สรยท ชี้ปี 2569 จุดเปลี่ยนยานยนต์ไทย รับมือโครงสร้างภาษีใหม่ ตลาด EV บูม เน้นส่งออก Share this

สรยท ชี้ปี 2569 จุดเปลี่ยนยานยนต์ไทย รับมือโครงสร้างภาษีใหม่ ตลาด EV บูม เน้นส่งออก

Sunuttinee Phumbanyen
โดย Sunuttinee Phumbanyen
โพสต์เมื่อ 09 December 2568

จับตาปี 2569 จุดเปลี่ยนยานยนต์ไทย ภาษีสรรพสามิตใหม่บังคับใช้ ตลาด EV แข่งเดือด สรยท. ระดมกูรูผ่าทางรอดอุตสาหกรรมรถยนต์


 

ปี 2569 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยถึงจุดเปลี่ยน ตลาด EV แข่งขันดุเดือด - ภาษีใหม่บังคับใช้

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จัดเสวนาใหญ่ในงาน Motor Expo ครั้งที่ 42 หัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” โดยระดมสมองกูรูจากภาครัฐและเอกชน ทั้ง สศอ., TAIA และ EVAT มาร่วมวิเคราะห์ทิศทางตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายก สรยท

 

2569 จุดเปลี่ยนยานยนต์ไทย รับมือโครงสร้างภาษีใหม่

สำหรับในปี 2569 นางสาวพธู ทองจุล (สศอ.) ระบุว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งบวกและลบต่อผู้ผลิต โดยมีเกณฑ์การคิดภาษีที่พิจารณาจากขนาดเครื่องยนต์, ปริมาณการปล่อย CO2, การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ, มาตรฐานความปลอดภัย และการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรถยนต์ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ หรือไม่มีระบบ ADAS ตามกำหนด (เช่น HEV, MHEV บางรุ่น) อาจเจอภาษีปรับขึ้นแบบขั้นบันได

ข้อดีคือ หากทำตามเงื่อนไข เช่น มีการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ในไทย, ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จะได้รับการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะกลุ่มรถปิกอัพบางยี่ห้ออาจเสียภาษีเพียง 2-3% เท่านั้น และสำหรับตลาด EV จะยังคงได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องภายใต้มาตรการ EV 3.0 และ 3.5

บรรยากาศงานเสวนา

 

ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย และการแข่งขัน

ในส่วนของการผลิตและการตลาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เน้นไปในเรื่องของการส่งออกทดแทนตลาดในประเทศที่ซบเซา นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล (TAIA) เผยว่า แม้ไทยจะเป็นผู้ผลิตอันดับ 10 ของโลก แต่ปี 2567 ยอดผลิตลดลงเกือบ 20% สวนทางกับจีนที่เติบโตขึ้น ดังนั้นจึงมีการปรับกลยุทธ์ โดยให้ผู้ผลิตหันมาเน้นการส่งออก (สัดส่วน 80%) ไปยังเอเชีย, ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง เพื่อชดเชยยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ย

ความท้าทายก็คือ ตลาดส่งออกหลักอย่างออสเตรเลียเริ่มได้รับผลกระทบจากรถ EV ของประเทศจีน และกฎหมาย CO2 ในขณะที่ไทยยังเน้นส่งออกรถสันดาป (ICE) เป็นหลัก ซึ่งแนวโน้มในปี 69 คาดว่าตลาดจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยตาม GDP แต่รัฐต้องเร่งเจรจาการค้าเพื่อช่วยภาคส่งออก

เสวนาอนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทย ปี พ.ศ. 2569

 

ตลาด EV แข่งขันดุเดือด

รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล (EVAT) ชี้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 15.6% (ตั้งแต่เดือน มกราคม - กรกฏาคม 2568) ซึ่งมียอดจดทะเบียนสะสมกว่า 2.2 แสนคัน เนื่องจากมาตรการรัฐโครงการ EV 3.0 กำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2568 (แต่ยังสามารถจดทะเบียนได้ถึง มกราคม 2569) หลังจากนั้นจะเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยโครงการ EV 3.5 ต่อไป

สำหรับการแข่งขันของปี 2568 ได้มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดกว่า 100 รุ่น ทำให้เกิดสงครามราคาที่รุนแรง และจะเริ่มขยับไปแข่งกันที่เทคโนโลยีและความสะดวกสบายในอนาคต จุดอ่อน ณ ขณะนี้ก็คือ แม้ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีสถานีชาร์จที่ไม่เพียงพอ โดยมีเพียง 3,800 แห่ง แบ่งออกเป็น 10,000 หัวชาร์จ คิดเป็นสัดส่วน 30 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอและทั้งหมดนี้ก็ไปกระจุกตัวแค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น

 

สรุปก็คือ ในปี 2569 นี้จะเป็นปีแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ ผู้ผลิตต้องเร่งปรับสเปกรถให้เข้ากับโครงสร้างภาษีใหม่ที่เน้นความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ตลาดรถ EV จะแข่งกันดุเดือดขึ้นท่ามกลางความท้าทายเรื่องสถานีชาร์จ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ยังต้องพึ่งพาการส่งออกและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเป็นสำคัญ

 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ