อัปเดตกฎหมายปี 2026 พร้อมเทคนิคเลือกซื้อยังไงให้คุ้มค่า ปลอดภัย และลูกแฮปปี้ตลอดทาง... รักลูกต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทนะคะ
เทคนิคเลือกคาร์ซีทให้ลูกนั่งสบาย-ไม่ร้องไห้ แถมถูกต้องตามกฎหมายจราจรเป๊ะ
เรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายเรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างเข้มงวดแล้ว วันนี้เลดี้จะมาสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย และวิธีเลือกคาร์ซีทให้เป๊ะ ทั้งความปลอดภัยและความสบาย ให้คุณพ่อคุณแม่ขับรถได้อย่างไร้กังวลค่ะ

ไม่ใส่คาร์ซีทโดนปรับแน่!
ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาสักพักใหญ่แล้ว ได้ระบุใจความสำคัญที่พ่อแม่ต้องจำให้แม่น คือ
- เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย
- เด็กที่สูงไม่เกิน 135 ซม. แม้อายุจะเกิน 6 ปีแล้ว แต่ถ้าส่วนสูงยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้ปลอดภัย ก็ควรต้องใช้อุปกรณ์เสริม (Booster Seat)
- ข้อยกเว้น กรณีรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ (ที่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวง) อาจไม่ต้องใช้คาร์ซีท แต่ต้องมีวิธีป้องกันอันตรายอื่น
- โทษปรับ หากฝ่าฝืน ไม่จัดให้เด็กนั่งคาร์ซีท หรือไม่มีวิธีป้องกันอันตราย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
ดังนั้นเด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่เดินทาง ห้ามแม่อุ้มเด็ดขาด! เพราะแรงกระแทกจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เด็กหลุดมือได้ทันที
วิธีเลือกคาร์ซีทต้องดูอะไรบ้าง?
เรื่องจากปัจจุบันคาร์ซีทมีหลายแบบ หลายราคา หลักหมื่นก็มี หลักพันก็เยอะ แล้วจะเลือกยังไงให้คุ้มและปลอดภัยที่สุด? เลดี้ขอแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้
- เลือกตามมาตรฐานความปลอดภัย อย่าดูแค่ดีไซน์ ให้พลิกดูฉลากสีส้ม หรือสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น
- ECE R44/04: มาตรฐานพื้นฐานจากยุโรป (แบ่งตามน้ำหนักเด็ก)
- ECE R129 (i-Size): มาตรฐานใหม่ล่าสุดจากยุโรป ที่ทดสอบการชนด้านข้างด้วย และแบ่งเกณฑ์ตาม "ส่วนสูง" ของเด็ก ซึ่งแม่นยำกว่าน้ำหนัก
- เลือกตามช่วงวัยและสรีระ เพราะคาร์ซีทไม่ใช่ One Size Fits All ต้องเลือกให้เหมาะกับวัย
- เด็กแรกเกิด - 15 เดือน (Group 0+) ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) เท่านั้น! เพื่อปกป้องกระดูกคอและศีรษะที่ยังไม่แข็งแรง ทรงจะเป็นแบบตะกร้า หิ้วไปมาได้สะดวก
- เด็กเล็ก 9 เดือน - 4 ปี (Group 1) เริ่มนั่งแบบหันหน้าออกจากเบาะได้ (Forward-Facing) และต้องมีสายรัดแบบ 5 จุด เพื่อกระชับตัวเด็ก
- เด็กโต 4 ปี - 12 ปี (Group 2/3 หรือ Booster Seat) ใช้เพื่อยกตัวเด็กให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีกับหัวไหล่ ไม่บาดคอ
- เลือกตามระบบติดตั้ง ISOFIX vs Belt
- ISOFIX ติดตั้งง่ายกว่า แค่เสียบตัวล็อกเข้ากับเบาะรถ (รถรุ่นใหม่ๆ มีหมดแล้ว) ลดโอกาสติดตั้งผิดพลาด และมีความมั่นคงสูง
- Seat Belt ติดตั้งยากกว่า ต้องดึงสายให้แน่นจริงๆ แต่ข้อดีคือติดตั้งได้กับรถทุกรุ่น

ทริคเลือกให้ลูกนั่งสบาย ไม่ร้องไห้โยเย
ปัญหาโลกแตกคือซื้อมาแล้วลูกไม่ยอมนั่ง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ "เนื้อผ้า" เพราะเมืองไทยอากาศร้อน ควรเลือกผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ระคายเคืองผิว ถอดซักง่าย ให้ลองเอามือกดดูฟองน้ำ หรือ Memory Foam ว่านุ่มคืนตัวดีไหม โดยเฉพาะบริเวณศีรษะและก้น และที่สำคัญเด็กเล็กมักจะหลับในรถ คาร์ซีทที่ปรับเอนนอนได้หลายระดับ จะช่วยให้คอไม่พับขณะหลับ

การลงทุนซื้อคาร์ซีท ไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงค่าปรับ แต่คือการ ซื้อชีวิตและความปลอดภัย ให้กับคนสำคัญที่สุดในครอบครัว อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ และคาร์ซีทคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ควรเริ่มฝึกให้นั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล แล้วลูกจะคุ้นเคยและรักที่นั่งส่วนตัวของเขาเองค่ะ
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง

ความคิดเห็น