เทคโนโลยีความปลอดภัยแห่งอนาคตที่คุณสัมผัสได้แล้ว The Future is Now Share this

เทคโนโลยีความปลอดภัยแห่งอนาคตที่คุณสัมผัสได้แล้ว The Future is Now

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 28 ตุลาคม 2563

รถยนต์ เป็นมากกว่ายานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง เพราะปัจจุบัน รถยนต์แทบจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันนี้ สิ่งที่เราควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อรถยนต์สักคัน นอกจากรูปลักษณ์และราคาแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญนั่นคือเรื่องของเทคโนโลยีความปลอดภัย The Future is Now


The Future is Now เพราะเทคโนโลยีความปลอดภัยสำคัญที่สุด

เพราะการเดินทางบนท้องถนน คือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์คือความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะทำสิ่งไหน โดยเฉพาะการเดินทางบนท้องถนน โดยในบ้านเรามีจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากผู้ขับขี่แทบทั้งหมด

สิ่งที่จะมาช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่สูงมากแบบในปัจจุบันนี้ นั่นคือเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ ที่ต้องเหนือกว่าเทคโนโลยีแบบเดิมๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างกำลังศึกษาและวิจัยกันอย่างหนักหน่วง เพื่อให้ทุกชีวิตในรถยนต์และคนเดินถนน ปลอดภัยที่สุด และจุดสูงสุดของการพัฒนารถยนต์ทุกวันนี้นั่นคือการทำให้รถยนต์ สามารถขับไปตามเส้นทางได้เอง โดยที่ผู้ขับแทบจะไม่จำเป็นต้องควบคุมรถด้วยตนเองเลยแม้แต่น้อย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ระบบไร้คนขับ (Automated Driving Systems) รูปแบบเดียวกับที่ใช้งานในเครื่องบินพาณิชย์หรือที่เราคุ้นเคยว่า Auto-Pilot นั่นเอง

 

The Future is Now

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า

แม้ว่าปัจจุบันนี้ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายบนท้องถนนทั่วไปในรถยนต์ทุกคัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน รวมถึงอนาคต นั่นคือ “ความปลอดภัย” เพราะความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่มาจากทักษะ ประกอบกับสติของผู้ขับขี่ และที่สำคัญคือ “เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย” ที่อยู่ประจำบนรถยนต์คันนั้นๆ

อุบัติเหตุหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่คาดคิด อาทิเช่น ผู้ขับรถกำลังหันหน้าไปทางอื่นอยู่ขณะขับรถ ปรากฎว่ารถคันหน้าเกิดเบรกขึ้นมา แล้วรถของท่านเบรกไม่ทัน อันส่งผลให้เกิดการชนท้าย, กำลังถอยรถออกจากซอง, ขับรถอยู่เกิดหลับใน ซึ่งเหตุเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น

 

 

การป้องกันก่อนเกิดเหตุ

ในรถยนต์ Honda ทุกวันนี้ ในหลายๆ รุ่นมีการติดตั้งระบบ Honda SENSING ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่าหลายๆ เทคโนโลยีที่เคยมีมา เพราะมันคือระบบที่ช่วยป้องกัน และลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ต้น

แตกต่างจากระบบอื่นๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้ ที่ต้องให้รถเกิดเสียอาการก่อน ระบบจึงจะทำงาน อาทิเช่นระบบ ABS ที่ล้อต้องเกิดอาการล็อกจากการใช้เบรกที่มากเกินไป ระบบจึงจะทำงาน, ระบบ Traction Control ที่ล้อจะต้องหมุนไม่สัมพันธ์กันก่อน ระบบจึงจะทำงาน, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ที่รถจะต้องเสียการทรงตัวก่อน ระบบจึงจะทำงาน เป็นต้น

แตกต่างจากเจ้า Honda SENSING ที่ระบบ จะเริ่มทำงานก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเหล่านั้นขึ้นมาเสียอีก ทว่าระบบความปลอดภัยนี้ สามารถทำอะไรได้บ้าง? เรามาทำความรู้จักกันครับ

 

Honda Sensing

 

Honda SENSING คืออะไร

Honda SENSING คือเทคโนโลยีความปลอดภัยแห่งอนาคต ที่พร้อมให้ใช้งานแล้วในวันนี้ เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เราขับรถยนต์ Honda ได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม สะดวกสบายมากกว่าเดิม ด้วย 5 ฟีเจอร์หลักสุดล้ำ ได้แก่

  1. ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (CMBS)
  2. ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS)
  3. ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
  4. ระบบควบคุมความเร็วอัตโตมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)
  5. ระบบปรับไฟสูง - ต่ำอัตโนมัติ (AHB)

เห็นได้ว่า ทั้ง 5 ฟีเจอร์หลัก ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อยากให้รถช่วยทำได้มาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว และวันนี้สิ่งเหล่านั้น พร้อมให้ท่านใช้งานมันแล้ว เพราะระบบความปลอดภัยแห่งอนาคตตอนนี้ อยู่ตรงหน้าคุณเรียบร้อย The Future is Now

 

Honda SENSING ทำอะไรได้บ้าง

จากฟีเจอร์หลักทั้ง 5 ตัวที่ได้กล่าวไป หลายๆ ท่านอาจจะยังมองภาพไม่ออกว่า แล้วระบบเหล่านั้นที่กล่าวมา มีลักษณะการทำงานอย่างไร เราจะขออธิบายแบบเข้าใจได้ง่ายๆ ตาม 5 ฟีเจอร์ที่ได้บอกกล่าวไปครับ

1. ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (CMBS - Collision Mitigation Braking System) คือระบบที่จะเตือนให้ผู้ขับลดความเร็วของรถลง เมื่อระบบตรวบพบว่ามีสิ่งกีดขวางด้านหน้ารถของเรา ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะ หรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยตัวระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีมีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่มีการตอบสนอง หรือระบบประเมินว่าอยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการเกิดการชน ตัวระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความแรงจากอุบัติเหตุลง

 

CMBS

 

2. ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKAS - Lane Keeping Assist System) เป็นระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน โดยกล้องด้านหน้าจะตรวจจับเส้นแบ่งเลน โดยระบบนี้จะมีการช่วยหน่วงพวงมาลัยเล็กน้อย เพื่อให้รถอยู่ในเลน เมื่อระบบตรวจพบว่ารถกำลังจะออกนอกเลน ตัวระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยดึงให้รถอยู่ในช่องทางปกติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับได้เป็นอย่างดี

 

LKAS

 

3. ระบบช่วยแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) เป็นระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ภายในเลน โดยใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญานเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง หากรถยังคงเบี่ยงออกนอกช่องทางจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร

 

 

4. ระบบควบคุมความเร็วอัตโตมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow) ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นระบบล็อกความเร็วคงที่ ที่ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถยนต์คันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถของเราและรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า ในกรณีที่เราตั้งความเร็วของเราสูงกว่ารถยนต์คันหน้า ระบบก็จะปรับความเร็วรถของเราให้เท่ากับรถคันหน้าได้โดยอัตโนมัติ

ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังขับ Honda CR-V อยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ โดยล็อกความเร็วไว้ที่ 120 กม./ชม. เมื่อรถมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ พบกับรถยนต์ Honda Civic ที่กำลังใช้ความเร็วอยู่ที่ 100 กม./ชม. รถยนต์ Honda CR-V ของเรา ก็จะปรับลดความเร็วเหลือ 100 กม./ชม. ให้โดยอัตโนมัติ ประดุจเรากำลังลอกความเร็วรถคันหน้ามาใช้งาน และเมื่อรถคันหน้าเปลี่ยนเลนออกไป ทางข้างหน้าเราโล่งแล้ว ระบบก็จะเร่งความเร็วขึ้นเป็น 120 กม./ชม. ให้โดยอัตโนมัติ

และระบบนี้ นอกจากจะปรับความเร็วตามรถคันหน้าได้แล้ว ในกรณีรถคันหน้าเบรกและหยุดรถ ระบบก็สามารถสั่งให้รถของเราเบรก และหยุดรถตามอัตโนมัติได้เช่นกัน โดยระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง นับเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยสำคัญที่ให้ทั้งการช่วยเหลือ เพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับผู้ขับค่อนข้างมาก

 

 

 

5. ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High - Beam) เป็นระบบปรับไฟสูง - ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้านหน้า

 

 

อนาคต มนุษย์อาจไม่ต้องขับรถเองแล้ว

จุดมุ่งหมายสูงสุดของระบบ Honda SENSING คือต้องการทำให้รถยนต์นั้นสามารถขับเคลื่อนไปได้เองตามเส้นทางโดยอัตโนมัติ เหมือนกับระบบ Auto-Pilot ที่เครื่องบินโดยสารใช้กันทุกวันนี้ ที่ตามกฎการเดินอากาศสากล กำหนดให้เครื่องบินพาณิชย์ที่เดินทางอยู่บนเส้นทางการบินหลัก ต้องใช้ระบบ Auto-Pilot ทำการบิน เรียกได้ว่าหากระบบนี้นำมาใช้งานกับรถยนต์ได้แล้วนั้น อัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนย่อมลดลงอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่มากกว่าเดิมอีกด้วย ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า การขับรถบนท้องถนนสาธารณะ อาจถูกบังคับให้ใช้ระบบ Auto-Pilot แทนที่การขับด้วยตัวเราเอง และกลายเป็นว่าการขับรถยนต์ด้วยตนเอง ต้องกระทำในสถานที่ปิดเท่านั้นก็เป็นได้

 

 

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ