และด้วยความสำเร็จอันยาวนานได้ถ่ายทอดต่อถึงโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุด “อาพริเลีย อารเอสวี4 (เอ็มวาย 17) (Aprilia RSV4 MY17) ” ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากอาพริเลีย เรซซิ่ง โดยปรับแต่งระบบไฟฟ้า ระบบช่วงล่าง และเบรกที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นอีก  ด้วยเครื่องยนต์ที่ได้มาตรฐาน Euro 4 ที่ยังคงมีกำลังและสมรรถนะยอดเยี่ยมเช่นเดิม จึงทำให้ความเร็วของอาร์เอสวี4 โมเดลใหม่นั้นเร็วกว่าความเร็วเฉลี่ยของรุ่นเดิมถึงหนึ่งวินาทีต่อรอบ

สำหรับอาพริเลีย อาร์เอสวี4 คือ รถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตแบบ full scale รุ่นแรกพร้อมเครื่องยนต์ V4 แบบแคบที่มีสมรรถนะสูง นับเป็นเครื่องยนต์ที่ต่างจากเดิมและมีกำลังมากที่สุดที่อาพริเลียเคยผลิตมา พร้อมทั้งใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเครื่องยนต์ V4 จากอิตาลีตัวนี้นอกจากจะส่งผลให้ผ่านการรับรองมาตรฐาน Euro 4 แล้ว ยังเพิ่มความเชื่อมั่นและสมรรถนะโดยรวมของเครื่องยนต์พร้อมกับยังคงกำลังและแรงบิดสูงสุด (อยู่ที่ 201 แรงม้า ที่ 13,000 rpm และ 115 Nm ที่ 10,500 rpm ตามลำดับ) และยังคงคำรามด้วยเสียงเฉพาะตัวที่เป็นลักษณะเด่นของเครื่องยนต์ V4 ของอาพริเลียอีกด้วย

โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้มีระบบไอเสียใหม่และไซเลนเซอร์ (silencer) ที่มีเซ็นเซอร์ออกซิเจนคู่และวาล์วแบบติดตั้งในตัว ส่วน ECU ของเครื่องยนต์เป็นตัวใหม่มาพร้อมความสามารถในการประมวลผลที่เหนือกว่าเดิมจึงทำให้สามารถจัดการรอบเครื่องที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 300 rpm ได้ ดังนั้นเครื่องยนต์ใหม่นี้จึงมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นและนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงถอดท่อไอดีแบบตัวแปรเวลา (variable timing intake ducts) ที่ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไปออก ทำให้น้ำหนักของอะไหล่ระบบน้ำมันลดลงถึง 500 กรัม นอกจากนี้ ยังมีการใช้ลูกสูบตัวใหม่ที่มีน้ำหนักเบาขึ้นและมีการออกแบบใหม่เพื่อลดการเกิด blow-by effect รวมถึงเพิ่มการลบเหลี่ยม (honing treatment) ที่หัวก้านสูบเพื่อลดการเสียดทาน  มีการใช้สปริง valve recall spring ตัวใหม่เพื่อการขับขี่ที่หนักที่สุดอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันวาล์วไทมิ่งก็ได้รับการพัฒนาให้มีจังหวะที่ดียิ่งขึ้น ส่วนระบบเกียร์มี linear sensor ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย

นอกจากเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมขึ้นแล้ว โครงรถแบบซุปเปอร์ไบค์ของอาร์เอสวี4 ยังถือเป็นหนึ่งในสุดยอดแชสซีที่ดีที่สุดในโลกที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากจิตวิญญานแชมป์โลกมายังอาร์เอสวี4 อาร์เอฟ (RSV4 RF) และอาร์เอสวี4 อาร์อาร์ (RSV4 RR) ซึ่งเป็นลักษณะของอาร์เอสวี4 เจเนอเรชั่นก่อนๆ เสมอมา เพิ่มความพิเศษอย่างเหนือชั้นกับ อาร์เอสวี4 อาร์เอฟ ที่สามารถปรับอุปกรณ์มาตรฐานแชสซีได้เป็นพิเศษ ซึ่งอาพรีเลียเป็นซุปเปอร์ไบค์แบรนด์เดียวที่ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งของเครื่องยนต์ในโครงรถ มุม headstock เดือย swingarm และความสูงด้านท้ายได้ โดยเป็นการปรับเพิ่มเติมจากระบบช่วงล่างที่สามารถปรับได้เต็มที่  เช่นเดียวกับรถสำหรับแข่งขัน ซึ่งรุ่นอาร์เอฟมีระบบช่วงล่างแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมกว่า สามารถปรับสปริงรับแรงก่อนโหลดจริง (spring preload) และระบบไฮโดรลิกได้อย่างละเอียด  มีการใช้ก้ามปูและตัวหน่วงการสั่นสะเทือน TTX ใหม่ล่าสุดจากชุด NIX ของ Öhlins โดยตัวหน่วงนี้ถูกควบคุมโดยกลไก progressive linkage แบบใหม่ที่เพิ่มระยะเวลาตอบสนองของตัวหน่วงการสั่นสะเทือน  นอกจากนี้ยังมีกันสะบัด (steering damper) แบบปรับได้ซึ่งเป็นของ Öhlins เช่นกัน ส่วนระบบเบรกยังใช้ของ brembo ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เบรกหน้าใช้จานเหล็กคู่หน้าหนา 5 มม. แบบใหม่ที่เส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มเป็น 330 มม. ยึดโดยอุปกรณ์ monobloc M50 callipers ที่ติดตั้งพร้อมกับแผ่นเบรกแบบ friction coefficient แบบใหม่ที่เหนือกว่าเดิม

สำหรับระบบไฟฟ้าของ อาพริเลีย อาร์เอสวี4 อาร์เอฟ และอาร์อาร์ ใช้ชุดควบคุมไฟฟ้าระบบ APRC (Aprilia Performance Ride Control) ที่ดีกว่าเดิม เป็นชุดควบคุมการเคลื่อนที่ที่เกิดจากเทคโนโลยีชั้นนำของซุปเปอร์ไบค์ เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบและละเอียดที่สุดเท่าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบัน  มีการติดตั้ง inertial platform แบบใหม่ที่ควบคุมการทำงานทำให้ตรวจจับสภาพการเคลื่อนที่ของรถได้แม่นยำขึ้น ส่งผลให้สามารถวางแผนควบคุมไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับความแตกต่างระหว่างอาพริเลีย อาร์เอสวี4 อาร์เอฟ และอาร์อาร์นั้น โมเดลอาร์เอฟจะมาพร้อมกับมีระบบช่วงล่างแบบใหม่ของ Öhlins และล้ออลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จึงมีรูปลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยสี Superpole คล้ายกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้แต่มีลาดลายกราฟิกที่ต่างออกไป และเป็นรุ่นไฮไลท์ที่เราตั้งใจจะนำเสนอให้ทุกคนได้สัมผัสกับความสุดยอดของ 2 ล้อทางเรียบสไตล์อิตาลี โดยอาพริเลีย อาร์เอสวี4 อาร์เอฟ เอ็มวาย17 จำหน่ายในราคา 1,255,000 บาท และอาพริเลีย อาร์เอสวี4  อาร์อาร์ เอ็มวาย17 ราคา 1,075,000 บาท

ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่

ค้นหารถยนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่ 


ความคิดเห็น