ซันเดย์ ร่วมมือกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ฉีกรูปแบบการประกันภัย Share this

ซันเดย์ ร่วมมือกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ฉีกรูปแบบการประกันภัย

Tadsaneeya
โดย Tadsaneeya
โพสต์เมื่อ 29 มิถุนายน 2561

ซันเดย์ ร่วมมือกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ฉีกรูปแบบการประกันภัย

ซันเดย์ จับมือร่วมกับ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ประกันภัยรูปแบบอินชัวร์เทค (InsurTech) บนดิจิตอลแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี Cloud Computing และ Machine Learning ตอบโจทย์การใช้งานจริงแบบเรียลไทม์ เตรียมแผนเจาะตลาดลูกค้าองค์กรสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจดิจิตอล

คุณซินดี้ กัว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด เปิดเผยว่า “ซันเดย์ เป็นดิจิตอลแพลตฟอร์มที่ให้บริการประกันภัยรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการเป็นอินชัวร์เทค (InsurTech) หรือบริษัทที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมายกระดับการให้บริการด้านประกันภัยที่สะดวกและเป็นมิตรกับผู้ใช้ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์ที่ลูกค้าได้จากประกันภัยแบบเดิมโดยการใช้เทคโนโลยีอย่างเช่น AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning พร้อมทั้งดิจิตอลแพลตฟอร์มที่ทันสมัยเพื่อทำให้ประกันภัยเข้าถึงง่าย และมีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับไลฟ์ไสตล์ยุคดิจิตอล 

ซันเดย์ได้เลือกใช้โซลูชั่นจาก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services) หรือ AWS ซึ่งเป็นผู้นำการให้บริการระบบ Cloud Computing นอกจากนี้ซันเดย์ยังได้มีการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยประมวลผลบน AWS Cloud Services ผสานกับแนวคิดการบริการประกันภัยที่ล้ำสมัย ทำให้ซันเดย์เป็นผู้นำทางตลาด InsurTech และยังเป็น InsurTech รายแรกในไทย

การผสานเทคโนโลยี AWS Cloud Computing และ Machine Learning ช่วยทำให้ซันเดย์สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นเว็บไซด์ หรือแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ระบบของซันเดย์ยังสามารถรองรับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ลูกค้าของซันเดย์ได้รับข้อเสนอในราคาที่ดีกว่าประกันภัยแบบเดิมๆถึง 20% และยังสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความสร้างสรรค์สำหรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าได้ 

โดยที่ผ่านมามีองค์ธุรกิจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับซันเดย์และนำบริการประกันภัยรูปแบบใหม่ของซันเดย์ไปใช้ในธุรกิจแล้วหลายแหล่ง อาทิ แกร็บ (Grab) และดีแทค (Dtac) นอกจากนี้ซันเดย์ยังวางแผนจะขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก Cloud Service ทำให้ซันเดย์ไม่ต้องลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไอทีในตลาดใหม่ ส่งผลให้ซันเดย์กลายเป็นบริษัท Asset-Light ที่สามารถลดต้นทุนการผลิต และเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็ว อันจะเห็นได้จากฐานลูกค้าภายใน 1 ปีที่เราเริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2560 มีจำนวนผู้ใช้บริการแล้วกว่า 200,000 ราย และ มียอดขายเติบโตถึงกว่า 30% ต่อเดือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซันเดย์ อินส์ กล่าวเสริม

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) มีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับ ซันเดย์ อินส์ ซึ่งถือเป็นสตาร์ทอัพหน้าใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย และมีทิศทางการดำเนินธุรกิจในแนวทางเดียวกันคือการพัฒนานวัตกรรมดิจิตอลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด ผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก ซึ่งระบบ  AWS Cloud Computing นั้นถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นตามลักษณะการใช้งานของลูกค้า มีความปลอดภัย และมีเสถียรภาพ ซึ่งบริการที่ทางซันเดย์ใช้งานมีอยู่หลายตัวด้วยกันเช่น Amazon Elastic Compute Cloud (Amazon EC2), Amazon Relational Database Service (Amazon RDS) และ AWS Lambda

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสองเชิญที่นี่


ความคิดเห็น