2025 ปีแห่งสงคราม EV จัดอันดับ 10 รุ่นยอดเยี่ยม วัดประสิทธิภาพแบตฯ ซอฟต์แวร์ และสมรรถนะ ใครเข้าวินบ้าง? ต้องไปดู
จัดอันดับรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในปี 2025
ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องของระยะทางอีกต่อไป แต่เป็นการเฉือนกันด้วยเทคโนโลยีการชาร์จ ดีไซน์ และความคุ้มค่า วันนี้เลดี้จะพาทุกคนไปชม รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในปี 2025 โดยใช้ เกณฑ์การประเมินแบบ "Weighted Scoring Analysis" มาตรฐานการรีวิวรถยนต์ระดับสากล แบ่งออกเป็นการวิเคราะห์คะแนนดังต่อไปนี้

- เทคโนโลยีและระบบ Software (25%)
- พิจารณาจากความเสถียรของหน้าจอ, ความฉลาดของระบบสั่งงานด้วยเสียง, ความแม่นยำของระบบช่วยขับขี่ (ADAS), และความง่ายในการอัปเดต (OTA)
- ประสิทธิภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ (20%)
- พิจารณาจากระยะทางวิ่งจริง ไม่ใช่ตัวเลขตามโบรชัวร์, ความเร็วในการชาร์จ โดยเฉพาะเทคโนโลยี 800V, และอัตราการกินไฟ (km/kWh)
- สมรรถนะและการขับขี่ (20%)
- พิจารณาจากช่วงล่าง ความนุ่มนวล การยึดเกาะถนน, อัตราเร่ง, และอาการเวียนหัวซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคนนั่งรถ EV
- ความสะดวกสบายและการใช้งานจริง (20%)
- พิจารณาจากความกว้างขวางของห้องโดยสาร, ความสบายของเบาะ, พื้นที่เก็บสัมภาระ, และฟังก์ชันอำนวยความสะดวก (เช่น ที่วางแก้ว, ช่องชาร์จมือถือ)
- ความคุ้มค่าต่อราคา (15%)
- พิจารณาจากราคาขายเทียบกับออพชั่นที่ได้

อันดับ 1 Tesla Model 3 Highland (Score: 9.5/10)
แน่นอนว่า Tesla ยังคงเป็น King of Efficiency & Tech และบรรทัดฐานของรถ EV ทั่วโลก ซึ่งในรุ่น Model 3 Highland ได้รับการปรับปรุงช่วงล่างและความเงียบจนน่าประทับใจ ลบจุดอ่อนเดิมไปเกือบหมด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีประสิทธิภาพการจัดการพลังงานดีเยี่ยม มีเครือข่าย Supercharger ที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีระบบ Software เสถียรและลื่นไหลที่สุดอีกด้วย
ในส่วนของคะแนนที่หักไปนั้นคือหัวข้อ "ความสะดวกสบายและการใช้งานจริง" เพราะ Tesla Model 3 Highland ได้มีการตัดก้านเกียร์ออก แล้วไปใช้งานบนพวงมาลัยและหน้าจอแทน ทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวสูง รวมถึงหลังคาเป็นแบบกระจก ผู้โดยสารจึงต้องเผชิญกับแสงแดดอันแผดเผาของเมืองไทยโดยตรง

อันดับ 2 BMW i7 (Score: 9.3/10)
BMW i7 เรียกได้ว่ามาเหนือในเรื่องของ King of Luxury ที่สุดของความหรูหรา มีความเลิศในด้านความสะดวกสบายของผู้โดยสารตอนหลัง เป็นรถยนต์ที่เงียบและนุ่มนวลระดับ First Class สำหรับไฮไลท์ต้องยกให้ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมกับหน้าจอTheater Screen ขนาดมหึมาสำหรับผู้โดยสารหลัง วัสดุที่ใช้รวมถึงงานประกอบมีความประณีตแบบไร้ที่ติ
แต่หากเทียบในเรื่องของ "ความคุ้มค่าต่อราคา" ก็ต้องยอมรับเลยว่า BMW i7 มีราคาจำหน่ายที่สูงระยับ ทำให้จำกัดกลุ่มเป้าหมายในการเป็นเจ้าของ

อันดับ 3 Kia EV9 (Score: 9.2/10)
Kia EV9 ได้รับการยกย่องว่าเป็น The Ultimate Family SUV ที่ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่เป็น SUV ขนาดใหญ่ 3 แถว 6-7 ที่นั่งแท้ๆ มีดีไซน์สวยล้ำยุคเหมือนหลุดมาจากหนัง Sci-fi มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายทุกแถว มีเบาะ Lounge มาให้ แถมช่วงล่างยังนุ่มนวลเหมาะกับครอบครัวอีกด้วย รวมถึงระบบ V2L ของเค้าก็จ่ายไฟแรงใช้งานได้จริงอีกด้วย
ข้อด้อยของ Kia EV9 คือ มีขนาดตัวถังใหญ่มาก ทำให้หาที่จอดในเมืองยากมาก รวมถึงมีราคาจำหน่ายสูงเมื่อเทียบกับรถจีน

อันดับ 4 BYD Seal (Score: 9.0/10)
BYD Seal ในความเป็นจริงแล้วคือคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดของ Tesla Model 3 แต่ถือว่าเป็น Best Value Sport Sedan มากกว่าในแง่ยอดขาย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวสไตล์ Ocean Aesthetics มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade Battery ที่มีความปลอดภัยสูง ยิ่งไปหว่านั้นออพชั่นภายในให้มาครบถ้วน หรูหรามากกว่า Tesla
แต่อย่างไรก็ตาม BYD Seal มีใต้ท้องรถค่อนข้างเตี้ย เสี่ยงต่อการครูดมากๆ เนื่องด้วยถนนในบ้านเราเป็นอะไรที่น่าสงสาร (รถ) รวมถึง Software และ UI ยังคงใช้งานยากกว่าฝั่ง อเมริกา / ยุโรป เล็กน้อย

อันดับ 5 Tesla Model Y (Score: 8.9/10)
อีกหนึ่ง Model ที่ยังคงเป็น Best All-Rounder ของ Tesla (แม้จะใกล้ตกรุ่นก็ตาม) นั่นก็คือ Tesla Model Y ที่มาพร้อมกับความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอยยังทำให้มันเป็นรถที่ "คุ้มค่า" ที่สุดสำหรับการใช้งานจริง มีพื้นที่เก็บสัมภาระเยอะที่สุดในกลุ่ม ประหยัดไฟมากกว่า และมีประสิทธิภาพของ Software ที่ไว้ใจได้
แต่ก็ต้องยอมรับว่า Tesla Model Y ยังคงมีช่วงล่างที่กระด้างกว่า Model 3 Highland และมีดีไซน์ที่ดูโหล เริ่มมองแล้วน่าเบื่อ เพราะอย่างที่กล่าวไปว่าน้องเริ่มจะตกรุ่นแล้ว

อันดับ 6 Hyundai Ioniq 5 (Score: 8.8/10)
Hyundai Ioniq 5 เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมชมชอบจากชาวยุโรปเป็นอย่างมาก ในเรื่องของ Design & Comfort Masterpiece ที่ได้กวาดรางวัลทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ Pixel เป็นเอกลักษณ์ และมีฐานล้อที่ยาวมากทำให้ภายในกว้างเหมือนห้องนั่งเล่น รองรับชาร์จไวจากเทคโนโลยี 800V แถมยังเป็นรถยนต์ Sedan Type ที่สามารถปรับเบาะเอนนอนแบบ Zero Gravity ได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถเลื่อนคอนโซลกลางได้ ทำให้ใช้งานได้อเนกประสงค์สุดๆ
ข้อติติงของ Hyundai Ioniq 5 ก็คือน้องไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง ทำให้กระจกเปื้อนง่าย ทัศนวิสัยยังไม่ค่อยเครียเท่ากับเพื่อนรุ่นอื่นๆ ในเซ็กเมนต์เดียวกัน และมีราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะเป็นแบบ CPU นำเข้า ทั้งคัน

อันดับ 7 XPENG G6 (Score: 8.5/10)
XPENG G6 หรือที่รู้จักกันในนาม Tech Challenger ม้ามืดมาแรงด้วยสถาปัตยกรรม SEPA 2.0 พร้อมเทคโนโลยี 800V ในราคาที่จับต้องได้ ชาร์จไฟเร็วมาก มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่ฉลาดล้ำหน้า และมีพื้นที่ Headroom ภายในโล่งโปร่งนั่งสบาย
สิ่งที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันสำหรับ XPENG G6 ก็คือ งานดีไซน์ภายนอกอาจดูเรียบไปสำหรับบางคน แถมช่วงล่างเดิมๆ อาจจะย้วยไปนิดสำหรับคนขับรถเร็ว

อันดับ 8 Avatr 11 (Score: 8.2/10)
Avatr 11 เป็นรถยนต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ Fashion & High-Tech เกิดจากการร่วมมือของทาง Changan, Huawei และ CATL โดยมุ่งเน้นไปที่ดีไซน์แฟชั่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และความหรูหราหมาเห่า ได้รับการติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะจาก Huawei ประตูเป็นแบบไฟฟ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
สิ่งเดียวที่บางคนอาจไม่ชอบใน Avatr 11 ก็คือ ไม่มีกระจกบานหลัง ซึ่งต้องมองผ่านกล้องแทน ทำให้เกิดความไม่ชินสำหรับบางคน รวมถึงมีระบบที่ซับซ้อนต้องใช้เวลาเรียนรู้เนื่องจากล้ำเกิดไป

อันดับ 9 Volvo EX40 (Score: 8.0/10)
ขึ้นชื่อในเรื่องของ Safety & Simplicity อยู่แล้วสำหรับ Volvo EX40 จุดเด่นในเรื่องความปลอดภัยใครก็ล้มไม่ได้ เพราะพวกเขาใช้บริการงานประกอบจากยุโรป การออกแบบดีไซน์ก็สวยโดดเด่นแถมมีขนาดกะทัดรัดคล่องตัว นอกจากระบบความปลอดภัยมาตรฐานแล้ว ยังติดตั้งระบบ Google Automotive Built-in ที่ใช้งานง่าย ในส่วนของสมรรถนะก็ไม่แพ้ใคร ขับสนุกแรงบิดดี
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Volvo EX40 เปิดตัวมาซักระยะแล้ว ดังนั้นดีไซน์ในส่วนของภายในเริ่มดูเก่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แถมพื้นที่เบาะหลังค่อนข้างแคบ

อันดับ 10 Deepal S07 (Score: 7.8/10)
สุดท้ายใน Top 10 เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Deepal S07 ที่ถือเป็น SUV Popular Choice รถยนต์ทรงสปอร์ตที่ครองใจใครหลายคน ทำยอดขายล่มทลายด้วยรูปลักษณ์และราคาที่ให้มาครบ มาพร้อมกับออพชั่นที่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
Deepal S07 มีข้อเสียที่หลายคนบ่นอุบ ในเรื่องของช่วงล่างเดิมๆ มีอาการดีดเด้ง (แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนโช้ค) รวมถึงระบบ Software ยังมีบั๊กจุกจิกบ้าง
ส่วนรถรุ่นอื่นๆ ที่เราเห็นกันมากมายตามท้องถนนบ้านเรา ถือว่าเป็นรถที่ดีเช่นกัน แต่อาจมีคะแนนรองลงมาในด้านความคุ้มค่าต่อราคา หรือความสดใหม่ของเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับ Top 10 ข้างต้น ในแง่ของภาพรวมตลาด Mass-Premium เพราะรถจีนให้เทคโนโลยีใกล้เคียงกัน หรือดีกว่าในบางจุด ในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
ความคิดเห็น