Bezzecchi ทุบสถิติสนามบุรีรัมย์กระจุย นำหน้า Marc Marquez ขณะที่ Bagnaia ร่วงไปเหนื่อยต่อใน Q1
ThaiGP 2026 วันซ้อม
Marco Bezzecchi จากทีม Aprilia Racing สร้างสถิติเวลาต่อรอบใหม่อย่างเป็นทางการด้วยเวลา 1’28.526 ในวันศุกร์ ทำเวลาได้ทะลุเป้ากว่าช่วงการทดสอบรถ เป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนในสุดสัปดาห์แรกของฤดูกาล ท่ามกลางเมฆดำและเวลาที่นับถอยหลัง นี่คือรอบ Practice แรกที่กดดันสุดๆ ของปี
โดยทั้ง Marc Marquez และฝั่งเพื่อนร่วมทีมอย่าง Francesco Bagnaia จากทีม Ducati Lenovo ดูเหมือนอาจจะพลาดการเข้าสู่ Q2 อัตโนมัติเมื่อสายฝนเริ่มตั้งเค้า
ในขณะที่ Marquez สามารถเค้นฟอร์มทำเวลาขึ้นมาจบอันดับ 2 ได้ แต่ Bagnaia กลับทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้ Fabio Di Giannantonio จากทีม Pertamina Enduro VR46 Racing Team สอดแทรกขึ้นมาจบใน 3 อันดับแรกแทน

ถือเป็นวันที่แข็งแกร่งมากสำหรับดูโอ้จาก Aprilia Racing อย่าง Bezzecchi และ Jorge Martin ที่กอดคอกันอยู่ในท็อป 5 โดย Bezzecchi กวาดผลงานเรียบในวันศุกร์ ทำเวลาเร็วสุดทั้งใน FP1 และมาทุบสถิติสนามในรอบบ่าย เพิ่มความมั่นใจให้กับทีมแบบสุดๆ แถมยังทิ้งห่างอันดับสองอย่าง Marc Marquez ถึง 0.4 วินาที

ทางด้าน Martin จบที่อันดับ 5 เขาแสดงให้เห็นถึงความเร็วมาตั้งแต่ช่วงทดสอบรถในการกลับมาลงสนามแบบเต็มตัวและฟิตสมบูรณ์ แม้การจบ P5 จะเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็มีอุบัติเหตุล้มเบาๆ ไปในช่วงเช้าวันศุกร์ ซึ่งโชคดีที่ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรร้ายแรง

สำหรับ Marc Marquez เซสชันนี้เหมือนหนังคนละม้วน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่วนเวียนอยู่นอกท็อป 10 ก่อนจะดีดขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ความตื่นตระหนกในช่วงแรกผ่านพ้นไปเมื่อเขากระโดดขึ้นมาจบ P2 ได้ในตอนท้าย
ส่วน Bagnaia แม้จะกดเวลาเซกเตอร์แดง (เร็วกว่าสถิติ) มาได้ในบางช่วง แต่ก็ไม่สามารถประกอบมันเป็นรอบที่สมบูรณ์ได้ จบไปเพียงอันดับ 15 เขาคงต้องเร่งเครื่องเพื่อพิสูจน์ตัวเองในเช้าวันเสาร์ หลังจากที่เพิ่งโดน Bezzecchi แย่งตำแหน่งเจ้าของสถิติสนามไปหมาดๆ

ฟอร์มอันร้อนแรงจากช่วงพรีซีซันถูกส่งต่อมายังสนามที่ 1 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในรายของ Di Giannantonio เขายึดหัวหาดเป็นจ่าฝูงอยู่พักใหญ่ในรอบ Practice ก่อนจะโดนดันลงมาอยู่อันดับ 3 ในช่วงท้าย เวลาที่ดีที่สุดของรถหมายเลข 49 ทำได้ในช่วงท้ายของการวิ่งรันนั้นๆ (Stint) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่ความเร็วต่อรอบแบบหน้าตัด (One-lap pace) แต่ยังมีจังหวะการขับขี่ที่สม่ำเสมอตลอดรัน ซึ่งเขาทำได้แบบเดียวกันเป๊ะตั้งแต่ช่วง FP1

Pedro Acosta จากทีม Red Bull KTM Factory Racing ทำให้มีรถจากผู้ผลิตถึง 3 ค่าย และ 4 ทีมกระจายอยู่ใน 4 อันดับแรก โดยเขาทำเวลาดีที่สุดในรอบก่อนสุดท้าย ตามหลัง Bezzecchi 0.659 วินาที ซึ่งถือว่าเกาะกลุ่มกับ Diggia และ Marc Marquez ได้ค่อนข้างใกล้ชิด
ส่วน Brad Binder คว้าอันดับ 8 ทะลุเข้า Q2 ไปได้โดยตรง หลังเค้นเวลาขยับขึ้นมาในตารางได้ช่วงท้ายเซสชัน

Alex Marquez จากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP จบที่อันดับ 6 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาคงไม่ค่อยชินนักจากผลงานในปี 2025 โดยเฉือนชนะ Joan Mir (Honda HRC Castrol) ตัวแทนที่ทำผลงานดีที่สุดจากฝั่ง Honda ไปได้นิดเดียว หลังเกิดการกดเวลาสลับตำแหน่งกันวุ่นวายในช่วงท้าย
แม้จะทำผลงานได้ดีในอันดับ 4 ช่วงเช้า และคว้าอันดับ 9 พร้อมตั๋วเข้า Q2 ไปได้สำเร็จ แต่เซสชันของ Ai Ogura จากทีม Trackhouse MotoGP Team ต้องจบลงก่อนเวลาอันควรเมื่อเขาพลาดล้มที่โค้ง 7 ตอนที่เหลือเวลาอีกเพียง 2 นาทีกว่าๆ โชคดีที่เจ้าตัวปลอดภัยและหวังจะไปแก้ตัวในการดวลเดือดรอบคัดเลือกในเช้าวันเสาร์ ซึ่งเขาจะได้ลงซิ่งรอบนี้พร้อมกับ Johann Zarco จากทีม CASTROL Honda LCR ผู้ที่คว้าตั๋วใบสุดท้ายเข้ารอบ Q2 ไปโดยอัตโนมัติ
ความคิดเห็น