[Test Drive] all-new Toyota Camry ปรับใหม่หมด เครื่องยนต์ใหม่จัดจ้านพร้อมช่วงล่างที่คมยิ่งกว่าเดิม Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

[Test Drive] all-new Toyota Camry ปรับใหม่หมด เครื่องยนต์ใหม่จัดจ้านพร้อมช่วงล่างที่คมยิ่งกว่าเดิม

megaTON
โดย megaTON
โพสต์เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2561

[Test Drive] all-new Toyota Camry ปรับใหม่หมด เครื่องยนต์ใหม่จัดจ้านพร้อมช่วงล่างที่คมยิ่งกว่าเดิม

Toyota Camry ยนตกรรมหรูจากค่ายสามห่วงที่ลูกค้าในประเทศไทยให้ความนิยมกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ในโฉมใหม่ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนหน้าตาและโครงสร้างตัวถังของรถใหม่ทั้งหมดแบบ TNGA รวมถึงเครื่องยนต์และช่วงล่างแบบใหม่ทั้งหมดอีกด้วย


คณะสื่อมวลชนกว่า 60 ชีวิต ได้รับการเชิญจากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในการร่วมทดสอบ all-new Toyota Camry ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเป็นการทดสอบแบบหนึ่งวัน แบ่งออกเป็นการทดสอบบนถนนจริง (On-Road) และทดสอบในสนามแข่ง (On-Track)

ก่อนเริ่มการทดสอบ มีการบรรยายข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับคัมรี่รุ่นใหม่ล่าสุด สิ่งที่แตกต่างและเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบใหม่หมด (Unprecented Change) กับ Toyota Camry ใหม่นี้นั่นคือการใช้โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ TNGA ที่แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม มีศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำลง พวงมาลัยปรับจูนมาใหม่ เครื่องยนต์ใหม่แบบ Dynamic Force ที่มีแรงบิดเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจนร่วมด้วยเทคโนโลยีใหม่ VVT-iE ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับในด้านไอดีช่วยให้ตอบสนองต่อคันเร่งทันที  กับหัวฉีดแบบ Direct 4 หัว ร่วมกับลูกสูบอัดประจุอากาศแบบหมุนวนแบบใหม่เพิ่มความหนาแน่นช่วยในการจุดระเบิด ซึ่งถ้าเทียบกับ Camry ที่ใช้ในโฉมก่อนที่กราฟแรงบิดที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเครื่องยนต์ไฮบริดเป็นเจเนอเรชั่น4ล่าสุด ช่วงล่างแบบ Double Wishbone  รวมถึงการดีไซน์ตัวถังแบบใหม่ ยังช่วยเรื่องวิสัยทัศน์ที่ดีมากขึ้นจากการลดขนาดเสา A ลง พร้อมลำโพงที่พัฒนาร่วมกับ JBL ที่ติดตั้งในรถถึง 10 ตำแหน่ง และระบบความปลอดภัยที่จัดมาให้อย่างครบครันทั้งระบบเตือนก่อนการชน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ ไดนามิกครูสคอนโทรล ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมถุงลมนิรภัยที่ให้มาถึง 9 ลูก 


 สำหรับการทดสอบครั้งนี้ จะได้รับการทดสอบรถสองรุ่น นั่นคือรุ่น 2.5 HV Premium ท็อปสุดของรุ่น ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว D-4S VVT-iE ซึ่่งเป็นรุ่น Hybrid พร้อมเกียร์ E-CVT แบบใหม่ มีอัตราเร่งจาก 0-100 ภายใน 9 วินาที และรุ่น 2.5 G DOHC 16 วาล์ว D-4S VVT-iE ซึ่งใช้น้ำมันเบนซิน จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ 8 สปีด มีอัตราเร่งจาก 0-100 ภายใน 9.4 วินาที โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้ผู้ทดสอบสัมผัสได้ถึงความแตกต่างและสมรรถนะของทั้งสองรุ่นในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน





ผู้ทดสอบได้เริ่มต้นการทดสอบแบบ On-Road บนถนนจริงในช่วงสายๆก่อน ซึ่งทางโตโยต้ากำหนดให้ขับรถทั้งสองรุ่นไปยังตั้งถาวรฟาร์มซึ่งเป็นไร่เมล่อน ระยะทางไปกลับราวๆ 50 กิโลเมตร โดยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงและขับให้ประหยัดน้ำมันที่สุดภายในเวลาที่กำหนด ฟังดูเหมือนง่ายแต่ก็มีความท้าทายเพราะต้องใช้ความเร็วในระดับพอดีกับเวลา ผู้ทดสอบโดยได้สลับกับเพื่อนสื่อมวลชนอีกคนในการเป็นทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ในรอบขาไปผู้ทดสอบเป็นผู้โดยสารสำหรับในรุ่น 2.5 G ส่วนขากลับผู้ทดสอบเป็นผู้ขับรถในรุ่น 2.5 HV Premium ตลอดเส้นทางจะใช้ความเร็วราวๆ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่่งจะพยายามเลี้ยงคันเร่งและขับด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อเน้นความประหยัดยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางที่มีทั้งถนนหลวง ถนนตัดเข้าในเมือง และถนนที่มีหลุมบ่อและการขุดลอกเทยางมะตอยในบางช่วง สามารถจับความรู้สึกของช่วงล่างที่มีความกระด้างขึ้นแต่แลกกับการบังคับและทรงตัวของรถที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน การเก็บเสียงอยู่ในระดับที่ดี มีเสียงลมให้ได้ยินเมื่อใช้ความเร็วที่ราวๆ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิสัยทัศน์สบายตายิ่งขึ้น น่าเสียดายที่คันของผู้ทดสอบต้องจอดติดไฟแดงอยู่หลายแยกรวมถึงทางเบี่ยงจากการซ่อมถนนที่ต้องเปลี่ยนรอบความเร็วอยู่บ่อยครั้ง ทำให้อัตราการกินน้ำมันที่ทำได้ในรุ่น 2.5 G อยู่ที่ 17 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรุ่น 2.5 HV Premium Hybrid ทำได้ 25 กิโลเมตรต่อลิตร ทั้งนี้ขณะระบบ Hybrid ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ไม่พบรอยต่อ เสียงหรืออาการกระชากของเครื่องยนต์ให้เห็น นอกจากนี้ เราได้ทดสอบระบบลำโพง JBL ระหว่างขับทดสอบ และสามารถทำให้ผู้โดยสารอีกคนที่นั่งเบาะหลังเคลิ้มหลับไปจนจบเส้นทางทดสอบ



จากนั้นในช่วงบ่าย ผู้ทดสอบได้ทดสอบแบบ On-Track ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตทั้งรุ่น 2.5 HV Premium และ 2.5 G เหมือนเช่นเคย ก่อนเริ่มการทดสอบได้รับการบรรยายให้ความเข้าใจในจุดต่างๆของสนาม ซึ่งการทดสอบในสนาม มีการตั้งกรวยแบบทดสอบ แบบสลาลอม และ lane-change เพิ่มเติมในสนาม  เมื่อรถวิ่งจากค็อกพิทเข้าสนาม จับความรู้สึกได้เมื่อตอนกระแทกคันเร่งเอาความเร็วคือ ความเร็วที่พุ่งขึ้นมาตอบสนองเท้าไวมาก โดยเฉพาะในรุ่น Hybrid ที่สามารถไต่ความเร็วขึ้นได้รวดเร็วกว่าชัดเจน ไม่มีอาการสะดุดจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ามากวนใจ ถือว่า Hybrid รุ่นที่ 4 ปรับปรุงมาดีจริง จากนั้นเมื่อเข้าสถานีทั้งแบบสลาลอมและ lane-change ความรู้สึกที่สัมผัสได้ คือ รถเก็บอาการโยนของตัวถังได้ดีมากหลังจากผ่านจุดทดสอบต่างๆ ช่วงล่างที่ปรับปรุงมาใหม่จากการเพิ่ม Damper เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนร่วมกับพวงมาลัยที่มีการปรับใหม่ใช้มอเตอร์พร้อมสายพานทำให้การหักพวงมาลัยมีความไวตอบสนองดียิ่งขึ้นแบบที่คุณจะต้องประหลาดใจ ถ้าเทียบกับโฉมก่อน ถือว่า “คมกว่าชัดเจน” รวมถึงเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงช่วงล่างยังกดรถนิ่งสบายๆ ส่วนฟีลลิ่งของเครื่องยนต์ใหม่เมื่อตอนรีดความเร็วจะไม่ได้มาแบบพรวดพราดดิบๆ แต่มาในสไตล์สุภาพไหลมาเรื่อยๆ และเสียงจากเครื่องยนต์ซึ่งคำรามได้ดุดันเร้าอารมณ์ในช่วงใช้รอบความเร็วสูง(ความชอบส่วนตัวของผู้ทดสอบ)



จบการทดสอบภายในหนึ่งวันเต็มๆ ในสถานการณ์ที่หลากหลายคงต้องบอกว่า Toyota Camry ใหม่นี้ทำให้ผู้ทดสอบเพลิดเพลินกับความดีงามของ TNGA ที่จะเข้ามาอยู่ในรถรุ่นใหม่ๆของค่ายไม่ว่าจะเป็น C-HR หรือ Camry ใหม่ เครื่องยนต์ที่มีความจัดจ้านยิ่งขึ้นกับเกียร์ที่ตอบสนองต่อคันเร่งได้รวดเร็ว บวกกับพวงมาลัยที่คมและช่วงล่างที่หนึบกว่าเดิม เปลี่ยนลุคของ Toyota Camry ที่โฉมก่อนๆที่มีภาพลักษณ์ของรถของผู้บริหารดูเรียบร้อย ให้เป็นลุคสปอร์ตหรูแรงกว่าเคย 

ขอบคุณ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ด้วยสำหรับทริปทดสอบรอบสื่อมวลชนในครั้งนี้



เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น