รีวิว Lexus UX 250h พรีเมี่ยม ครอสโอเวอร์น้องใหม่ Share this

รีวิว Lexus UX 250h พรีเมี่ยม ครอสโอเวอร์น้องใหม่

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 26 สิงหาคม 2562

หลังจากที่เปิดตัวไป ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เล่นน่ารักซะขนาดนี้ ใครจะทนไหวล่ะ


รับชมรูปแบบวีดีโอได้ที่นี่

 

Lexus UX250h รถพรีเมี่ยมครอสโอเวอร์ น้องเล็กที่เพิ่งคลอดมาใหม่แห่งค่ายเลกซัส ได้ใช้แพลตฟอร์ม GA-C เน้นจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ เพื่อช่วยในการทรงตัว เข้าโค้งได้ดีขึ้น ซึ่งเราคงได้เห็นและคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะเหมือนกับแพลตฟอร์ม TNGA ที่ใช้ใน Toyota C-HR และ New Camry และยังได้รับการออกแบบตามหลักแอโรไดนามิก มีสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ที่โดดเด่น ลู่ลม ลดแรงต้าน ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัย มอบความสะดวกสบายและเพลิดเพลินในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

Lexus UX250h มีให้เลือกทั้งหมด 3 เกรด Luxury ,Grand Luxury ,F SPORT AWD สำหรับการรีวิวทดสอบในครั้งนี้ เป็นรุ่น Grand Luxury ครับ ในราคาค่าตัว 2.69 ล้านบาท

ภายนอกมาในรูปทรงที่ดูพอเหมาะพอดี ไม่ใหญ่จนเทอะทะ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบ Spindle Grille ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ไฟหน้า Bi-Beam LED ที่เป็นระบบปรับไฟสูงต่ำแบบออโต้ พร้อมไฟ Daytime Running รูปทรงตัว L

ฝากระโปรงหน้า และประตูข้างทุกบานใช้วัสดุที่เป็นอลูมินัม ส่วนฝากระโปรงท้ายทำจากเรซิน กระจกมองข้างดีไซน์เว้าโค้งเพื่อลดแรงต้านลม ลายเส้นด้านข้างตัวรถยาวไปจรดกับไฟท้ายที่ออกแบบให้มีส่วนเว้าให้อากาศไหลผ่าน ล้อแม็กซ์ขนาด 17นิ้ว โดยลายของล้อมีส่วนช่วยในการดูดลมเพื่อไประบายความร้อนให้กับชุดเบรก

ไฟท้าย LED ถูกออกแบบให้ไฟทางด้านซ้ายและด้านขวาเชื่อมต่อถึงกัน ซึ่งภายในประกอบไปด้วยไฟ LED ถึง 120 ดวง การเปิดฝาท้ายสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Kick Sensor เพียงแค่ใช้เท้ากวาดไปที่ใต้กันชนหลัง ฝาท้ายก็จะเปิดแบบอัตโนมัติ

ภายในมีโทนสีให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับเกรดของรถ แต่สำหรับคันนี้ มาในโทนสีดำ เล่นลวดลาย Washi (Japanese paper grain) หรือกระดาษสาของประเทศญี่ปุ่น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารก็มีให้อย่างครบครัน เช่น เบาะอุ่นร้อน ช่องจ่ายไฟ 12V แท่นชาจ์มือถือแบบไร้สาย และอื่นๆอีกพอสมควร

สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงติดตั้งอยู่ที่ฐานของที่พักฝ่ามือ ใช้งานได้ง่าย สามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เสียสมาธิจากการขับขี่ พร้อมรีโมทควบคุมแบบสัมผัส สามารถใช้เคอร์เซอร์เพื่อควบคุมได้ตามต้องการ และสามารถซูมเข้าออกได้ง่ายๆด้วยปลายนิ้ว

เบาะนั่งตอนหน้า นั่งสบายดีครับ ตัวเบาะนุ่มกำลังดี ขับนานๆไม่รู้สึกเมื่อย สรีระท่านั่ง และมุมมองต่างๆของผู้ขับขี่โล่งโปร่งสบายตา ไม่มีอะไรมาบดบังสายตาขณะขับขี่ ส่วนเบาะหลังผมว่าให้ลูกเล่นมาน้อยไปนิดนึง แต่ก็นั่งได้สบายไม่อึดอัด ผมสูง 175ซม. ยังมีช่องว่างระหว่างศีรษะ และช่องว่างระหว่างหัวเข่า พอสมควร

เครื่องยนต์ไฮบริด รหัส M20A-FXS 2.0ลิตร 1,987ซีซี 4สูบ 16วาล์ว 146แรงม้า ที่ 6,000รอบต่อนาที แรงบิด 188 นิวตันเมตร ที่ 5,200รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 80กิโลวัตต์ 109แรงม้า 202นิวตันเมตร และเมื่อทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะสามารถผลิตกำลังได้สูงสุด 184แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT

ทดสอบการขับขี่

โหมดการขับขี่มีให้เลือกอยู่ 3โหมดครับ ผมขอแยกอธิบายแบบทีละโหมดเลยนะครับ

Eco Mode ในโหมดนี้เน้นการขับขี่แบบประหยัดครับ เครื่องยนต์มีกำลังเพียงพอที่จะให้เราขับขี่แบบสบายๆ หรือเร่งแซงแบบธรรมดา ที่ไม่ได้ต้องการกำลังอะไรมากมาย หากเราไม่ได้เป็นขาซิ่ง สามารถขับขี่ในโหมดนี้ไปจนถึงจุดหมายปลายทางเลยก็ได้นะครับ เครื่องยนต์ไม่อืด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร แถมยังประหยัดเชื้อเพลิงด้วย

Normal Mode ในโหมดนี้ ผมว่าเป็นโหมดที่เหมาะสมที่สุดในการใช้งานของรถคันนี้แล้วล่ะครับ เพราะขับสนุก เร่งแซงทันใจแบบไม่ต้องลุ้น ขับขึ้นทางลาดชันก็มีกำลังแบบเหลือๆแทบไม่ต้องเค่นคันเร่งเลยล่ะ หากอยากซิ่งในบางจังหวะ ก็แค่กดคันเร่งลึกเข้าไปอีกหน่อย เครื่องยนต์มีกำลังเหลือๆ

Sport Mode ในโหมดนี้เป็นโหมดแรงที่สุดของรถคันนี้ครับ เหมาะสำหรับขาซิ่งเลยล่ะ ขับได้สนุกคันเร่งติดเท้า และด้วยความที่รถมีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่จนเทอะทะ จึงทำให้การขับขี่ในเมืองสนุกขึ้น รอบกวาดไว มุดซ้ายมุดขวาแบบมันๆ เร่งแซงทันใจ แต่ในโหมดนี้ก็ซดน้ำมันเอาเรื่องเหมือนกันนะครับ

นอกเหนือจากโหมดการขับขี่แล้ว Lexus UX250h ยังเป็นรถที่มีช่วงล่างดีมากในระดับนึง ในช่วงที่กำลังขับทดสอบ ปรากฎว่าฝนตกครับ แทนที่เราจะหยุดทดสอบ แต่ไม่ครับ เราลุยต่อ เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ารถระดับนี้ถ้าขับลุยฝนจะเป็นยังไง

จากการทดสอบ บอกได้เลยครับว่า เข้าโค้งได้สนุก ไม่ร่อน ไม่หลุดโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังปีกนกคู่ การเก็บเสียงภายในรถก็ทำได้ดีน่าพอใจเลยล่ะครับ พูดแล้วจะหาว่าโม้ ต้องมาลองขับเองครับ แล้วจะรู้ว่าที่ผมได้กล่าวมานี้ มันคือเรื่องจริง

นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานแล้ว คันนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน ช่วยรักษาความเร็ว และเว้นระยะห่างระหว่างคันหน้า โดยเป็นการทำงานของเรดาห์ที่ฝังอยู่ในโลโก้ Lexus ทำงานควบคู่กับกล้องตรวจจับที่อยู่ด้านบนของกระจกหน้า นอกเหนือจากนี้ ยังมีระบบป้องกันก่อนการชน ,ระบบรักษาช่องทางวิ่ง และยังมีถุงลมนิรภัยแบบรอบคัน

สรุปโดยรวมนะครับ ถามว่าคุ้มมั้ย กับราคา 2.69 ล้านบาท เพื่อแลกกับ Lexus UX250h Grand Luxury สำหรับผม ผมมองว่าในรุ่นรองท๊อปนี้ ถ้าเราเน้นการขับขี่ พร้อมกับออปชั่นพอประมาณ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าใช้งานครับ แต่ถ้าเรื่องงบไม่ใช่ปัญหา ก็ลองมองรุ่นท๊อปไปเลยครับ F SPORT AWD ที่ได้ออปชั่นแบบจัดเต็ม ทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 4ล้อ ,ระบบการขับขี่ Sport+ ,กล้องมุมมองแบบรอบคัน Panoramic View ,หลังคามูนรูฟ ,ระบบเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ และชุดแต่ง F SPORT

ราคาค่าตัว ของ Lexus UX250h

Lexus UX 250h Luxury 2.49 ล้านบาท

Lexus UX 250h Grand Luxury 2.69 ล้านบาท

Lexus UX 250h F SPORT AWD 3.62 ล้านบาท

มีให้เลือกทั้งหมด 13 สี (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือก)

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ