เคยไหม? ขับรถเพลินๆ รู้ตัวอีกทีเข็มไมล์ก็พุ่งปรี๊ด! นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า เพลย์ลิสต์ในรถกำลังสั่งให้เท้าคุณหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ขับรถอย่าฟังเพลิน! เผยความลับที่นักขับต้องรู้ เมื่อดนตรีอาจกำลังสั่งการให้คุณซิ่งเกินพิกัด
เคยสังเกตไหม? เวลาขับรถเพลินๆ แล้วจู่ๆ เพลงร็อคสุดมันส์หรือเพลงแดนซ์จังหวะเร็วๆ ดังขึ้นมา รู้ตัวอีกทีเข็มไมล์ก็พุ่งเกินกฎหมายกำหนดไปแล้ว... นี่ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึกไปเอง แต่มีผลวิจัยทางจิตวิทยายืนยันชัดเจนว่า ดนตรีมีอิทธิพลต่อฝ่าเท้า ของคุณมากกว่าที่คิด
เมื่อเพลงร็อค ปะทะ ซิมูเลเตอร์
งานวิจัยที่โด่งดังจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งประเทศจีนใต้ (South China University of Technology) ได้ทำการทดลองให้ผู้เข้าร่วมขับรถผ่านเครื่องจำลอง Simulator บนถนน 6 เลน โดยเปิดเพลงที่มีจังหวะต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้น่าตกใจมาก
- ผู้ทำการทดลองมีแนวโน้มขับรถเร็วขึ้นเฉลี่ยถึง 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อเทียบกับตอนไม่ฟังเพลงหรือฟังเพลงช้า
- ความเร้าใจของดนตรีทำให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเลนบ่อยขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
- เพลงที่เร็วเกินไปทำให้สมาธิ และปฏิกิริยาตอบสนองในการตัดสินใจลดลง
(อ้างอิงข้อมูล: South China University of Technology study on music & driving safety / IAM RoadSmart)

ทำไมเพลงถึงส่งผลต่อการขับขี่?
คำตอบอยู่ที่ค่า BPM (Beats Per Minute) หรือจังหวะบีทต่อนาที เพราะร่างกายมนุษย์มีกลไกตามธรรมชาติที่จะ Sync อัตราการเต้นของหัวใจให้เข้ากับจังหวะดนตรีที่ได้ยิน เมื่อคุณฟังเพลงที่มี BPM สูงกว่า 120 BPM (เช่น เพลงในผับ, Rock, Metal) หัวใจคุณจะเต้นเร็วขึ้น อะดรีนาลีนหลั่ง และส่งผลให้คุณเหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้ความเร็วรถสัมพันธ์กับความเร็วเพลง แต่ในทางกลับกัน เพลงที่มี BPM ต่ำ จะช่วยดึงกราฟอารมณ์ให้เย็นลง และควบคุมรถได้นิ่งขึ้น

Danger Zone เพลงแบบไหนที่มีค่า BPM สูง?
จากข้อมูลวิจัย เพลงที่ถือว่าอันตรายต่อการขับขี่ ในแง่ของความเร็วและความก้าวร้าว คือเพลงที่มีจังหวะเกิน 120 BPM ขึ้นไป ตัวอย่างเช่น
- Heavy Metal / Hard Rock เช่น American Idiot ของ Green Day คือหนึ่งในเพลงที่ถูกยกตัวอย่างในงานวิจัยว่าทำให้ขับเร็ว
- Drum & Bass / Fast EDM จังหวะที่รัวเร็วจะกระตุ้นความตื่นตัวมากเกินไป
Safe Zone เพลงแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
หากคุณอยากขับรถแบบ Chill Out และปลอดภัย นักวิจัยแนะนำเพลงที่มีจังหวะเลียนแบบจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์ในภาวะปกติ คือช่วง 60 - 80 BPM เช่น แนวเพลง Pop สบายๆ, Jazz, Soft Rock, หรือ R&B ผลลัพธ์คือจะช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียดจากรถติด และรักษาระดับความเร็วได้คงที่

จัดเพลย์ลิสต์ยังไงดี?
จากข้อมูลการวิจัยข้างต้นที่กล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าห้ามฟังเพลงเร็วเลยนะ แต่การรู้เท่าทันจะช่วยให้เราขับขี่ได้ดีขึ้น ลองปรับตามนี้ดูค่ะ
- ทางไกล/ทางด่วนโล่งๆ ควรหลีกเลี่ยงเพลงที่ BPM สูงจัดๆ เพราะคุณจะเผลอเหยียบจนทะลุลิมิตได้ง่ายมาก
- รถติด/ง่วงนอน ฟังเพลงเร็วได้เพื่อกระตุ้นความตื่นตัว
- ระดับเสียง สำคัญพอๆ กับจังหวะ งานวิจัยระบุว่าเพลงที่ ดังเกิน 85 เดซิเบล จะลดปฏิกิริยาตอบสนองของคุณลงถึง 20% ดังนั้นฟังแต่พอดีดีที่สุดค่ะ
ครั้งหน้าที่คุณสตาร์ทรถ ลองเหลือบดูเพลย์ลิสต์ของคุณสักนิด... เพราะบางทีเพลงที่คุณเลือกมาเปิดเพลง อาจทำให้คุณหึกเหิมมากไป จนเผลอเหยียบคันเร่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ได้รับใบสั่งอีกใบที่หน้าบ้านก็เป็นได้ค่ะ
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน

ความคิดเห็น