California SuperBike School โรงเรียนสอนขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ให้คุณมากกว่าทักษะการขี่ Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

California SuperBike School โรงเรียนสอนขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ให้คุณมากกว่าทักษะการขี่

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2563

ปลดล็อกตัวเอง ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม กับการขี่มอเตอร์ไซค์ พัฒนาทักษะตั้งแต่พื้นฐานใหม่หมดกับ California SuperBike School โรงเรียนสอนขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ให้มากกว่าทักษะการขับขี่


 

California SuperBike School โรงเรียนสอนขี่มอเตอร์ไซค์ระดับโลก

California SuperBike School โรงเรียนสอนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่เปิดทำการครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โดยมีสาขาเปิดทำการต่างๆ อยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยในครั้งนี้ California SuperBike School เข้ามาทำการเปิดสอนเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย หลังจากมาครั้งแรกเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้น California SuperBike School เปิดสอนเฉพาะ Lv.1 เท่านั้น ในครั้งนี้ที่ทาง Autospinn ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมด้วย โดยทางเราลงเรียนเริ่มต้นที่ Lv.1 เพื่อปูพื้นฐานใหม่ทั้งหมดก่อนจะเรียนในระดับต่อไปที่ทาง California SuperBike School เข้ามาเปิดสอนครับ

สำหรับในครั้งนี้ ทาง BMW Motorrad Thailand ก็ได้ร่วมกับ California SuperBike School ในการนำรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุด New BMW S 1000 RR 2020 มาให้นักเรียนทุกคนได้ขับขี่ โดยทาง BMW Motorrad Thailand นำรถ BMW S 1000 RR 2020 มาใช้ในการเรียนการสอนมากถึง 30 คันโดยประมาณจากสายตาได้ เรียกได้ว่าเป็นคลาส "ฉลามบุก" ที่แท้จริง นอกจากจะได้เรียนเสริมทักษะการขับขี่แล้ว ยังได้ทดลองรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ไปด้วยในตัว

 

 

 

California SuperBike School Lv.1 วางทุกทักษะลง แล้วเริ่มต้นกันใหม่

California SuperBike School เป็นโรงเรียนสอนการขี่มอเตอร์ไซค์ที่วางหลักสูตรแตกต่างจากทุกหลักสูตรการขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ผมเรียนมาแทบจะทั้งหมด เพราะโดยปกติแล้วหลักสูตรการขี่มอเตอร์ไซค์แบบเรซซิ่ง มักจะให้ความสำคัญกับทักษะการขับขี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ทว่ากับ California SuperBike School Lv.1 จะให้ผู้ขับขี่เริ่มต้นจากแก้ไขข้อบกพร่องของนักบิด แก้ไขเรื่องการใช้คันเร่ง การเข้าโค้ง ขจัดความกลัวทิ้งไป และที่สำคัญทำให้เกิดความสนุกในการขับขี่ ซึ่งในหลักสูตรแรกของ Lv.1 คือการฝึกการใช้คันเร่ง 

 

 

Session 1 - ใช้เกียร์ 4 ห้ามเบรก !

ในวิชาแรกของการฝึกนี้ ให้ฝึกคุมคันเร่งอย่างเดียว โดยวางเงื่อนไขไว้ง่ายๆ คือ "ใช้เกียร์ 4 ทั้งสนาม ควบคุมเฉพาะคันเร่ง ห้ามเบรกเด็ดขาด !!!" ซึ่งจุดประสงค์ของการให้ใช้เฉพาะคันเร่ง ห้ามใช้เบรก ห้ามเปลี่ยนเกียร์ เนื่องจากทางโรงเรียนต้องการให้นักเรียนคุ้นชินกับการใช้คันเร่งของรถอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน และเป็นการลดภาระความคิดก่อนการเข้าโค้งแบบผิดๆ อันเป็นเหตุที่ทำให้นักเรียนเข้าโค้งได้ช้า ซึ่งในห้วงเวลาที่ครูฝึกบอกว่าห้ามใช้คันเร่ง ผู้เข้าร่วมอบรมหลายท่านต่างขึ้นมาทักท้วงกันไม่เบา จนครูฝึกต้องบอกว่า "คุณเชื่อผมเถอะ โรงเรียนนี้สอนมา 40 ปี นักเรียนตั้งแต่ขี่ไม่เป็น ยันนักบิดระดับโลก ต่างผ่านจุดนีเหมือนกันหมด" นั่นหมายความว่า นี่คือสูตรในการเทิร์นโปรของนักบิดระดับโลกกันเลยทีเดียว อย่างที่ครูได้กล่าวไว้ตอนต้นว่า "วางทักษะที่คุณมีมาทั้งหมดไว้ก่อน แล้วเริ่มต้นกันใหม่ตั้งแต่การก่ออิฐก้อนแรก"
แต่ก็ใช่ว่าจบ Lv.1 จะไปลงแข่ง MotoGP ได้เลยนะครับ เพราะเรายังไม่เก่งขนาดนั้น และครูยังกล่าวติดตลกว่า "ผมยังสอนไม่หมด" ฮ่าๆๆ

 

 

แต่ๆๆๆ ไม่ใช่ว่าห้ามเบรกทุกสถานการณ์นะครับ หากในกรณีฉุกเฉินเช่น เรามาเร็วกว่ารถคันหน้าและประเมิณว่ามีโอกาสที่จะไปทิ่มหลังเขาได้ ครูก็ให้เราเบรกได้ครับ เพราะว่า "ความปลอดภัยต้องมาก่อน" โดยจะมีชุดครูฝึกเคลื่อนที่เร็ว ควบ BMW S1000RR 2020 อยู่ประจำโค้ง 3 คอยวิ่งเข้าประกบนักเรียนทันที

 

 

Session 2 - จุดเลี้ยว

ในส่วนวิชาที่สอง เป็นวิชาเข้าจุดเลี้ยว (ห้ามผวน) หรือ Turn Points ซึ่งทางทีมงานจะทำสัญลักษณ์จุดเลี้ยวไว้ให้บนสนามก่อนถึงโค้งต่างๆ เพื่อบอกให้นักเรียนเริ่มพับรถได้ที่จุดนี้ ซึ่งเจ้าจุดนี้เองจะช่วยทำให้ผู้ขับขี่สามารถขี่ตามไลน์การขับเดิมได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น อันส่งผลให้สามารถไปได้เร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะเข้าไลน์การขับขี่ที่เร็วกว่าเดิมได้

โดยไอเดียง่ายๆ ในการขี่รถในสนามให้เร็วที่สุดคือ "การสร้างทางตรงให้มากที่สุดเข้าไว้" และ "เลี้ยวรถให้น้อยครั้งที่สุด คือเพียงครั้งเดียวต่อโค้ง" ซึ่งไอเดียเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถทำเวลาในสนามแข่งได้เร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

 

Session 3 - Quick Turn เข้าโค้งเร็วกว่าเดิมเยอะ !

วิชาที่ 3 ของวัน นั่นคือการเลี้ยวแบบเร็ว หรือ Quick Turn โดยตัวผู้เขียนเองมีโอกาสขับขี่ในสนามช้างฯ แห่งนี้ค่อนข้างบ่อยครั้ง ปัญหาหลักที่พบเป็นการส่วนตัวคือตรงโค้ง 12 ก่อนถึงแกรนแสตนด์ ที่ผู้เขียนมักมีปัญหาบานโค้งบ่อยๆ ไม่สามารถเข้า Apex ของโค้งได้ แต่เมื่อครูฝึกแนะนำท่า Quick Turn ให้ ผมสามารถเข้า Apex โค้ง 12 ได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องจัดท่าทางการขับขี่ใหม่แต่อย่างใด ! ซึ่งเทคนิค Quick Turn หากบอกไป ไบเกอร์หลายๆ ท่านคงร้องอ๋อทันที เพราะมันคือการทำ Counter Steering นั้นเองครับ เข้าโค้งขวา ดันแฮนด์ไปทางขวา เข้าโค้งซ้าย ดันแฮนด์ไปทางซ้าย ออกแรงกระทำไปที่แฮนด์นิดเดียว รถพับเข้าโค้งไปได้เลยทันทีแบบที่ไม่เคยทำได้เร็วขนาดนี้มาก่อน ซึ่งวิชานี้ช่วยอัพเกรดทักษะการขับขี่ให้ผู้เขียนได้สูงกว่าเดิมเป็นอย่างมากครับ

และในตอนนี้ผู้ฝึกอนุญาตให้นักเรียนสามารถใช้เกียร์ 3 และเกียร์ 4 ได้ แต่ยังห้ามเบรกเหมือนเดิมนะ

 

 

ในส่วนวิชาเลี้ยวเร็ว ถือเป็นจุดสำคัญของคลาสนี้ ถึงกับขั้นมีจุดสำหรับสอนการ Counter Steering แยกไว้ต่างหากด้านนอกเลย เพื่อสอนกันแบบตัวต่อตัวในลานกว้าง โดยรถที่ใช้สอนจะเป็น BMW S1000R

 

 

Session 4 - การผ่อนคลายท่าทางการขับขี่

วิชาที่ 4 ของคลาสนี้ ต่อเนื่องมาจากทั้ง 3 วิชาในตอนแรก แต่ให้เพิ่มเติมในส่วนของแรงกระทำกับตัวรถ ที่ให้ผ่อนคลายการใช้แขนให้แทบจะปล่อยฟรีจนสามารถกระพรือแขนได้ แต่ให้ควบคุมรถไว้ด้วยขาของเราเอง โดยเฉพาะในส่วนของต้นขาที่ต้องหนีบถังน้ำมันไว้ให้มั่นคง แทนที่แขนของเราที่จะทำหน้าที่ในการเลี้ยวรถแบบเร็วแทน ซึ่งการทำแบบนี้ ทำให้เราสามารถควบคุมรถได้มั่นคงมากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก และในวิชานี้ ผู้สอนอนุญาติให้เบรกได้ แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

 

Session 5 - เทคนิค 2 จังหวะ

วิชาสุดท้ายของคลาสนี้ คือเทคนิค 2 จังหวะ กล่าวคือ มันคือเทคนิคการพับรถเข้าโค้งอย่างแม่นยำ เสริมจากวิชา จุดเลี้ยว ที่เรียนไปในช่วงเช้า โดยเราต้องฝึกการมองหาทางเข้า รวมถึง Apex โค้งด้วยตนเอง โดยครูฝึกอนุญาตให้ใช้เกียร์, เบรก, คันเร่งได้เต็มที่ ซึ่งเป็นการปลดปล่อยสกิลของนักเรียนที่ได้รับวิชาใหม่ๆ ให้มาลองของกันในช่วงการเรียนวิชานี้อย่างเต็มที่

 

 

หลังจากจบการเรียนการสอน และบรรยายสรุปจบเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนจะได้รับใบประกาศจบการศึกษาหลักสูตรการขับขี่มอเตอร์ไซค์แบบเรซซิ่งจาก California SuperBike School กันไปทุกคน เพื่อที่จะนำไปเป็นใบเบิกทางในการเรียนหลักสูตรระดับต่อไป เพื่อเสริมทักษะการขับขี่ให้ตนเองต่อไป

 

 

สำหรับคลาสเรียนนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสมัครเรียนได้ โดยในส่วนของค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ BMW Motorrad Thailand ครับ โดยจะประกอบด้วย

- สิทธิ์ในการลงกิจกรรม BMW Motorrad Track Experience Powered by California Superbike School
- ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ The New BMW S 1000 RR
- ค่าที่พักห้องเดี่ยวจำนวน 1 คืน (เข้าพักก่อนวันที่ท่านเลือกกิจกรรม)
- ค่าอาหารมื้อเช้า กลางวัน และอาหารว่างระหว่างกิจกรรม
- ค่าเสื้อเจอร์ซีส์สำหรับกิจกรรม จำนวน 1 ตัว

 

สำหรับรีวิว New BMW S1000RR 2020 สามารถติดตามได้เร็วๆ นี้ บอกเลยว่าเป็นรถที่ขี่ดีมากๆ และมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากๆ อีกรุ่นหนึ่งครับ

 

บทความโดย กฤตนู วิเศษไชยศรี
ภาพโดย BMW Motorrad Thailand, Hiro Motopix

 

ชมภาพ BMW S1000RR 2020 ได้ที่นี่
อ่านข่าว เข็น BMW S1000RR ขึ้นคอนโด หลังโดนขโมยอะไหล่บ่อย ได้ที่นี่

 

เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ