รีวิว Royal Enfield Classic 350 ขี่ง่าย ขับสนุก ไม่สั่นแล้ว !!! Share this
รีวิวมอเตอร์ไซค์
โหมดการอ่าน

รีวิว Royal Enfield Classic 350 ขี่ง่าย ขับสนุก ไม่สั่นแล้ว !!!

Paknam536
โดย Paknam536
โพสต์เมื่อ 04 มีนาคม 2565

Royal Enfield Classic 350 2022 ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ส่งตรงจากยุค 1950 ขุมพลังเดียวกับรุ่น Meteor 350 พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ในราคาเริ่มต้น 139,900 บาท


Royal Enfield Classic 350 2022

ในโอกาสครบรอบ 120 ปี รอยัล เอ็นฟีลด์ได้นำเอารถจักรยานยนต์รุ่น Classic ที่เป็นตำนานของแบรนด์มามองในมุมใหม่ เพื่อการสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ขึ้นตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ All-New Royal Enfield Classic 350 รถจักรยานยนต์คลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งถูกพัฒนามาให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์กว่าที่เคยให้กับผู้ขับขี่ รวมถึงมีความงามล้ำเลิศ และความมั่นใจในรถจักรยานยนต์รุ่น Classic เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญ

 

 

Royal Enfield Classic 350 ย้อนดีไซน์จากยุคสงครามโลก

มรดกตกทอดของรุ่น Classic นี้มีความเป็นมาย้อนไปถึงปีค.ศ. 1948 ที่รถจักรยานยนต์สุดล้ำในเวลานั้นอย่าง รอยัล เอ็นฟีลด์ โมเดล G2 เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันสะเทือนหลังแบบสวิงอาร์มในรถจักรยานยนต์ที่ผลิตเต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งสวยงามและมีสมรรถนะที่เชื่อถือได้ โมเดล G2 จึงเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบอันแรงกล้าสำหรับ Classic 500 และ Classic 350 ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งเปิดตัวในปีค.ศ. 2008

นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่น Classic ได้กลายเป็นรถจักรยานยนต์ที่ให้นิยามใหม่แก่รถจักรยานยนต์ขนาดกลาง และก่อให้เกิดการฟื้นคืนชีพของรอยัล เอ็นฟีลด์ โดยเริ่มก้าวเป็นผู้นำระดับโลกในเซกเมนต์นี้ในอีก 12 ปีต่อมา และหลังจากจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 3 ล้านคัน รุ่น Classic ได้สร้างตำนาน ที่เป็นของตัวเอง และ Classic 350 ใหม่ก็พร้อมแล้วที่จะสานต่อตำนานบทนี้ไปข้างหน้า

 

 

All-new Classic 350 สืบสานตำนานนี้ต่อเนื่องไปและสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึงภาษาการออกแบบที่เหนือกาลเวลาอย่างที่เราเคยได้สัมผัสมาแล้ว พร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่ทันสมัยและเป็นจินตนาการใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ Classic 350 ใหม่ ยังคงรักษารูปลักษณ์ย้อนยุคไว้ได้ครบถ้วน โดยมีเป้าหมายที่จะนำพามรดกตกทอดนี้เดินไปข้างหน้าด้วยการตกแต่งระดับพรีเมียมและลงตัว

 

 

 

Royal Enfield Classic 350 ถูกออกแบบและพัฒนาโดยทีมนักออกแบบและวิศวกรมากความสามารถที่ศูนย์เทคโนโลยีล้ำสมัยสองแห่งของรอยัล เอ็นฟีลด์ในประเทศอินเดีย และสหราชอาณาจักร โดยมีการสร้างขึ้นมาป็นพิเศษเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่จะได้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเมื่อ ได้ลองขี่ Classic 350 ใหม่

โครงสร้างของตัวรถ ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อความสะดวกสบายและความคล่องตัวที่เหนือกว่า ทั้งยังมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำความเร็วสูงขึ้นขณะเข้าโค้ง และให้ความรู้สึกมั่นคงและยึดเกาะถนนทางตรงได้ดีเยี่ยมเช่นกัน โดยไฮไลท์สำคัญของ Classic 350 คือ "อาการสั่นที่หายเป็นปลิดทั้ง" ปิดตำนานมือชาเป็นที่เรียบร้อย

 

 

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลังได้รับการพัฒนาอย่างครบถ้วนทุกรายละเอียดเพื่อให้นั่งบนอานได้อย่างสบายยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการใช้หลักสรีระศาสตร์ในการขับขี่ที่ดีขึ้นและการเบรกที่มั่นใจมากขึ้น Classic ให้ความรู้สึกคล่องตัวและตอบสนองได้ดี จึงมั่นใจได้ว่าประสบการณ์การขับขี่ในแต่ละครั้งจะเป็นประสบการณ์ที่ดีขึ้น

 

 

ไฟหน้าแบบมีปีกหมวกอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของรอยัล เอ็นฟีลด์ และไฟหรี่ดีไซน์ใหม่

 

 

แผงหน้าปัดแบบ digi-analog ใหม่ มีจอแสดงผล LCD ที่ทันสมัย มีจุดชาร์จ USB อยู่ใต้แฮนด์เพื่อความสะดวกในการชาร์จอย่างรวดเร็วขณะเดินทาง

 

 

เครื่องยนต์ Royal Enfield Classic 350

Classic 350 ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบเดียว 349cc ชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ทันสมัยและได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งเปิดตัวครั้งแรก Meteor 350 ทำให้ All-new Classic 350 สามารถนำเสนออีกระดับของความสะดวกสบาย ความนุ่มนวล และความประณีตในประสบการณ์การขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 349cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ/น้ำมัน มอบพละกำลังสูงสุด 20.2 แรงม้า ที่ 6100 รอบ/นาที และแรงบิด 27 นิวตันเมตร ที่ 4000 รอบ/นาที ส่งผลให้เกิดเสียงดังรบกวนน้อย ขณะที่แรงบิดมีมากพอในทุกรอบเครื่องยนต์ ทำให้การขับขี่สนุกและง่าย และด้วยเพลาบาลานเซอรที่ลดการสั่นสะเทือน ทำให้ Classic ใหม่ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและทรงตัวดีบนท้องถนน

การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างแม่นยำและราบรื่น ด้วยธรรมดาเกียร์ 5 สปีดที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ซึ่งมอบอัตราเร่งที่่เร้าใจทั้งในเมืองและนอกเมือง Classic 350 ใหม่ ยังคงรักษาเสียงกระหึ่มของท่อไอเสียไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค Royal Enfield Classic 350

เครื่องยนต์ 1 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ความกว้างกระบอกสูงบ x ช่วงชัก 72.0 x 85.8 มม.
ความจุกระบอกสูบ 349 ซีซี
พละกำลังสูงสุด  20.2 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ / นาที
แรงบิดสูงสุด 27 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ / นาที
อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1
ระบบเกียร์ คลัทช์มือ 5 สปีด
ระบบขับเคลื่อน โซ่

 

ตัวรถ Royal Enfield Meteor 350

เฟรม เปลคู่
ระบบกันสะเทือนหน้า โช๊คอัพเทเลสโกปิค 41 มม. ระยะยุบ 130 มม.
ระบบกันสะเทือนหลัง โช๊คคู่ปรับพรีโหลดได้ 6 ระดับ
เบรคหน้า ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 300 มม. ปั้มเบรค 2 พอต พร้อม ABS
เบรคหลัง ดิสเบรคเดี่ยว ขนาด 270 มม. ปั้มเบรค 1 พอต พร้อม ABS
ล้อ/ยางหน้า ล้ออัลลอย รัดยาง 100/90 - 19
ล้อ/ยางหลัง ล้ออัลลอย รัดยาง 120/80 - 18

 

มิติรถ Royal Enfield Meteor 350

ขนาด ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 2,145 x 785 x 1,090
ความสูงเบาะ (มม.)

805

ระยะฐานล้อ (มม.) 1,390
ระยะห่างจากพื้น (มม.) 170
น้ำหนักตัวพร้อมใช้งาน (กก.) 195 กก.
ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร.) 13 ลิตร

 

 

ทดลองขับ Royal Enfield Classic 350

ในส่วนของการทดสอบขับขี่ Royal Enfield Classic 350 ทางเราได้ขับขี่ในเส้นทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวนกลับ เป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นราวๆ 200 กิโลเมตรด้วยกัน โดยใช้ความเร็วยืนพื้นราวๆ 90-110 กม./ชม.

เริ่มต้นจากเครื่องยนต์กันก่อน เครื่องยนต์ของ Royal Enfield Classic 350 ใช้เครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 350 cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ มอบพละกำลังสูงสุด 20.2 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 27 นิวตันเมตร  ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์แมนนวลคลัทช์มือ 5 สปีด ขับเคลื่อนด้วยโซ่ โดยลักษณะเกียร์ของตัวรถจะเหมือนกับมอเตอร์ไซค์คลัทช์มือปกติ แตกต่างกับรุ่น Meteor 350 ที่จะให้คันเกียร์แบบเพิ่ม/ลด มาได้ (คล้ายๆ ในมอเตอร์ไซค์แม่บ้าน)

เครื่องยนต์ของตัวรถจัดว่ามอบพละกำลังที่ดี มีอัตราเร่งที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ความเร็วยืนพื้นช่วง 90-110 กม./ชม. ถือว่ากำลังเหมาะสมกับรถคันนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าไม่ได้เค้นเครื่องจนมากเกินไปนัก โดยความเร็วสูงสุดของตัวรถอยู่ที่ 120 กม./ชม. เหมาะสำหรับเอาไว้เร่งแซงซะมากกว่า

นิสัยของตัวรถ เหมาะกับการเป็นรถขี่ชิลๆ ไม่เน้นความเร็วนัก โดยไฮไลท์สำคัญของ Classic 350 นั่นคือ "อาการสั่น" ที่หายจนปลิดทิ้งไปแล้ว เพราะเค้าพัฒนารถรุ่นนี้มาใหม่ทั้งหมดนั่นเอง

 

 

ช่วงล่างของตัวรถ ถือว่าทำมาได้ดีสมราคาตัวรถ สามารถซับแรงกระแทกจากถนนคุณภาพไทยๆ รวมไปถึงถนนลูกรังแบบซอฟๆ ได้แบบสบายๆ หายห่วง เอาว่าอยากขี่ไปเที่ยวซนที่ไหนก็สามารถไปได้ทั้งหมด ทั้งทางดำ ทางฝุ่นเบาๆ รุ่นนี้ไปได้หมด กับน้ำหนักตัวรถเพียง 195 กก. ก็ไม่ได้ถือว่าหนักเกินไปเท่าไหร่นัก

อีกทั้งจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอยู่ค่อนข้างต่ำ ทำให้เรื่องการพลิกรถไปมา เข้าโค้งเอาม่วนนั้น สามารถทำได้แบบสบายๆ

 

 

ระบบเบรกติดรถ ถือว่าอยู่ในมาตรฐานสมกับพละกำลังของเครื่องยนต์ ไม่ได้ถึงขั้นเบรกเทพ กดแล้วหัวทิ่ม หรือมีกำลังเบรกช้าเกินไป เอาว่าเป็นเบรกที่ใช้งานได้ดี สอบผ่านในทุกเส้นทางครับ

ท่านั่งของตัวรถ ถือว่าเหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ตัวรถไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่โตมากนัก แถมมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ด้วยความสูงเบาะนั่งเพียง 805 มม. ตัวผมสูง 168 ซม. สามารถวางเท้าลงพื้นได้เกือบเต็มทั้ง 2 ข้าง แต่เอาให้ชัวร์ก็สไลด์ก้น เอาลงข้างเดียว สะดวกกว่า

 

 

สรุป Royal Enfield Classic 350 เหมาะกับ?

โดยสรุปแล้ว Royal Enfield Classic 350 เป็นรถที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ทรงคลาสสิก แต่ก็อยากได้รถคันใหม่ จะได้ตัดเรื่องปัญหาการหาอะไหล่ไปได้อีกเรื่องหนึ่ง โดยดีไซน์ของมันก็เรียกได้ว่ายกมาจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครที่เป็นสายคลาสสิกน่าจะถูกใจรถรุ่นนี้ไม่น้อย ด้านพละกำลังก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและการออกทริป จะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋าก็ขี่คันนี้ได้ทั้งหมด ขอแค่เพียงชื่นชอบดีไซน์ของมันก็สามารถไปจัดได้เลยครับ

 

 

Royal Enfield Classic 350 ราคา รุ่นย่อย

Royal Enfield Classic 350 มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยโทนสี 9 สี เริ่มด้วย Classic Chrome, Classic Signals, Dark series และ Halcyon series โดยทุกรุ่นติดตั้งดิสค์เบรกหน้าและหลังพร้อม ABS ป้องกันล้อล็อก

Classic Chrome เป็นรุ่นพรีเมี่ยมที่โดดเด่น สะท้อนถึงรูปลักษณ์และความรู้สึกที่สวยน่ามองทุกรายละเอียดของรถจักรยานยนต์อังกฤษนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 มีให้เลือกในสีทูโทนในสองคู่สี คือ Chrome Red และ Chrome Bronze โดย Chrome series สื่อสัญลักษณ์ที่แท้จริงของอดีตด้วยตรารถถังที่โดดเด่น ซึ่งเสริมแต่งโดยรถจักรยานยนต์รอยัล เอ็นฟีลด์ในยุคปีค.ศ. 1950 เปิดราคา 155,000 บาท

Royal Enfield Classic Chrome Red

Royal Enfield Classic Chrome Bronze

 

Classic Signals มีให้เลือกในสี Marsh Grey และ Desert Sand ส่วนรูปลักษณ์จะเน้นความเกี่ยวพันระหว่างรอยัล เอ็นฟีลด์กับกองทัพ แต่ละคันจะมาพร้อมกับตราสัญลักษณ์และกราฟิกรวมถึงหมายเลขบนถังน้ำมันที่ไม่ซ้ำกัน ราคา 147,000 บาท

Royal Enfield Classic 350 Mesh GrayRoyal Enfield Classic 350 Desert Sand

 

 

Dark series เป็นรุ่นที่สะท้อนความเป็นหนุ่มสาว ทันสมัยในแบบฉบับชีวิตเมือง โดยมาในสี Stealth Black และ Gunmetal Grey และมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์และยางแบบไม่มียางใน ราคา 154,000 บาท

Royal Enfield Classic 350 Stealth Black

Royal Enfield Classic 350 Gunmetal Grey

 

 

Halcyon series ตามชื่อคือการเฉลิมฉลองมรดกตกทอดของ Classic และสะท้อนถึงรูปลักษณ์คลาสสิกย้อนยุคอันรุ่งโรจน์ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Green, Grey และ Black ราคา 139,900 บาท

Royal Enfield Classic 350 Green

Royal Enfield Classic 350 GrayRoyal Enfield Classic 350

 

 

นอกจากนี้ Royal Enfield Classic 350 ใหม่ จะวางจำหน่ายพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งของแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) มากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับการออกแบบตัวรถ เพื่อเสริมความปลอดภัย การติดตั้งที่ง่าย และความกลมกลืนไปกับตัวรถ อุปกรณ์เสริมสำหรับรถจักรยานยนต์ของรอยัล เอ็นฟีลด์มาพร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 ปี ค่าแรงเช็คระยะ 3 ครั้งฟรี และ Classic 350 Welcome Gift

ผู้ที่สนใจสามารถจองทดลองขับได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Royal Enfield ใกล้บ้าน

 

Autospinn เว็บไซต์รายงานข่าวรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ เช็ควันเปิดตัวรถใหม่ ราคารถ ตารางผ่อน และรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยทีมงานมืออาชีพ

ซื้อ-ขาย รถมือสอง ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยชัวร์ ต้องที่ ตลาดรถ One2car   


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ