กลุ่มสามมิตร ตั้งเป้าก้าวสู่เบอร์ 1 Automotive Logistic Solutions ปี 67 Share this

กลุ่มสามมิตร ตั้งเป้าก้าวสู่เบอร์ 1 Automotive Logistic Solutions ปี 67

Wongsupat
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 30 เมษายน 2562

กลุ่มสามมิตร วางโครงสร้างธุรกิจใหม่ รุกตลาดอาเซียน เสริมศักยภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีและ IoT เชื่อมต่อสินค้าและบริการ ตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่ง Automotive Logistic Solutions ปี 67


ยงยุทธ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตร กรุ๊ปโฮลดิ้ง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง กล่าวว่า กลุ่มบริษัทได้ปรับวางโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ ภายใต้ บริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง (SAMMITR GROUP HOLDING) ซึ่งเป็นการรวมธุรกิจในกลุ่มที่มีกว่า 22 บริษัทเสริมศักยภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี และ IoT (Internet of Thing) เชื่อมต่อสินค้าและบริการ แบบ O2O (Offline-to-Online) และเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงลูกค้า และเครือข่ายพันธมิตร พร้อมทั้งปั้นโมเดลทางธุรกิจ (Business Model) ใหม่ เพื่อเป้าหมายการเป็นเบอร์หนึ่ง Automotive Logistic Solutions ปี 2567

สำหรับผลประกอบการในปี 2561 บริษัทมีรายได้ประมาณ 6,800 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 5% หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท และในปี 2567 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 38% หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มธุรกิจภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่กลุ่มธุรกิจจากต่างประเทศมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 8 % โดยได้กระจายสินค้าไปอินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ กลุ่มประเทศ CLMV ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทที่ฟิลิปปินส์ สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และกระจายสินค้า รวมทั้งได้ลงทุนด้วยงบประมาณ 2% จากรายได้ในการศึกษาวิจัยพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง

“อนาคตในฟิลิปินส์จะมีสัดส่วนของการขายชิ้นส่วนยานยนต์มากขึ้น เพราะขณะนี้เริ่มขายได้เยอะขึ้น ซึ่งการลงทุนในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เราได้ร่วมลงทุนโดยมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 40% และคาดว่าการลงทุนและการพัฒนาสินค้าตั้งแต่ช่วงนี้จะทำให้สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริงมีสัดส่วนรายได้ในปี  2567 มากถึง 70% ของรายได้ทั้งหมดที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนในไทยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ การประกอบการยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะนักธุรกิจบางส่วนยังไม่กล้าลงทุน แต่คาดว่าครึ่งปีหลังธุรกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเรายังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของบริษัทครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญ เพราะเป็นการนำจุดแข็งของแต่ละธุรกิจในเครือมาประสานพลัง  หรือ synergy กัน สร้างความชื่อมโยงระหว่างธุรกิจในเครือ พันธมิตรธุรกิจและลูกค้าเข้าด้วยกัน จากนี้จะไม่ใช่เป็นเพียงผู้ผลิตรถบรรทุกและรถเทรลเลอร์ อีกต่อไป แต่ยังเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์และยานยนต์ที่ครอบคลุมทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาออกแบบ  การจัดหาวัตถุดิบ และการผลิต การประกันคุณภาพและการบริการ

บริษัทมีกลุ่มธุรกิจ 8 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจรถบรรทุก รถพ่วง (Truck, Trailer) 2.กลุ่มธุรกิจอะไหล่ (Auto Parts) 3.กลุ่มธุรกิจ Pick up Conversion หรือ Pick up ดัดแปลง  4.กลุ่มธุรกิจผู้รับจ้างผลิต หรือ OEM ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อะไหล่รถ และส่วนประกอบรถบรรทุกต่างๆ  5.กลุ่มยานยนต์พลังงานสีเขียว (Green Energy) 6.กลุ่มการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ (International Business) 7.กลุ่มธุรกิจอื่นๆ อาทิ การให้บริการด้านบริการขนส่งโลจิกติกส์ก๊าซธรรมชาติพลังงานทางเลือกใหม่ และ 8.กลุ่ม SSM Digital Platform  ซึ่งเป็น Cloud-base แพลทฟอร์มที่สามมิตรได้พัฒนาขึ้น สำหรับใช้ในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งคนและสินค้า

“บริษัทมุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในด้าน Automotive Logistic Solution ในระดับภูมิภาค และขึ้นเป็นแชมป์ Logistic Solution ด้านรถบรรทุก รถพ่วง เพื่อการขนส่งที่ครบวงจร ภายในปี 2567 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน มีการพัฒนาประเทศ โดยการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) มากขึ้น ความต้องการใช้รถบรรทุกและรถเทรเลอร์ได้ขยายตัว  รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของธุรกิจ  E-Commerce ทั้งภายในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน ส่งผลให้ธุรกิจโลติกส์เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน”

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ