Nissan Go Anywhere ขับรถนิสสันจากไทย ตะลุยไปมาเลเซีย Share this

Nissan Go Anywhere ขับรถนิสสันจากไทย ตะลุยไปมาเลเซีย

Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 14 มีนาคม 2563

นิสสันประเทศไทย จัดกิจกรรม Nissan Go Anywhere พาสื่อมวลชนขับรถยนต์นิสสันจากไทย ข้ามไปมาเลเซีย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน รวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร


ซึ่งในกิจกรรมนี้ ทางทีมงานออโต้สปินน์ได้ไปเป็นกลุ่มที่ 1 จากทั้งหมด 3 กลุ่ม โดยภารกิจในครั้งนี้คือการขับรถจากหาดใหญ่ โดยมีปลายทางอยู่ที่ กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย

รถที่ใช้ในการเดินทาง มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Nisasan Terra ,Nissan X-Trail และ Nissan Navara ซึ่งเป็นรุ่นท็อปทั้งหมด รวมแล้วมีมากกว่า 10 คัน
สำหรับในกลุ่มที่ 1นี้ ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 3 วัน คือวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ 2563

วันแรกของการเดินทาง 24/2/2563

นั่งเครื่องบินจากดอนเมือง ไปลงที่หาดใหญ่ ต่อด้วยรถบัสที่ทางนิสสันจัดเตรียมไว้โดยเดินทางไปที่ร้าน The Blue Tea Room เพื่อรับฟังการบรรยายเส้นทาง ก่อนที่คาราวาน Nissan Go Anywhere จะเริ่มออกเดินทางในช่วงเวลาประมาณ 10 โมง

รถที่ทีมงานออโต้สปินน์จะใช้เดินทางกันในวันแรกนี้ คือรุ่น Nissan Terra รถยนต์เอนกประสงค์ที่ใช้แชสซีรุ่นใหม่จากนิสสัน มีเทคโนโลยีความปลอดภัยมากมายเช่น เทคโนโลยี กระจกมองหลังอัจฉริยะ ,เทคโนโลยี กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ,เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน ,เทคโนโลยีเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตาอัจฉริยะ ,เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ เป็นต้น

โดยเดินทางผ่านไปยังชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ด่านสะเดา ทำเรื่องเอกสารการนำรถข้ามประเทศ ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างเข้มงวด ตรวจทั้งคนและรถ รวมไปถึงสัมภาระต่างๆที่จะนำข้ามประเทศ พร้อมทั้งติดสติ๊กเกอร์ป้ายทะเบียนรถยนต์ ที่เป็นอักษรภาษาอังกฤษ และสติ๊กเกอร์ที่กระจกหน้ารถ โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณคันละพันกว่าบาท

หลังจากที่ผ่านด่านกันครบทุกคัน ก็เดินทางต่อไปยัง Alor Setar Tower เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ลักษณะเป็นหอคอย ที่มีความสูง 165.5 เมตร สูงเป็นอันดับที่ 2 ของมาเลเซีย ห้องอาหารสามารถหมุนได้ 360 องศา โดยจะหมุนไปเรื่อยๆแบบช้าๆ เพื่อชมความสวยงามรอบเมือง

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าต่อที่ Zahir Mosque โดมสีดำ เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากๆครับ

ต่อด้วยการเดินทางไปที่พัก The Jerai Hill Resort ซึ่งต้องใช้ระยะทางในการขับรถขึ้นเขา 12 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว ต้องใช้ความระมัดระวังกันพอสมควร แต่เจ้านิสสันเทอร์ร่า ก็ผ่านไปได้แบบสบายๆ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ 190 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบแมนนวล และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แตะคันเร่งเบาๆ ต่อใช้ทางจะชันแค่ไหน นิสสัน เทอร์ร่าก็เอาอยู่ และยังมีระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ทำให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้นไปอีกครับ

The Jerai Hill Resort เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเขา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร มองลงไปด้านล่างเห็นเมืองทั้งเมือง เห็นทะเลและช่องแคบมะละกา อากาศยามค่ำคืนเย็นสบายมากครับ แต่กลางวันก็ร้อนมากเช่นกัน

วันที่สอง 25/2/2563

รถที่ทีมงานออโต้สปินน์ใช้ในวันนี้ คือ Nissan Navara หลังจากที่เช็คเอาท์จากโรงแรม ก็ใช้เส้นทางเดิม เพื่อวิ่งลงจากเขา ในบางช่วงของเส้นทาง เป็นทางลงแบบหักศอก แต่ด้วยกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ที่สามารถมองเห็นตัวรถได้รอบคัน จึงทำให้ขับขี่ได้ง่าย ล้อไม่ไปเบียดกับขอบทาง ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 7 สปีด ที่มีโหมดการขับขี่แบบแมนนวล จึงทำให้สามารถเชนเกียร์ขณะลงเขาได้ ไม่ต้องคอยเหยียบเบรกตลอดทาง ช่วยให้การขับลงเขาปลอดภัยยิ่งขึ้น

มุ่งหน้าต่อไปยังปราสาทเคลลี่ โดยใช้ทางด่วนซึ่งเป็นเส้นทางตรงแบบยาวๆ ด้วยเครื่องยนต์ของนิสสันนาวาร่า ขนาด 2.5 ลิตร 190 แรงม้าจึงทำให้การขับขี่ทางไกลเป็นไปได้อย่างราบรื่น อัตราเร่งดี เร่งแซงมั่นใจ ไต่ระดับความเร็วได้ตามใจสั่ง ตัวรถควบคุมง่าย มีระบบควบคุมการทรงตัวทำให้การขับขี่มั่นใจได้มากขึ้น แต่ด้วยกฎจราจรที่ให้ใช้ความเร็วได้เพียง 110 กม./ชม. จึงต้องยกคันเร่งเพื่อไม่ให้ความเร็วเกิน เพราะตลอดเส้นทางจะมีกล้องตรวจจับความเร็ว เหมือนที่ประเทศไทยเลยล่ะครับ

นอกจากนี้ นิสสัน นาวาร่า ยังมีเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างแท้จริง จาก Nissan Connect ด้วย Apple CarPlay เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับจอเครื่องเล่น เปิดเพลงผ่านโทรศัพท์ ฟังเพลินๆไปตลอดทาง

สำหรับปราสาทเคลลี่ สร้างขึ้นโดย Kellie Smith ในปีค.ศ. 1915 แต่ต้องชะงักเมื่อเคลลี่เสียชีวิตลงแบบกะทันหันในปี 1926 ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกเหนือจากความลึกลับแล้ว ยังเชื่อกันว่า ยังมีห้องลับและอุโมงค์ใต้ดินซ่อนอยู่ในปราสาท

หลังจากที่เยี่ยมชมปราสาท และแวะทานอาหารกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าสู่เส้นทางออฟโรด ลักษณะเส้นทางเป็นทางฝุ่น ขรุขระ แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนิสสัน นาวาร่า เพราะ(รุ่น VL-4WD) มาพร้อมกับระบบปรับการขับเคลื่อน 2 ล้อเป็น 4 ล้อ (Shift-on-the-fly 4-wheel Drive & 4LO) ที่ช่วยควบคุมขณะรถยนต์กำลังเคลื่อนที่ ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control - VDC) ช่วยเพิ่มช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ 4 ล้อและความปลอดภัย รวมถึงระบบป้องกันการลื่นไถล (4-wheel Active Brake Limited Slip) ทำให้ทุกอุปสรรคในการเดินทาง ผ่านไปได้ด้วยดีครับ

หลังจากที่ลุยจนรถแต่ละคันเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยฝุ่น ดินโคลน คาราวาน Nissan Go Anywhere จึงแวะพักรถ พักร่างกาย ย่างเนื้อทานกันริมน้ำ พร้อมกับชมวิวธรรมชาติที่เป็นทางน้ำไหลผ่าน

ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนเรียบอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายการเดินทางในวันนี้คือ กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย โดยวิ่งตามกันมาเป็นขบวน ก่อนที่จะแวะเข้าห้องน้ำกันอีกครั้งที่จุดพักรถ

ในช่วงสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ เหลือระยะทางอีกประมาณ 80 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าที่พัก ที่กัวลาลัมเปอร์ เป็นการขับแบบฟรีรัน แยกย้ายกันไป ไม่ต้องวิ่งเป็นขบวนแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น สำหรับคนต่างถิ่น ที่จะต้องขับรถโดยไม่มีใครนำทาง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะเราสามารถเปิดแผนที่ในโทรศัพท์ และลิงก์เข้าไปที่หน้าจอเครื่องเล่นผ่านฟังก์ชั่น Apple Carplay ใช้งานได้ง่ายมาก เพียงแค่เสียบสายเข้ากับช่อง USB ไม่มีหลงทางแน่นอน

บรรยากาศยามค่ำคืนสวยงาม เต็มไปด้วยตึกสูงมากมายเหมือนกับที่บ้านเรา ตึกแฝด Petronas Twin Towers ที่อยู่ใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์ ถือเป็นสถานที่ ที่หลายคนชอบมาถ่ายรูปเช็คอินกัน รวมถึงตัวผมครับ เพราะโรงแรมที่นอนในคืนนี้อยู่ห่างจากตึกแฝดเพียงแค่ 400 เมตรเอง

วันที่สาม 26/2/2563

หลังจากที่เราสนุกกันมา 2 วัน วันนี้คือวันที่เราต้องเดินทางกลับไทย เพื่อเปลี่ยนไม้ให้สื่อมวลชนกลุ่ม 2 มาผจญภัยกันต่อ ซึ่งรถที่ผมใช้ในการเดินทางวันสุดท้ายนี้ คือ Nissan X-Trail เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ขับจากโรงแรมที่อยู่ใจกลางกัวลาลัมเปอร์ มุ่งหน้าสู่ เมืองปุตราจายา (Putrajaya)

ช่วงที่ออกจากโรงแรม การจราจรค่อนข้างแน่นหนา ไม่สามารถขับมาเป็นขบวนได้ จึงใช้วิธีเปิดแมป แยกย้ายกันไป แลัวไปเจอกันที่จุดนัดพบ ซึ่งมีระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ด้วยความที่ตัวรถ Nissan X-Trail มีขนาดที่กำลังพอเหมาะ ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป จึงทำให้การขับขี่ในเมืองทำได้อย่างคล่องตัว และยังเป็นรถเอสยูวีที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ภายใต้เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ มีการป้องกันและลดความเสี่ยง จากการเกิดอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

สำหรับเมืองปุตราจายา (Putrajaya) เป็นที่อยู่ของหน่วยราชการทุกกระทรวง ถูกออกแบบให้เป็นเมืองที่ทันสมัย ครบถ้วนด้วยสถาปัตยกรรม งานดีไซน์ที่ล้ำหน้า รายล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติที่รวมเอาสวน และ ทะเลสาบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

หลังจากที่เยี่ยมชมความสวยงามของเมืองปุตราจายา คาราวาน Nissan Go Anywhere ก็มุ่งหน้าสู่สนามบิน กัวลาลัมเปอร์ เพื่อที่จะบินกลับไทย เป็นการสิ้นสุดภารกิจตะลุยมาเลเซียในกลุ่มแรก ถือเป็นอีกหนึ่งความทรงจำกับการขับรถข้ามประเทศ ด้วยรถนิสสัน ในกิจกรรม Nissan Go Anywhere ตะลุยมาเลเซีย

อ่านสาระน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์คลิก ที่นี่

เช็กราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่

ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ