ฟิล์มดำ ปรอท เซรามิก ต่างกันยังไง? สรุปวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้เหมาะกับรถและงบประมาณ อ่านจบเลือกเป็นทันที
ติดผิดชีวิตเปลี่ยน! เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงินติดฟิล์มรถยนต์ ดูค่าอะไรบ้าง? ถึงจะได้ของดี คุ้มเงินยาวๆ
แดดเมืองไทยร้อนแรงเหมือนโกรธใครมา การขับรถโดยไม่มี ฟิล์มกรองแสง หรือติดฟิล์มที่ไม่มีคุณภาพ ก็เหมือนเตาอบเคลื่อนที่ดีๆ นี่เอง แต่พอจะไปเปลี่ยนฟิล์มใหม่ ก็เจอศัพท์เทคนิคเพียบ ทั้งฟิล์มดำ ฟิล์มปรอท เซรามิก คาร์บอน สรุปแล้วมันต่างกันยังไง? วันนี้เลดี้จะพาไปทำความรู้จักประเภทของฟิล์มกรองแสง และวิธีเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณค่ะ

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? แบบไหนดีสุด?
ในท้องตลาดปัจจุบัน ประเภทของ ฟิล์มกรองแสง จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามวัสดุและเทคโนโลยีการผลิต ดังนี้
- ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film) คือ ฟิล์มรุ่นเก่าและราคาถูกที่สุด ผลิตโดยการนำสีมาย้อมที่เนื้อฟิล์มเพื่อกรองแสงสว่าง มีจุดเด่นในเรื่องของราคาถูก และได้ความมืดตามต้องการ แต่ข้อเสียก็คือ กันความร้อนได้น้อยมาก กันได้แค่เพียงแสงจ้า แต่รังสีความร้อนยังทะลุผ่านเข้ามา และมีโอกาสที่สีของฟิล์มจะซีดจางเร็ว เมื่อใช้ไปนานๆประกอบกับมีทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยเคลียร์
- ฟิล์มย้อมสี เหมาะกับ คนที่มีงบจำกัดจริงๆ หรือรถที่ไม่ค่อยได้ขับตากแดด
- ฟิล์มฉาบโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท (Metalized Film) คือ ฟิล์มที่มีส่วนผสมของโลหะสะท้อนแสง ผิวด้านนอกจะดูเงาๆ เหมือนกระจกเงา สามารถกันความร้อนได้ดีมาก ในราคาที่ไม่แพงเพราะใช้หลักการสะท้อนความร้อนออกไป แต่ข้อเสียคือ สะท้อนแสงเข้าตาเพื่อนร่วมทาง มีเงาสะท้อนในรถเยอะทำให้ตาลาย และที่สำคัญคือ บล็อกสัญญาณดิจิทัล อาทิ GPS, Easy Pass, สัญญาณมือถือ อาจจะใช้ไม่ได้หรือใชได้ไม่ดี
- ฟิล์มฉาบโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท เหมาะกับ คนที่ต้องการฟิล์มกันร้อนดีๆ ในราคากลางๆ และไม่ได้ซีเรียสเรื่องสัญญาณ GPS และ Easy Pass
- ฟิล์มนาโนคาร์บอน (Nano Carbon Film) คือ ฟิล์มผลิตจากอนุภาคคาร์บอนขนาดเล็ก เนื้อฟิล์มจะเป็นสีดำสนิทหรือสีเทาเข้ม (ดำดุ) จุดเด่นคือ ดำนอก สว่างใน ให้ความเป็นส่วนตัวสูง สีไม่ซีดจางง่าย กันร้อนได้ดีระดับปานกลาง-สูง และไม่บล็อกสัญญาณดิจิทัล ข้อเสียคือ การกันความร้อนอาจจะยังสู้ฟิล์มเซรามิกเกรดท็อปไม่ได้ในบางยี่ห้อ
- ฟิล์มนาโนคาร์บอน เหมาะกับ สายแต่งรถที่ชอบรถลุคดุดัน ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และต้องใช้ GPS บ่อยๆ
- ฟิล์มนาโนเซรามิก (Nano Ceramic Film) คือ ฟิล์มที่ใช้อนุภาคเซรามิกขนาดนาโนฝังลงในเนื้อฟิล์ม เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในตลาดแมส มีคุณสมบัติกันความร้อนได้ดีเยี่ยม สามารถตัดรังสี IR ได้สูง มองจากข้างนอกมืด แต่คนขับมองออกไปสว่างและคมชัดมาก แม้ขับตอนกลางคืน ไม่บล็อกสัญญาณดิจิทัล และมีความทนทานสูง ข้อเสียอย่างเดียวคือมีราคาค่อนข้างสูงกว่าฟิล์มประเภทอื่น
- ฟิล์มนาโนเซรามิก เหมาะกับ คนที่ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงหรือมือใหม่หัดขับที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในช่วงกลางคืน และรถยนต์ไฟฟ้าที่ส่วนใหญ่เป็นหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ

ความเข้มของฟิล์ม (40/60/80) เลือกยังไง?
คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดในเรื่องของตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เรียกกันติดปาก ซึ่งจะเข้าใจว่าเป็นเปอร์เซ็นต์การกันความร้อน แต่จริงๆ แล้วมันคือ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของระดับความเข้ม ยิ่งเลขเยอะ ยิ่งมืด โดยแบ่งออกเป็น
- ฟิล์ม 40% : แสงส่องผ่านได้เยอะ ประมาณ 40-50% ขึ้นไป
- เหมาะกับ กระจกบานหน้า สำหรับคนสายตาไม่ดี หรือขับรถกลางคืน หรือต่างจังหวัดที่ไม่มีไฟถนนบ่อยๆ
- ฟิล์ม 60% : แสงส่องผ่านได้ประมาณ 20%
- เหมาะกับ กระจกบานหน้า หรือรอบคัน สำหรับคนที่ใช้งานทั่วไป กันร้อนดี ขับกลางวันสบายตา กลางคืนไม่มืดจนเกินไป
- ฟิล์ม 80% : แสงส่องผ่านได้น้อย ประมาณ 5-10%
- เหมาะกับ การติดรอบคัน (ยกเว้นบานหน้า) สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมาก หรือแพ้แสงแดด

5 ปัจจัยต้องพิจารณาก่อนควักเงินจ่าย
- ค่ากันความร้อน อย่าดูแค่คำว่ากันร้อน ให้ดูค่า TSER (Total Solar Energy Rejected) หรือค่าการลดความร้อนรวม ยิ่งเปอร์เซ็นต์สูง ยิ่งกันร้อนดี ควรเกิน 60% ขึ้นไปสำหรับเมืองไทย และให้ดูค่า IRR (Infrared Rejection) คือการกันรังสีอินฟราเรด ควรกันได้ 90% ขึ้นไป
- สัญญาณดิจิทัล ยุคนี้เราใช้ Easy Pass / M-Flow / Google Maps ตลอดเวลา ถ้าติดฟิล์มปรอทแล้วต้องมาคอยเปิดกระจกเพื่อแตะบัตร จะลำบากมาก
- ความคมชัด ลองขอร้านดูตัวอย่างฟิล์มจริง แล้วส่องดูไฟถนนหรือมองออกไปข้างนอก ฟิล์มคุณภาพดีต้องเคลียร์ ไม่มัว ไม่เป็นฝ้า และไม่หลอกตา
- การรับประกัน ฟิล์มที่ดีควรมีการรับประกันคุณภาพ (ลอก, ร่อน, พอง, สีซีด) อย่างน้อย 5-7 ปี และควรเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการมาตรฐาน ไม่ใช่ฟิล์มโนเนมที่อาจปิดหนีได้
- งบประมาณ
- งบ 3,000 - 5,000 บาท ฟิล์มปรอท หรือ คาร์บอนเกรดเริ่มต้น
- งบ 6,000 - 10,000 บาท ฟิล์มเซรามิกมาตรฐาน
- งบ 15,000 บาทขึ้นไป ฟิล์มเซรามิกเกรดพรีเมียม หรือฟิล์มนิรภัย
การติดฟิล์มรถยนต์เป็นการลงทุนครั้งเดียวแต่อยู่กับเราไป 5-7 ปี แนะนำให้เลือกคุณภาพที่ดีที่สุดเท่าที่งบไหว เพราะมันส่งผลต่อทัศนวิสัยและความปลอดภัยของคุณโดยตรงค่ะ
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
ความคิดเห็น