Mercedes-Benz GLE 350 de SUV แห่งอนาคต Share this
รีวิวรถยนต์
โหมดการอ่าน

Mercedes-Benz GLE 350 de SUV แห่งอนาคต

วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 10 พฤษภาคม 2564

ถ้าต้องการรถ Hybrid ทุกคนต้องคิดถึงแต่เครื่องยนต์ เบนซิน แน่นอนเพราะรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีจัดจำหน่ายอยู่ก็มีแต่เครื่องยนต์ เบนซิน แต่ในครั้งนี้กับ Mercedes-Benz GLE 350 de  Plug-in Hybrid เครื่องยนต์ ดีเซล ปลั๊กอินไฮบริด


Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

ถ้าพูดถึงเครื่องยนต์ ดีเซล ปลั๊กอินไฮบริด นั้นเคยมีมาแล้วจากค่าย Mercedes-Benz แต่ไม่ได้รับความนิยมมากเพราะด้วยการตัดต่อระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์นั้น ไม่ค่อยราบเรียบ ซึ่งเป็นปัญหาของเครื่องยนต์ดีเซล และในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งกับ Mercedes-Benz GLE 350 de  Plug-in Hybrid ครั้งแรกในระบบปลั๊กอิน ไฮบริด


 
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ไม่นานพร้อมทั้งเป็นรุ่นประกอบไทย ทำให้มีราคาที่ 4,699,000 บาท และสำหรับรุ่น GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic  อยู่ที่ราคา 5,190,000 บาท 


ดังนั้นการที่ Mercedes-Benz ตัดสินใจที่นำ ดีเซล ปลั๊กอินไฮบริด เข้ามาทำตลาดอีกครั้งนั้นคงต้องมีเหตุผลที่ดีแน่นอนอย่างแรกที่เห็นคือ 350 de สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ได้ระยะทางถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไกลมากสำหรับรถในกลุ่ม Plug-in Hybrid รวมกับเครื่องยนต์ดีเซลแน่นอนว่า ต้องให้อัตราการประหยัดที่ดีด้วย เช่นกัน ดังนั้นเราต้องมา พิสูจน์ ให้เห็น


 
ภายนอก Mercedes-Benz GLE 350 de
Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive การออกแบบภายนอกให้อารมณ์เรียบหรู ด้วยดีไซน์แบบ Exclusive body styling เพิ่มความแข็งแกร่ง ด้วยสเกิร์ตด้านหลังเป็นแบบโครเมียม พร้อมปลายท่อไอเสียสีเงิน 2 ข้าง ของส่วนท้าย บ่งบอกถึงความโดดเด่นในการออกแบบที่มีความโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์


 
ไฟหน้าแบบ LED high-performance ที่ยังคงให้ทั้งความสว่าง พร้อมความโดดเด่น

 

 
 บันไดข้างสแตนเลสดีไซน์สปอร์ต  พร้อมไฟส่องพื้น สัญลักษณ์ Mercedes-Benz


 
ระบบเปิด-ปิดฝาท้าย โดยไม่ต้องใช้มือ Hands-Free Access


 
ระบบกุญแจ KEYLESS-GO ทั้ง 4 บาน


 
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ขนาดเท่ากันทั้ง 4 ล้อ 275/50 R20


 
ไฟเบรก และ ไฟท้าย แบบ LED


 
กระจกมองข้าง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

 

ภายในของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive 

ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร เน้นความหรูหรา พวงมาลัยทรงกลม หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่ม Multi-Function ทั้งซ้ายและขวามี Touch Pad ที่พวงมาลัยที่สามารถแยกการควบคุมได้ทั้ง 2 จอ ด้านซ้ายควบคุมระบบความบันเทิงต่างๆ ตำแหน่งจอกลาง ด้านขวาควบคุมหน้าจอผู้ขับขี่พร้อม ระบบ Cruise Control ในการเดินทางไกล ตำแหน่งด้านหลังพวงมาลัยมี 'Paddle Shift' ง่ายต่อการควบคุม ระบบเกียร์แบบก้านรุ่นใหม่ขนาดเล็กลงตำแหน่งหลังพวงมาลัยใช้งานง่ายขึ้น 


 
 GLE 350 de ใหม่ มาพร้อมกับระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI ให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกควบคุมด้วยระบบที่หลากหลายและตอบสนองได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ Digital widescreen cockpit ขนาด 12.35 นิ้ว ที่มาทีเดียวถึง 2 จอ โดยจอแรกไม่ใช่ระบบสัมผัส ทำหน้าที่บอกข้อมูลการขับขี่ และอีกจอเป็นระบบสัมผัส ทำหน้าที่เป็นจอ Infotainment ระบบมัลติมิเดียแบบ MBUX เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto 


   
เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มหนังแท้คุณภาพ ปรับด้วยระบบไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว พร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง ถึง 3 ตำแหน่ง คอนโซลหน้า (dashboard) และด้านบนของแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO เรียกได้ว่าแทบจะเป็น Soft Touch เกือบทั้งแผง แอร์หรือระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน แอร์แถว 2 แบบช่องลมไม่สามารถปรับได้แต่มี USB Type C ให้ 2 ช่อง เบาะนั่งแถวที่ 2 มาพร้อมม่านไฟฟ้า 2 ด้าน เบาะหลังสามารถปรับและพับเบาะได้ง่าย ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขึ้น (สำหรับเบาะนั่งรุ่น GLE350de แบบ 2 แถว เท่านั้น)


   

เครื่องยนต์ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM 654 Diesel Commonrail Turbocharged Intercooler 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร 1,950 ซีซี. กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที มอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร


 
เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวม 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 31.2 kWh

ะบบการขับขี่ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive มีด้วยกันถึง 7 โหมด
     ECO – เน้นประหยัด 
    Comfort – เน้นสบาย ขับขี่แบบปกติ
    Sport – เมื่อใส่โหมดนี้ เครื่องจะติดตลอด รอบเครื่องจะสูงพร้อมออก คันเร่งตอบสนองไวขึ้น ESP จะปล่อยให้ล้อฟรีเล็กน้อย
    Individual – ปรับตามค่าที่ผู้ขับเลือกไว้ ในแบบของตัวเอง เช่น ชอบพวงมาลัยแบบหนัก หรือเบาได้ เครื่องยนต์จะให้เป็นแบบ             Sport หรือ Comfort ได้ 
    Battery Level – เป็นโหมดรักษาพลังงาน แบตเตอรี่เอาไว้ เช่น เมื่อเราต้องการระดับแบตเตอรี่ไว้ที่ 30% ตัวรถก็จะรักษาพลังงานไว้ที่ 30% จนถึงเวลาที่เราต้องการจะใช้งาน
    Electric – ระบบที่ใช้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวจนหมด
    OFF Road – เน้นการใช้งานในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

ตัวเลขเคลมจากโรงงาน
ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที 
วิ่งด้วย Electric Mode ไฟฟ้าล้วน ได้ระยะทางสูงสุด 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)
ความเร็วสูงสุด Top Speed ใน Electric Mode 160 km/h
ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง


การทดสอบ  Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive

อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่าถ้ามองหารถ Plug-in Hybrid หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PHEV แล้วคงต้องนึงถึงแต่เครื่องยนต์ เบนซิน หลายท่านอาจจะมองข้ามเครื่องยนต์ ดีเซล แต่จริงๆแล้วเครื่องยนต์ ดีเซล มีข้อดีคือการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นถ้าสามารถนำมาผสมผสานกับไฟฟ้าได้จะให้การประหยัดที่ดีเยี่ยม ดังนั้นน่าจะเป็นอีกเหตุผลนึงในการที่ Benz เลือกใช้เครื่องยนต์นี้ เพราะด้วยน้ำหนักตัวรถโดยรวมกว่า 2,400 kg ซึ่งหนักมากสำหรับ SUV 


 
รับรถทดสอบ รถคันใหญ่มากจากภายนอกหน้าตาชุดแต่ง  Exclusive ที่ดูเรียบๆ ภายในห้องโดยสารไม่ต้องพูดถึงด้วยความใหญ่ของตัวรถและกว้าง ขนาดภายในกว้างขวางเหมือนเราตัวเล็กไปเลย เบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับตัวนั่งสบายอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพรียบพร้อมตามแบบ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ ใช้งานวันแรกไม่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด และยิ่งมีตัวช่วยเพิ่มขึ้นกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ทำให้รถเหมือนเพื่อนรวมเดินทาง


 
อย่างแรกสำหรับการทดสอบเราอยากรู้ว่ารถจะให้การประหยัดเพียงใดและเรื่องการตัดต่อระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำได้ดีเพียงใด ดังนั้นเราเริ่มโดยการ วิ่งในโหมด Electric ซึ่งเป็นการวิ่งโดยใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจนหมด หน้าจอแจ้งว่าสามารถวิ่งได้ 89 กิโลเมตร (รับรถทดสอบในขณะที่ใช้งานมาบางส่วน) วิ่งจากในเมืองเส้น สาธร ออกนอกเมือง เพื่อดูระยะทางในสภาพการจราจรที่ติดเป็นบางช่วง แน่นอนวิ่งด้วยไฟฟ้าเงียบมาก การเก็บเสียงจากภายนอกดีมาก ตัวรถมีขนาดใหญ่แต่วิ่งได้อย่างคล่างตัวในเมือง ช่วงล่างมีความนุ่มนวลมากหลุมบ่อ ท่อ ในเมืองผ่านได้สบาย ออกมาชานเมืองหน่อย ถนนโล่งมีโอกาสทดสอบความเร็วในระบบไฟฟ้า กดคันเร่งไปถึง 140 กม./ชม. เครื่องยนต์ยังไม่ทำงาน โอโหสุดยอดมากแต่ตามที่โรงงานแจ้งสามารถวิ่งได้ถึง 160 กม./ชม. แต่ในการทดสอบนั้นวิ่งแค่ 140 ก็ถือว่าผ่านแล้ว 


 
วิ่งออกนอกเมืองทำทุกอย่างเหมือนชีวิตการใช้งานปกติ กลับเข้าเมืองตอนเย็นในสภาพรถติดฝนตก วิ่งโดยไฟฟ้าเหมือนเดิมพอถึงตอนเช้าอีกวันนัดทีมงานเพื่อเตรียมออกเดินทางอีกครั้งตัวเลยของไฟฟ้าที่วิ่งไปทั้งหมดนั้นคือ 80 กิโลเมตร โอโห นี้และรถที่เราต้องการ PHEV เพราะถ้านับรถในตลาดแบบ ปลั๊กอิน โฮบริด ที่ได้ทดสอบมานั้นนี้วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสุด แน่นอนว่าตอนเริ่มการทดสอบตัวเลยแจ้งที่ 89 km แต่วิ่งจริงได้ 80 km นั้นเป็นเรื่องปกติและถือว่ารับได้เพราะในการทดสอบจริงนั้น ไฟฟ้าจะศูนย์เสียพลังงานระหว่างรถติด และการทดสอบวิ่งด้วยความเร็วสูงหรือเร่งแซง ตัวเลขที่หายไป 9 km นั้นรับได้แน่นอน เพราะถ้าเราวิ่งใช้งานในชีวิตจริงวิ่งโดยรวมทั้งวัน ในระยะทางการใช้งานส่วนใหญ่ไม่น่าเกิน 100 km


 
 
เมื่อไฟฟ้าหมดได้เวลาทดสอบเครื่องยนต์และการตัดต่อระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ากันบ้าง ออกเดินทางจาก กรุงเพพฯ มุ่งหน้าจังหวัดอุทัยธานี วิ่งบนทางด่วน เครื่องยนต์ทำงานราบเรียบการเก็บเสียงในความเร็วสูงนั้นทำได้ดีมาก ช่วงล่างยังคงนุ่มนวล ในทุกโหมดการขับขี่ แต่ในความเร็วสูงนั้นความนุ่มอาจจะส่งผลให้รถโครงบ้างเพราะตัวรถที่ใหญ่และสูง นั้นเองแต่ถ้านับความสบายทำได้ดีมาก 


 
การตัดต่อระหว่างไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำได้ดีจนน่าประทับใจสุด เพราะเรียกว่าถ้าทำการทดลองแบบใช้แผ่นกระดาษปิดหน้าจอ แล้ววิ่งตามปกติให้ทายว่าเครื่องยนต์ทำงานตอนไหนคือถ้าไม่ตั้งใจแทบแยกไม่ออกเลยว่าทำงานตอนไหน ยิ่งถ้าอยู่ในโหมด ECO เครื่องยนต์จะตัดเข้าระบบไฟฟ้าบ่อยๆเมื่อเรายกคันเร่ง ลอยต่อระหว่างเครื่องยนต์และไฟฟ้านั้นยิ่งทำได้ดีมาก และเมื่อไฟฟ้าหมดลงก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้เพียงเครื่องยนต์อย่างเดียว เพราะทุกครั้งที่คุณถอนคันเร่งปล่อยให้รถไหล ไฟฟ้าก็จะถูกชาร์จไฟกลับและเมื่อเรากดคันเร่งใหม่เครื่องยนต์ยังคงไม่ทำงานถ้ามีไฟฟ้าเหลือพอ ทำให้เกิดความประหยัดมากยิ่งขึ้นเมื่อทั้งสองอย่างทำงานร่วมกัน เมื่อถึงที่หมายกับ ความเร็วเฉลี่ย 100-120 กม./ชม. คิดค่าเฉลี่ยการกินน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 18 km/L กับรถขนาด 2 ตันกว่า ถือว่าประหยัดมาก


 
“ระบบเกียร์ 9G-TRONIC ติดตั้งปั๊มสองตัว ปั๊มหลักเชิงกลที่ลดขนาดลง ติดตั้งชุดปั๊มแยกอยู่นอกแกน โดยอยู่ถัดจากเพลาหลักและขับเคลื่อนด้วยโซ่ ในระบบเกียร์อัตโนมัติรุ่นเก่า เช่น 7G-TRONIC ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นหลัก จะพ่วงต่อกับเพลาส่งกำลังและทำหน้าที่ขับเคลื่อนปั้มโดยตรง ด้วยเหตุนี้ปั๊มเซลล์ใบพัดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง จึงถูกวางไว้ข้างเพลาหลัก บริเวณแกนด้านนอก และมีการลดขนาดลงเพื่อให้เหมาะสมกับการติดตั้ง ปั๊มหลักเชิงกล ช่วยให้มั่นใจได้ว่า การจ่ายน้ำมันหล่อลื่นไปยังเกียร์อัตโนมัติที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า จะมีความเสถียรและ เมื่อเครื่องยนต์สันดาปภายในทำงาน จะมีการสำรองเโดยปั๊มเสริมไฟฟ้าแยกต่างหาก ในแง่หนึ่ง การออกแบบในลักษณะดังกล่าวนี้ ช่วยทำให้ระบบหล่อลื่นของเกียร์ สามารถควบคุมการไหลของน้ำมันหล่อลื่นและสารหล่อเย็นได้ตามความต้องการ ในขณะเดียวกัน 9G-TRONIC จะได้รับประโยชน์จากระบบ Auto Start Stop ในระบบไฮบริดเสริมหรือ EQ Boost พร้อมกลไกไฟฟ้าของ starter alternator ระบบจะส่งถ่ายน้ำมันหล่อลื่นเกียร์เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ขับยกคันเร่ง รถจะยังคงไหลไปข้างหน้าโดยมีความเร็วเกือบจะคงที่และค่อยๆ ลดความเร็วลงช้าๆ เกียร์จะถูกปลดเป็นเกียร์ว่างเมื่อผู้ขับยกคันเร่ง รอบเครื่องยนต์จะหล่นลงมาที่ 1,000 รอบต่อนาที เพื่อลดอัตราสิ้นเปลือง ต่อเมื่อผู้ขับแตะคันเร่งอีกครั้ง รอบเครื่องยนต์จะกลายไปอยู่ที่รอบปกติ ตามความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น พร้อมด้วยการทำงานอย่างรวดเร็วของเกียร์ ด้วยการเข้าสู่ตำแหน่งเกียร์ที่สอดรับกับความเร็วที่ใช้อยู่ในคาบเวลานั้นๆ การปลดระบบส่งกำลังเข้าสู่กียร์ว่างเมื่อผู้ขับยกคันเร่ง จะช่วยลดการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น และช่วยทำให้ใช้พลังงานในรูปของแรงเฉื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกว่าผู้ขับจะแตะเบรก หรือคันเร่ง เครื่องยนต์และเกียร์จะกลับมาทำงานพร้อมกันอีกครั้ง อย่างรวดเร็วและนุ่มนวลจนคุณแทบจะไม่รู้สึก”

ระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive
•    ถุงลมนิรภัย 9 จุด
•    ระบบช่วยเตือนเมีอมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)
•    ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist)
•    ระบบแจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning Assist)
•    ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
•    ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist)
•    ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system)
•    โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)
•    Electronic Traction System 4ETS สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ
•    ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control)
•    ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
•    ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill - Start Assist
•    ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light)
•    ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
•    ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)
•    กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด


 
สรุป Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive


    GLE 350 de เป็นรถ SUV ที่แก้ไขจุดอ่อนต่างๆในรุ่นเดิมได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเทียบรุ่นเดิมอย่าง GLE 500 e นั้นเรื่องความแรงไม่เป็นรองใครแน่นอนแต่ต้องแลกกับอัตราการกินน้ำมันเพราะด้วยน้ำหนักรถที่ค่อนข้างมาก แต่สำหรับรุ่นใหม่ GLE 350 de ได้ทั้งความแรงและความประหยัดไปพร้อมกัน
จุดเด่นสุดสำหรับ GLE 350 de คือการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ที่เรียบเนียนได้อย่างลงตัว แทบจะแยกไม่ออกระหว่างเครื่องหรือมอเตอร์ไฟฟ้า และความพิเศษอีกเรื่อง ของ Mercedes-Benz GLE 350 de 4Matic Exclusive คือการพกพาแบตเตอรี่ Lithium-ion เป็นแหล่งพลังงานให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้ความจุมามากถึง 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ถือว่าใหญ่มาก ทำให้สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 100 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นรถ PHEV ที่วิ่งได้ไกลมากสุดแล้ว ซึ่งทำให้วิ่งโดยไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง

 ดังนั้นถ้าพูดถึง รถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid หนึ่งในรถที่หน้าสนใจสุดตอนนี้ GLE 350 de เพราะถ้าคุณต้องการรถ SUV ที่ให้ทั้งความประหยัดและแรงในเวลาเดียวกัน GLE 350 de 


ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ