จ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าไร กับมาตรฐานยูโร 5 Share this

จ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าไร กับมาตรฐานยูโร 5

Wongsupat
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 06 เมษายน 2562

จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือ  "PM 2.5" ที่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจบ่อเกิดของโรคปอดเรื้อรัง โรคอัลไซเมอร์หรือโรคระบบประสาทอื่นๆ โรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ และทำลายพัฒนาการทางสมองของเด็ก ทำให้ภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ โรงกลั่นน้ำมัน เริ่มตื่นตัวมากขึ้น


 

เกิดคำถามว่า ผู้ซื้อรถยนต์ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าไร หากมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 และต้องจ่ายอีกเท่าไรกับน้ำมันที่ได้มาตรฐาน เรื่องนี้มีคำตอบ ณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า การคำนวณต้นทุนการผลิตรถยนต์ หากมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานจากยูโร 4 เป็นยูโร 5 ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนหนึ่งในไทย ระบุว่า การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ทั้งเบนซินและดีเซล พบว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้น 800-25,000 บาทต่อคัน (ข้อมูลตั้งแต่ปี 2558) ปัจจุบันเทคโนโลยียูโร 5 ไม่น่าจะมีผลต่อราคารถยนต์ แต่ถ้าเป็นมาตรฐานยูโร 6 คาดว่าจะกระทบราคาขายรถยนต์ไม่เกิน 10,000 บาทต่อคัน

กรณีที่ไทยไม่ยกระดับมาตรฐานยูโรส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทั้งใน-นอกบ้าน ดังนี้ กรณีอยู่นอกบ้าน จะต้องใช้หน้ากาก N95  ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 18,250บาท/ปี/คน (หรือคิดเฉพาะคนในกรุงเทพที่มีประมาณ 11 ล้านคน จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 แสนล้านบาท/ปีและในกรณีที่อยู่ในบ้าน จะต้องมีค่าใช้จ่ายค่าเครื่องกรองอากาศ 19,900 บาท/ครัวเรือนและมีค่าแผ่นกรองอากาศ 1,790 บาท/2ปี/ครัวเรือน ถือว่าแพงกว่าการปรับมาตรฐานยูโร 5 มาก

"ถามว่าเป็นคนรายได้น้อยไหมที่ใช้รถยนต์ ตอบได้ว่าคนที่มีรายได้น้อย ไม่มีโอกาสใช้รถ ปัจจุบันรถจดทะเบียนสะสมประมาณ 16 ล้านคัน(รวมรถเก่า) ประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่ง 4 ใน 5 ส่วนทุกคนต้องใช้ปอด ใครอยากจะใช้รถควรดูแลปอดเพื่อนนิดนึง และหากพิจารณาเทคโนโลยีปัจจุบัน ไทยล้าหลังมาก เทคโนโลยียูโร 5 ยุโรปมีตั้งแต่ปี 2552 ไทยซึ่งเดิมจะต้องทำในปี 2554 กลายเป็นปี 2564 ล้าหลังกว่าสิงคโปร์ ทั้งๆที่ก่อนนี้เรานำมาตลอด"

ปัจจุบันราคาน้ำมันพรีเมี่ยมแพงกว่าราคาน้ำมันปกติประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร และหากผู้บริโภคต้องการช่วยลดมลภาวะทางสังคม ก็หันมาซื้อรถที่มีเครื่องยนต์ยูโร 5 เช่น รถอีโคคาร์ 2 ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 4 แสนกว่าบาท สามารถเช็คได้ว่า รถยนต์รุ่นใดได้มาตรฐานยูโร 5 จากเว็บไซด์ www.car.go.th

"มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ปัจจุบันมีบริการ และมีคนเติมเพียง 70 ล้านลิตรต่อเดือน รองรับรถได้ 7 แสนคัน ทั้งที่ปริมาณที่จะเติมได้ประมาณ 500 ลิตรต่อเดือน อาจจะต้องช่วยดันให้ปรับโครงสร้างราคาให้เท่ากับราคาน้ำมันปกติโดยอาจจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาษีหรืออื่นๆ ซึ่งเป็นกลไกเหมือนกับที่เราอุ้มราคา E85 เพราะการเติมน้ำมันพรีเมี่ยมในเครื่องยนต์อื่นก็สามารถช่วยลด PM 2.5 ได้ จากผลศึกษาชี้ให้เห็นว่าใช้เครื่องยนต์ยูโร 4 แต่เติมน้ำมันยูโร 5 ค่ามลพิษที่ออกมาจะลดลงไป 20-25% ถ้าใช้เครื่องยนต์ยูโร 5 น้ำมันยูโร5 ช่วยลดมลพิษได้ประมาณ 80%"

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีค่ายรถทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้ารถยนต์ 12 ค่ายที่ให้ความร่วมมือแสดงเจตจำนงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตและนำเข้า เพื่อยกระดับไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานยูโร 5 แล้ว ส่วนโรงกลั่นบางแห่งก็พร้อมผลิตน้ำมันรองรับ ระหว่างทางก่อนเปลี่ยนแปลงเต็มรูปแบบ ภาครัฐน่าจะช่วยให้ผู้บริโภคจ่ายน้อยลงได้อีกในอนาคต

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ