[Test Drive] ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย Share this

[Test Drive] ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 12 ตุลาคม 2561

[Test Drive] ฮุนได ไอออนิก  อิเล็กทริก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย

Hyundai IONIQ Electric รถยนต์ไฟฟ้าจากแดนกิมจิ สเปคยุโรป ในราคา 1.749 ล้านบาท ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัย

รถยนต์ฮุนได ไอออนิก รถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่มีจำหน่ายในทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี ฮุนได ไอออนิกเป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่มีความสวยงาม ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย สำหรับรุ่น อีวี หรือฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก เริ่มทำตลาดจริงในไทยเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2018 โดยรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยนั้น เป็นแบบสเปคยุโรป และในปี 2018 นี้ทางฮุนไดประเทศไทย ได้รับโควต้าสำหรับรุ่นนี้มาเพียงแค่ 20 คัน ปัจจุบันมียอดจองไปแล้ว14 คัน โดยเริ่มทยอยส่งมอบกันไปบ้างแล้วบางส่วน

ภายนอก ได้รับการออกแบบโดยเน้นที่ปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ ทำให้มีบุคลิกของความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต รูปทรงตัวรถเป็นแบบรถแฮ็ทช์แบ็กทรงสปอร์ต มาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว

ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ดิฟฟิวเซอร์ ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอย ทั้งหมดนี้ ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกและลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์  ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น กระจังหน้าจึงถูกออกแบบในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่ต้องใช้งานเพื่อการระบายความร้อนเครื่องยนต์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความพลิ้วไหว และสะอาดตา ด้วยสีเทาเข้ม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED บริเวณชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ถูกตกแต่งด้วยสีทองแดง ที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นถึงความเป็นรถแห่งอนาคต ด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ เน้นความเรียบง่าย เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสาร มีความบริสุทธิ์,สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง เพื่อให้มีประกายของเม็ดสีที่สวยงาม, แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและคุณภาพที่ดี นอกจากนี้ บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์

ระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์โดยใช้นิ้วกด นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์

หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, ช่องต่อระบบ USB และ AUX

หน้าปัดแสดงการทำงานของระบบต่างๆขนาด 7 นิ้ว แบบ TFT ที่แสดงข้อมูลพื้นฐานต่างๆของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง, ระดับพลังงานของแบตเตอรี่ รวมถึงข้อมูลอื่นๆของตัวรถที่จำเป็น ซึ่งผู้ขับขี่ สามารถเลือกดูได้ผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย

หน้าปัด สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ ตามรูปแบบการขับขี่ โดยผู้ขับขี่ สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ ผ่านปุ่ม ‘drive mode’ บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal และ Sport

  • โหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว
  • โหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal
  • โหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซนต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์

ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก เป็นการขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง และสามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ชาร์จไฟ 4 ชั่วโมง 25 นาที วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร

แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่ดี และมีหน่วยความจำรอบการชาร์จไฟที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล เมทัล ไฮดราย สำหรับในฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริกนั้น เป็นแบตเตอรี่ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW โดยแบตเตอรี่นี้ ถูกติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร

  • ระบบ regenerative braking system ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับ ไม่ได้มีไว้เปลี่ยนเกียร์ แต่จะเป็นการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เมื่อยกคันเร่งรถก็จะหน่วงความเร็วเพื่อชาร์จไฟเข้า และจะหน่วงตามระดับที่เราเลือก
  • ระบบ Blind Spot Detection ที่จะทำหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ โดยทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน และยังทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถ
  • ระบบ Lane Departure Warning (LDW) โดยระบบ จะใช้กล้องที่อยู่บริเวณด้านบนตรงกลางของกระจกบังลมหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร และระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ โดยระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่
  • ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่ ขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และถ้าระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ ไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

สรุปโดยรวม จากการที่ได้ทดสอบในการขับขี่ ต้องบอกว่า ฮุนได ไอออนิค อิเล็กทริก เป็นรถไฟฟ้า ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่นอน ทำความเร็วได้ดั่งใจสั่ง มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด คือ Eco ,Normal ,Sport และสำหรับในโหมด Sport ถือว่าจี๊ดจ๊าดมาก เหยียบปุ๊บมาปั๊บ การเก็บเสียง และการทรงตัวถือว่าทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ก็เหมือนรถปกติทั่วๆไป สามารถเข้าศูนย์ฮุนไดได้ทั่วประเทศ

ในส่วนของระบบความปลอดภัย ถือว่าให้มาแบบครบครันเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องของระบบช่วยเบรกอัตโนมัติที่ทำงานควบคู่กับเรดาร์ การเตือนขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่ ขับออกนอกเลน และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เรียกได้ว่าให้ความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม

เมื่อพูดถึงข้อดีกันไปแล้ว เรามาดูข้อจำกัดของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันบ้าง เนื่องจากในประเทศไทยคุ้นเคยกับการใช้รถยนต์ที่เป็นแบบระบบน้ำมัน และน้ำมัน+ไฟฟ้า ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% อาจจะติดข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง เพราะฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก เมื่อชาร์จไฟเต็ม จะสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 280 กม. ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับบางท่าน เพราะสถานีชาร์จไฟ ที่ปัจจุบันมีอยู่น้อยมาก หากต้องขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไปในสถานที่ไกลๆ อาจจะต้องวางแผนกันหน่อย เพราะถ้าไปแบตหมดดับกลางทางคงปวดหัวกันเลยทีเดียว และนี้อาจเป็นเป็นหาหลัก ที่ทำให้หลายท่านลังเลกับการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

การรับประกัน

ตัวรถรับประกัน 3 ปี 1 แสนกิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ รับประกัน 8 ปี 

ในส่วนของราคา ฮุนได ไอออนิค อิเล็กทริก จำหน่ายที่ 1.749 ล้านบาท

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ