[Test Ride] รีวิว Triumph Speed Master ที่สุดแห่งครุยเซอร์ไบค์จากแดนผู้ดี Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

[Test Ride] รีวิว Triumph Speed Master ที่สุดแห่งครุยเซอร์ไบค์จากแดนผู้ดี

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 24 ธันวาคม 2561

[Test Ride] รีวิว Triumph Speed Master ที่สุดแห่งครุยเซอร์ไบค์จากแดนผู้ดี

วันนี้เรามาอยู่กับรถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษรุ่นหนึ่งที่มีความหล่อเหลาสไตล์คลาสสิกมากๆ เลยทีเดียวกับเจ้า Triumph Bonneville Speed Master ซึ่งเป็นรถครุยเซอร์ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ของตระกูล Bonneville ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงนั้นเอง ส่วนตัวรถจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราไปชมกันครับ


 

รับชมรีวิวในรูปแบบวิดีโอได้ที่นี่

 

 

ตัวรถของ Triumph Bonneville Speed Master คันนี้เป็นรถปี 2018 แต่ยังคงถอดแบบความคลาสสิกแบบคัสตอมไบค์สัญชาติอังกฤษ ที่มีความสวยงามตามแบบสัญชาติอังกฤษอย่างแท้จริง ซึ่งแม้ว่าหน้าตาจะดูคลาสสิก แต่ก็ได้เสริมกิมมิคความทันสมัยด้วยออปชั่นทันสมัยหลายอย่างได้แก่ ไฟหน้า LED โคมทรงกลมอันโดดเด่น ที่มีทั้งไฟสูงและไฟต่ำในโคมเดียวกัน และยังพอมาพร้อมไฟ DRL ที่ให้ความโดดเด่นในการขับขี่

 

 

 

ล้อซี่ลวดขนาด 16 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยระบบเบรคหน้าเป็นดิสเบรคคู่พร้อมระบบเบรค ABS และปั้มเบรคจากเบรมโบ้

 

 

ถัดมาในส่วนของเรือนไมล์ เป็นเรือนไมล์ทรงกลมสไตล์เดียวกับหน้าปัดนาฬิกา ที่ดูเหมือนจะมีเพียงแค่มาตรวัดความเร็วแบบเข็มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทว่าตรงกลางของเรือนไมล์นั้นได้ติดตั้งจอแสดงผลดิจิตอลสำหรับบอกข้อมูลการขับขี่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรอบเครื่องยนต์, Trip A, B, สถานะการทำงานของระบบ Cruise Control เป็นต้น ซึ่งระบบล็อกความเร็ว หรือ Cruise Control นี้ สามารถเปิด/ปิดได้บริเวณประกับแฮนด์ด้านซ้ายนั่นเอง นอกจากนี้ฟังก์ชั่นอื่นๆ ในหน้าจอดิจิตอลนี้สามารถควบคุมได้เลยจากประกับแฮนด์ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ 2 โหมด ได้แก่โหมด Rain และ โหมด Road อีกทั้งยังสามารถควบคุม Traction Control ได้ด้วย

 

 

ฝาถังน้ำมันของเจ้า Speed Master เป็นฝาถังแบบคลาสสิก ที่เราต้องคอยหมุนมันออกมาเพื่อเปิดฝาถังน้ำมัน แตกต่างจากรถในปัจจุบันที่เพียงไขกุญแจก็เปิดได้แแล้ว เรียกว่าเก็บความคลาสสิกได้หมดจรดจริงๆ

 

 

กุญแจสำหรับสตาร์ทรถจะอยู่บริเวณน่องขาขวาตรงกับเครื่องยนต์พอดี ซึ่งเจ้ากุญแจตัวนี้เป็นกุญแจชิพอีกด้วย ส่วนตำแหน่งล็อกคอรถจะอยู่บริเวณแผงคอด้านหน้า

 

 

จุดเด่นของเจ้า Speedmaster คันนี้ไม่พ้นสไตล์การขี่แบบ Cruiser ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์ทรงบีชบาร์แบบงอมาด้านหลังได้ ซึ่งทั้งหรูหราและสะดวกสบาย ตำแหน่งพักเท้าที่เลื่อนไปด้านหน้า เอื้อต่อการขับขี่เดินทางไกลเป็นเวลานาน

 

 

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ใน Speedmaster คันนี้ใช้เครื่องยนต์แรงบิดสูงแบบ 2 สูบคู่ขนาด 1200 CC รหัส HT มีระยะการจุดระเบิดที่ 270 องศา ทำให้ได้พละกำลังอันนุ่มนวลจากชุดเกียร์ 6 สปีด ซึ่งได้ปรับจูนเครื่องยนต์ให้เข้ากับรถสไตล์ Bobber แบบนี้ มาพร้อมพละกำลังแรงบิดสูงสุดถึง 106 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที แรงม้าสูงสุด 77 ตัวที่ 6,100 รอบ/นาที เรียกได้ว่าให้แรงบิดจัดจ้านตั้งแต่รอบต่ำกันเลยทีเดียว

 



ด้านสุ่มเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ขนาด 1200 ซีซีของมันเรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร ดังเร้าใจสะใจแม้เป็นท่อเดิม ด้วยการดีไซน์กรองอากาศคู่และไส้กรองคู่ พร้อมการเดินคอท่อแบบซ่อนกล่องแคต ทำให้ได้เสียงที่เร้าใจกว่าใคร

 

 

นอกจากนี้บนชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวรถยังตกแต่งด้วยพื้นผิวชุบโครเมี่ยมบนหลายจุด เสริมความหล่อให้กับรถให้ดูเป็นงานศิลปะชิ้นเอกยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าถ้าขี่กลางแดดนี่มีสะท้อนแสงกันแน่นอน

ในส่วนตำแหน่งของเบาะนั่งที่ต่ำมากเพียง 705 มิลลิเมตร ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องคอยกังวลว่าขาจะไม่ถึงพื้นไปได้เลย ทำให้ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจขึ้น

 

 

 

การขับขี่

ในการขับขี่ครั้งนี้ เราได้นำเจ้า Speed Master เดินทางมาที่จังหวัดชลบุรี ด้วยระยะทางจากกรุงเทพกว่า 100 กิโลเมตรบน Speed Master คันนี้บอกเลยว่าขับสบายจริงๆ ด้วยสไตล์ของรถครุสเซอร์อยู่แล้ว ทำให้ท่านั่งรวมถึงตำแหน่งแฮนนั่นเอื้อต่อการขับขี่ในระยะทางไกลได้เป็นอย่างดี ประกอบกับตัวรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากถึง 245.5 กิโลกรัม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้การขับขี่เดินทางไกลรู้สึกมีความมั่นคงมาก และยังมีพละกำลังจากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเร่งแซงฝ่าการจราจรอันแสนติดขัดได้อย่างง่ายดาย

 

 

ระบบเบรคใน Speedmaster คันนี้เป็นดิสเบรคคู่หน้าขนาดใหญ่ เราได้ทำการทดลองกดเบรคแรงๆ จากความเร็ว 140 เพียงระยะสั้นๆ ก็สามารถลดความเร็วเหลือต่ำกว่า 60 ได้อย่างง่ายดาย ถือว่าสอบผ่านในจุดนี้ได้อย่างสบายๆ

 

 

ช่วงล่างของตัวรถเดิมๆ ถูกเซ็ตติ้งมาให้เหมาะกับการเดินทางไกลเป็นอย่างดี ให้ความนุ่มนวลกับการซับแรงกระแทกจากพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียนได้เป็นอย่างดี ทางด้านการเข้าโค้งจัดได้ว่าไม่ได้ทำได้ยากนัก แม้ว่าตัวรถจะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานเดินทางแบบตรงๆ แต่ก็มิได้ถึงกับเข้าโค้งไม่ได้เลย แต่ถ้าจะเอาไปเล่นโค้งหนักๆ ก็อาจจะไม่เหมาะกับรถแนวนี้มากนัก ทางด้านการขับขี่ในเมืองกับรถคันนี้ถือว่าทำได้ไม่ยากมากนัก เพราะตัวรถนั้นค่อนข้างมีที่นั่งต่ำมาก ทำให้เราสามารถประคองรถไปตามเส้นทางการจราจรที่ติดขัดได้ไม่ยากนัก

 

 

สรุป

สำหรับเจ้า Triumph Bonneville Speed Master คันนี้เรียกได้ว่าเป็นรถครุยเซอร์อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสดใจมิใช่น้อย เพราะด้วยตัวรถที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ติดตั้งมาในตัวรถคันนี้ ประกอบกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูง ท่านั่งอันแสนสบาย และควบคุมรถได้ง่าย อีกทั้งเสียงของเครื่องยนต์อันดุดัน หล่อเหลา เรียกได้ว่ารถคันนี้เปรียบเสมือนงานศิลปะเวอร์ชั่นวิ่งได้จริงๆ 

สำหรับท่านที่สนใจเจ้า Triumph Bonneville Speed Master คันนี้ สามารถชมตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Triumph ได้เลยทั่วประเทศ ในราคาวางจำหน่ายที่ 632,000 บาท

ขอขอบคุณ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) ที่ได้เอื้อเฝื้อรถทดสอบให้กับทางเรา

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ