2019 Audi R8 เปิดตัวกับความสปอร์ตและขุมพลังใหม่ V10 Share this
รถเปิดตัวใหม่
โหมดการอ่าน

2019 Audi R8 เปิดตัวกับความสปอร์ตและขุมพลังใหม่ V10

megaTON
โดย megaTON
โพสต์เมื่อ 31 ตุลาคม 2561

2019 Audi R8 เปิดตัวกับความสปอร์ตและขุมพลังใหม่ V10

Audi เปิดตัว 2019 R8 Coupe และ Spyder อย่างเป็นทางการ


โดยทั้งสองรุ่นตั้งเป้าจะวางขายใน Europe ช่วงต้นปีหน้า ในรุุ่นที่มีการปรับโฉมมาพร้อมกับดีไซน์อันดุดันจากกระจังหน้า Singleframe ที่กว้างยิ่งกว่าเดิมและช่องดักลมสามช่องที่ได้แรงบันดาลใจจากรถไอคอนนิกอย่าง Ur-quattro ดีไซนเนอร์ยังออกแบบกันชนหน้าแบบแบ่งสัดส่วนใหม่พร้อมช่องดักลมที่ดูดุดันยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนรูปลักษณ์เพิ่มเติมไม่ได้มีเพียงเท่านี้ Audi กล่าวว่าในรุ่นใหม่นี้ฝาครอบเครื่องยนต์สามชิ้นมีให้เลือกทั้งแบบพลาสติคและคาร์บอน ในส่วนของของตกแต่งอื่นๆ ภายนอกยังมีแพคเกจให้เลือกถึงสามแบบซึ่งเพิ่มสีเหลือบตรงส่วนกันชนหน้า กาบข้าง และดิฟฟิวเซอร์ท้าย” พร้อมกับตัวเลือกสีใหม่ถึงสองสี - สีเทา Kemora และ สีน้ำเงิน Ascari พร้อมกับตัวเลือกโลโก้สีดำเงา


ภายในห้องโดยสารยังมีการปรับเปลี่ยนโดยใช้สีพิเศษซึ่งมีเฉพาะในรุ่นนี้ซึ่งได้แก่ สีเงินพาสเทลและเดินด้ายตะเข็บสีเทาแบบหิน สีน้ำตาล palomino เดินด้ายตะเข็บสีเทาแบบเหล็ก และสีดำพร้อมเดินด้ายตะเข็บสีน้ำเงินยูโทเปีย

ด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ V10 ใน R8 ล่าสุด ผ่านการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ให้กำลัง 562 แรงม้าและแรงบิด 405 นิวตันเมตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 29 แรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้นมาอีก 7 ปอนด์-ฟุต ส่งผลให้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.4 วินาทีและทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


เครื่องยนต์ 5.2 ลิตร V10 ใน R8 ให้กำลัง 611 แรงม้าพร้อมแรงบิด 427 ปอนด์-ฟุต เพิ่มขึ้นมาถึง 9 แรงม้าและแรงบิดอีก 14 ปอนด์-ฟุต ส่งผลให้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.1 วินาทีและกดสุดเข็มไมล์ได้ที่ 331 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Audi ยืนยันแล้วว่า 2019 R8 ได้รับการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ซึ่งเพิ่มความมั่นคงและเฉียบคมของช่วงล่างยิ่งกว่เาดิม นอกจากนี้ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์และระบบการหักเลี้ยวแบบไดนามิกได้รับการปรับปรุงด้านการตอบสนองให้ดียิ่งขึ้น


R8 ล่าสุดนี้ได้รับการปรับปรุงระบบ Electronic Stabilization Control ซึ่งช่วยในด้านการเบรครถ ในรุ่นท็อปสุด สามารถหยุดรถจาก 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนหยุดสนิทได้โดยใช้ระยะเพียง 1.5 เมตร ส่วนจาก 124 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึง 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้โดยใช้ระยะที่ 5 เมตร ซึ่งทั้งสองระยะสั้นลงกว่าเดิม


ส่วนอุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะอื่นๆ รวมถึงล้อน้ำหนักเบาพิเศษขนาด 20 นิ้ว พร้อมกับยางแบบสปอร์ตสำหรับฤดูร้อนซึ่งช่วยให้ควบคุมแม่นยำมากกว่าเดิม พร้อมด้วยจานเบรคแบบคาร์บอนเซรามิคและค้ำหน้าแบบคาร์บอนไฟเบอร์ผสมโพลีเมอร์กับอลูเนียมเป็นตัวเลือกด้วย

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น