รีวิวทดสอบ Lexus RX 300 กับการใช้งานจริง บนเส้นทาง กรุงเทพฯ.- อยุธยา Share this

รีวิวทดสอบ Lexus RX 300 กับการใช้งานจริง บนเส้นทาง กรุงเทพฯ.- อยุธยา

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562

สำหรับในบทความนี้ ทางทีมงานออโต้สปินน์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริป ที่ทาง เลกซัส ประเทศไทย จัดขึ้น บนเส้นทาง กรุงเทพฯ.- อยุธยา ระหว่างทางได้มีโอกาสทดสอบ ทั้งสมรรถนะ และระบบความปลอดภัย


New Lexus RX 300 โฉมนี้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา เป็น Big Minor Change ที่เพิ่มจุดเด่นหลักๆจากในโฉมก่อน 4 จุดใหญ่ๆ นั่นก็คือ

1.    การออกแบบ

ได้ปรับเปลี่ยนการดีไซน์ ของภายนอก และภายในให้มีความหรูหรา ดุดัน พรีเมี่ยมมากขึ้น กระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์ใหม่ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเลกซัส พร้อมขอบกระจังหน้ารมดำ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไฟหน้าของเลกซัส LC ต้นแบบของภาพลักษณ์แห่งสายพันธุ์สปอร์ตของเลกซัส

กันชนหลังตกแต่งด้วยอลูมินัม ที่มาในรูปทรงของความสปอร์ตหรูหรา ไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED Sequential ไฟจะกระพริบจากด้านในเลื่อนออกด้านนอก

2.    ภายในหรูหรา พร้อมเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก

จอแสดงผลข้อมูล Electro Multi Vision (EMV) ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ ช่วยให้ควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก ทั้งจากตำแหน่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (เฉพาะรุ่น Premium และ F Sport)

ระบบควบคุมส่วนกลาง Remote Touch Interface ใช้งานได้ง่ายและสะดวก

รองรับ Apple Car Play และ Android Auto สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านหน้าจอทัชสกรีน

เพิ่มช่องเสียบ USB ด้านหลัง ซึ่งในโฉมก่อนหน้านี้ไม่มี

ทุกรุ่นย่อยของ Lexus RX จะได้พวงมาลัยแบบแพดเดิลชิฟท์ ซึ่งต่างจากในโฉมก่อน ที่จะมีให้แค่เฉพาะในรุ่น F Sport

ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อม Kick Sensor วิธีใช้งานก็คือ ใช้เท้าแหย่เข้าไปที่บริเวณกึ่งกลางด้านหลังของตัวรถ แล้วดึงเท้าออก ฝากระโปรงหลังก็จะเปิดให้แบบอัตโนมัติ หากต้องการปิด ก็ให้ใช้วิธีเดียวกัน

3.    โครงสร้างตัวถังใหม่ เพิ่มจุดเชื่อมเลเซอร์เข้าไป เพื่อความแข็งแรง และยังสามารถช่วยลดเสียง ลดแรงสั่นสะเทือน

4.    เสริมมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะ BladeScan Adaptive High-beam System (AHS) ซึ่งมีเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมเทคโนโลยี BladeScan ช่วยกระจายแสงไฟหน้ากับวัตถุด้านหน้ารถอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นในเวลากลางคืน และไม่รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง

ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง Lane Tracing Assist (LTA) ระบบจะส่งสัญญาณสั่นเตือนที่พวงมาลัย พร้อมกับแจ้งเตือนบนจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ในทันที เมื่อตรวจพบว่ารถยนต์มีการขับข้ามเลนโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว และยังช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อไม่ให้รถออกนอกเลน
 
ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วให้คงที่ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง โดยระบบจะตรวจวัดระยะห่างจากรถคันหน้าด้วยเรดาร์และกล้องบริเวณหน้ารถพร้อมลดและเพิ่มความเร็วอัตโนมัติให้สอดคล้องกับรถคันหน้า เพื่อคงระยะห่างที่ปลอดภัย ซึ่งระยะห่างนี้ สามารถปรับได้ 3 ระดับ

ในส่วนของเครื่องยนต์ รุ่นที่ทางเลกซัสนำมาให้ทดสอบในครั้งนี้ คือรุ่น RX 300 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 1,988 ซีซี ติดตั้งชุดเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลังสูงสุด 238 แรงม้า ที่ 4,800 – 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสุงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,650 – 4,000 รอบต่อนาที 
ความเร็วจาก 0 – 100 ใช้เวลา 9.2 วินาที (ในรุ่น Luxury และ Premium)
ความเร็วจาก 0 – 100 ใช้เวลา 9.5 วินาที (ในรุ่น F Sport)

ระบบส่งกำลัง
รุ่น Luxury และ Premium ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ 6 สปีด
รุ่น F Sport ระบบขับเคลื่อน AWD เกียร์ 6 สปีด

จากการทดสอบ
ตัวรถขับแล้วไม่รู้สึกหน่วง เพราะเทอร์โบทำงานในรอบต่ำ ช่วยให้อัตราเร่งของเครื่องยนต์ทำได้ดีตั้งแต่เริ่มออกตัว และสามารถไต่ระดับไปได้เรื่อยๆ ในจังหวะคิกดาวน์ ตัวรถก็พร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไปทันทีแบบไม่ต้องรอรอบแม้ตัวรถจะอยู่ในโหมดการขับขี่ Normal

แต่เมื่อไหร่ที่เราใช้โหมดการขับขี่ Eco ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน จะมีความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่าการตอบสนองของคันเร่งจะช้าลง กำลังของเครื่องยนต์จะไต่ระดับได้ช้า ซึ่งในโหมดนี้เหมาะกับการขับขี่ในเมืองซะมากกว่า

แต่ที่ผมชอบที่สุด ก็คือการขับขี่ในโหมด Sport เครื่องยนต์ดูมีพลังขึ้นมาก และพร้อมที่จะพุ่งเมื่อเราเหยียบคันเร่ง ถือว่าเป็นโหมดที่จี๊ดจ๊าด และขับสนุกมากๆ เกียร์เปลี่ยนในรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการขับขี่ในโหมดนี้ ต้องแลกกับการที่เครื่องยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงกว่าโหมดอื่นๆ

การเก็บเสียงของลมภายนอก ก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน ก็อย่างว่าล่ะครับ ราคาตัวรถก็เริ่มต้นที่ 4 ล้านกว่า การเก็บเสียงย่อมทำได้ดีเป็นเรื่องธรรมดา รวมไปถึงการเก็บเสียงของเครื่องยนต์ และการเก็บเสียงของรอยต่อถนน ต้องยกนิ้วให้เลยครับ พวงมาลัยตอบสนองไว น้ำหนักพอดีมือ ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป การทรงตัวที่ความเร็วมากกว่า 150 กม./ชม. ยังนิ่ง ถ้าไม่มองที่เรื่อนไมล์ จะคิดไปเองว่าเรากำลังขับที่ความเร็ว 120 กม./ชม.

ระบบความปลอดภัยต่างๆ เท่าที่ได้ทดสอบ ก็ดีเกือบทุกอย่างครับ ติดอยู่เรื่องเดียวครับ คือ ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control จากการทดสอบ เมื่อเราตั้งระยะความเร็วเอาไว้ เครื่องยนต์จะเร่งให้แบบกระชากเกินไป เหมือนเราขับแบบคิกดาวน์ และเมื่อระยะห่างใกล้จะถึงรถคันที่อยู่ด้านหน้า ระบบเบรกที่จะชะลอความเร็วรถให้สอดคล้องกับคันหน้าทำงานกะทันหันและแรงเกินไป ถ้าทำได้สมูทกว่านี้ จะดีมากๆเลยครับ

โดยรวมแล้ว ถามว่าเป็นรถที่น่าใช้มั้ย ? ผมขอตอบได้เต็มปากครับ ว่าเป็นรถที่น่าใช้งานมากๆครับ ถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แนะนำให้ซื้อรุ่นท็อปสุด F Sport เพราะคุณจะได้ออปชั่นที่เพิ่มขึ้น ทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ,หลังคาซันรูฟ,ชุดแต่ง F Sport ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และออปชั่นอื่นๆอีกมากมาย

สำหรับราคาค่าตัว

RX 300 Luxury 4.23 ล้านบาท

RX 300 Premium 4.74 ล้านบาท

RX 300 F Sport AWD 5.35 ล้านบาท

RX 350 F Sport AWD 6.85 ล้านบาท

RX 450h Premium 7.64 ล้านบาท

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ