Porsche 718 นักล่าโค้งแห่งท้องถนน ยนตรกรรมจากสนามแข่ง Share this

Porsche 718 นักล่าโค้งแห่งท้องถนน ยนตรกรรมจากสนามแข่ง

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 09 กรกฎาคม 2562

 

ครั้งแรกของปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ (Porsche 718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีที 4 2) (718 Cayman GT4) รุ่นใหม่ล่าสุด ปอร์เช่เปิดตัว 2 นวัตกรรมยานยนต์ ที่การันตีสมรรถนะการขับขี่ในฐานะเรือธงรุ่นสูงสุดประจำตระกูล บุคลิกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเฉียบคม ดุดัน ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น  รวมไปถึงพละกำลัง ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เครื่องยนต์ 6 สูบนอนไร้ระบบอัดอากาศ ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ประกอบกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขุมพลังบ็อกเซอร์ดังกล่าวให้กำลังสูงสุดถึง 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์) เท่ากันทั้ง 2 รุ่น

 

หัวใจหลักของรถสปอร์ตทั้ง 2 คือ เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอนบ็อกเซอร์ขนาดความจุ 4.0 ลิตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ ไร้ระบบอัดอากาศสมรรถนะสูง ที่มีพื้นฐานเดียวกันกับเครื่องยนต์เทอร์โบที่ได้รับการติดตั้งในปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Car-rera) รุ่นปัจจุบัน ขุมพลังรอบจัดแบบ high-revving บล็อคใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์) – หรือแรงกว่าในตัวถัง จีที4 (GT4) รุ่นก่อนหน้าถึง 35 แรงม้า และในเจเนอเรชันที่ 3 ของรุ่นสไปเดอร์ (Spyder) มีพละกำลังเพิ่มขึ้นกว่า 45 แรงม้า พร้อมสนองตอบอย่างรวดเร็วฉับไวด้วยแรงบิดสูงสุดกว่า 420 นิวตันเมตร ที่พร้อมใช้งานตั้งแต่ 5,000 จนถึง 6,800 รอบต่อนาที เมื่อประกบกับเกียร์ธรรมดาส่งผลให้รถสปอร์ตทั้ง คู่พุ่งทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปอย่างง่ายดาย: 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับ 718 เคย์แมน จีที4 (718 Cayman GT4) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยนตรกรรมสปอร์ตทั้ง 2 คันให้อัตรา

เร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.4 วินาทีเท่านั้น ในส่วนของอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้ จากรถสปอร์ต เครื่องยนต์วางกลางดังกล่าว อยู่ที่ 9.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.9 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อทดสอบ ตามมาตรฐาน New European Driving Cycle (NEDC) ความเหนือชั้นที่ได้เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศจากปอร์เช่คือการผสมผสานระหว่างพละกำลังอันต่อเนื่อง และอัตราการตอบ สนองที่ฉับไวตามสไตล์ของรถแข่งจีที (GT) สายพันธุ์แรง ผลจากการออกแบบให้เครื่องยนต์สามารถทำรอบสูงสุดได้ถึง 8,000 รอบต่อนาที เสียงคำรามกึกก้องจากการทำงานของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ นอกจากนี้ ยังได้รับการเพิ่มเติมระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบ adaptive cylinder control ทำหน้าที่ตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวลงหนึ่งฝั่งของกระบอกสูบในขณะที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องยนต์แบบเต็มกำลัง ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลง

นับเป็นครั้งแรกสำหรับเครื่องยนต์รอบจัด high-revving ที่ได้รับการติดตั้งหัวฉีดเชื้อเพลิงแบบ Piezo จ่ายน้ำมันตรง เข้าห้องเผาไหม้ หรือ direct fuel injection ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะการฉีดเชื้อเพลิง ให้แตกต่างกันได้สูงสุดถึง 5 รูปแบบอย่างอิสระ ส่งผลต่อการจุดระเบิดอันสมบูรณ์แบบ ลดมลภาวะจากไอเสีย เสริมด้วยระบบท่อร่วมไอดีแปรผัน variable intake system พร้อมวาล์วจัดสรรอากาศสองตำแหน่งเพื่อให้มั่นใจ ถึงประสิทธิภาพสูงสุดในการประจุอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์

 

นอกจากความเหนือระดับที่อัดแน่นจนเต็มพิกัด ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) ยังได้รับการปรับปรุง แนวคิดด้านอากาศพลศาสตร์ในทุกส่วน ผลลัพธ์คือแรงกดหรือ downforce ที่มากกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่ออัตราเร่ง พิสูจน์ได้ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ระบบอากาศพลศาตร์ของรถสปอร์ต เครื่องยนต์วางกลางทั้ง 2 คันนี้ มีส่วนเสริมสร้างประสิทธิภาพให้แก่ตัวรถอย่างเหลือเชื่อ: ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบช่องสำหรับติดตั้งหม้อพักไอเสีย หรือ single-chamber arch rear silencer ขึ้นใหม่ ซึ่งช่วยในการเพิ่มพื้นที่ในการทำงานของดิฟฟิวเซอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมแรงกดให้แก่ ด้านท้ายรถเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) ปีกหลังทรงสูงแบบยึดตายตัว คืออีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ให้ศักยภาพอันเยี่ยมยอด: ด้วยการสร้างแรงกดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบ กับรถรุ่นก่อนหน้า ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดแรงกดมหาศาลถึง 12 กิโลกรัม เมื่อขับขี่ที่ระดับความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวถังด้านหน้าได้รับการปรับแต่งตามรูปลักษณ์ของรถแข่งจีที (GT) มุ่งเน้นความสมดุลย์สูงสุดด้วยลิ้น สปอยเลอร์ หน้าขนาดใหญ่ และครีบดักอากาศที่รับบทบาทในการจัดเรียงกระแสลมที่ผ่านเข้ามายังบริเวณซุ้มล้อคู่หน้าให้เป็นระเบียบ

 

ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ ใหม่ (The new Porsche 718 Spyder) ถือกำเนิดขึ้นในฐานะยานยนต์สปอร์ตประสิทธิภาพสูงที่เน้น สมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ มาพร้อมหลังคาประทุนน้ำหนักเบาที่ใช้งานได้จริงในความเร็วสูง ถ่ายทอดนวัตกรรมเทคโนโลยี อันเป็นตำนาน ต่อจากรถสปอร์ต โรดสเตอร์ที่สร้างชื่อเสียงไว้ในอดีต อาทิ ปอร์เช่ 550 สไปเดอร์ (550 Spyder) และ 718

อาร์เอส 60 สไปเดอร์ (718 RS 60 Spyder) ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นยนตรกรรมทรงเสน่ห์ที่สวยงามน่าหลงใหล ไม่ว่าในขณะเปิดหรือปิดหลังคาก็ตาม หลังคาประทุนได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานประจำวันได้อย่างสะดวก สามารถพับเก็บลงภายใต้ฝากระโปรงท้ายด้วยการทำงานอันรวดเร็วเพียงไม่กี่ขั้นตอน จุดสังเกตที่ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) แตกต่างจากรุ่น จีที 4 (GT4) คือสปอยเลอร์หลังแบบอัตโนมัติ ทำงานที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อทำหน้าที่ร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ ส่งผลให้สปอร์ตเปิดประทุนคันนี้คือหนึ่งเดียวในสายพันธุ์บ็อกเซอร์ (Boxster) ที่มีศักยภาพด้านอากาศพลศาสตร์ สามารถสร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้สูงอย่างเหลือเชื่อ

นับเป็นครั้งแรกของ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) สำหรับการแชร์พื้นฐานของระบบช่วงล่างประสิทธิภาพสูงจากยนตกรรม พันธุ์แรงสายสนามแข่งจีที (GT) จาก 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) ให้เสถียรภาพ การยึดเกาะที่ไว้วางใจได้ในทุกการเข้าโค้ง ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างครบถ้วน ปรับแต่ง ระบบช่วงล่างใหม่ด้วยชุดสปริงและสตรัทน้ำหนักเบาเทคโนโลยีสนามแข่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยึดเข้ากับชิ้นส่วน ของช่วงล่างโดยตรงในจุดที่เป็น ball joints ระบบ Porsche Active Suspension Management damping system ลดระดับความสูงของช่วงล่างลงถึง 30 มิลลิเมตร ช่วยให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงหรือ centre of gravity ที่ต่ำลง รวมทั้งลดอาการโคลงตัวในแนวด้านข้างของตัวรถ งานออกแบบระบบรองรับทั้งหมด เน้นสมรรถนะการขับขี่ด้วยความเร็ว สูง การตอบสนองของพวงมาลัยที่ให้การบังคับควบคุมอันเฉียบคม ว่องไว ของ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ (718 Cayman GT4) ทำให้รถคันนี้พร้อมทะยานลงสนามแข่งได้ทันที แน่นอนว่า 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) ย่อมต้องได้รับประโยชน์ จากงานออกแบบข้างต้นเช่นเดียวกัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Stability Management (PSM) ให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทางเลือกในการสั่งปิดระบบและปรับรูปแบบการทำงานได้ถึง 2 ระดับ ระบบ Porsche Torque Vectoring (PTV) ทำงานร่วมกับชุดเฟืองท้าย mechanical rear differential lock ควบคุมและกระจายแรงบิดทั้งแนวระดับและแนวราบ บังคับทิศทางและทะยานเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ในรุ่น จีที 4 (GT4) สามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษชุดแต่ง Clubsport package เพิ่มเติม ซึ่งประกอบไปด้วยโครงสร้างนิรภัยโรลบาร์ เหล็กกล้าด้านหลัง หรือ rear steel roll bar ระบบดับเพลิงฉุกเฉิน hand-held fire extinguisher และเข็มขัดนิรภัยแบบจุดยึด 6 ตำแหน่งบนเบาะนั่งผู้ขับขี่

 

ระบบเบรกสมรรถนะสูงติดตั้งประจำการลงใน 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) ให้ประสิทธิภาพและพละกำลังในการลดความเร็วที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทั้งการขับขี่บนถนนสาธารณะ หรือแม้ แต่ในสนามแข่งความเร็วสูง จากการทำงานของชุดเบรก aluminium monobloc fixed-calliper นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งติดตั้งระบบเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมได้ตามต้องการ อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดใน 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) คือยางรถยนต์แบบ ultra-high-performance (UHP) ออกแบบเพื่อใช้กับยนตรกรรมปอร์เช่โดยเฉพาะ ทั้งนี้ยางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง เพิ่มสมรรถนะซึ่งได้รับการติดตั้งลงใน 718 เคย์แมน จีที 4 (718 Cayman GT4) สำหรับการขับเพื่อสร้าง สถิติความเร็วต่อรอบสนาม Nürburgring “Nordschleife”: ผลงานบนสนามอันเป็นตำนานสุดคลาสสิกของ วงการกีฬามอเตอร์สปอร์ตระยะทางกว่า 20.6 กิโลเมตร รถคันนี้สามารถทำเวลาได้เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 10 วินาที

ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ (718 Spyder) และ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ (718 Cayman GT4) พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

 

 

 


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ