มาตรการ EV 3.5 กับเงื่อนไขผลิตชดเชย 1:2 ที่ช่วยให้คุณมั่นใจว่าค่ายรถจะมีอะไหล่ไปอีกนาน
มาตรการ EV 3.0 vs 3.5 เจาะลึกความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าในปี 2569
หากคุณกำลังวางแผนจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า สักคันในปี 2026 นี้ สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือการทำความเข้าใจกับ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่ชื่อว่า EV 3.0 และ EV 3.5 เพราะนี่คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคารถที่คุณเห็นในโชว์รูมถูกลงอย่างน่าตกใจ แต่ความแตกต่างในรายละเอียดนั้นส่งผลกระทบมากกว่าแค่เรื่องของส่วนลด

เมื่อโปรฯ ยุคบุกเบิก ส่งไม้ต่อให้โปรฯ ยุคสร้างฐาน
ก่อนอื่นเรามาดูความแตกต่างระหว่าง มาตรการรัฐ EV 3.0 และ EV 3.5 ตามตารางด้านล่างนี้กันก่อนค่ะ
| มาตรการ EV 3.0 | มาตรการ EV 3.5 | |
| ระยะเวลา | 2565-2568 (จดทะเบียนได้ถึง 31 ม.ค. 2569) | ยาวไปจนถึงปี 2570 |
| เงินอุดหนุนสูงสุด | 150,000 บาท/คัน | 100,000 บาท/คัน |
| สเปกแบตเตอรี่ | แบตฯ > 30 kWh ก็ได้สิทธิ์เต็ม | แบตฯ ≥ 50 kWh ถึงจะได้สิทธิ์เต็ม |
| เงื่อนไขผลิตชดเชย | นำเข้า 1 : ผลิตคืน 1 | นำเข้า 1 : ผลิตคืน 2 ถึง 3 คัน |
| เป้าหมายหลัก | สร้างกระแส ให้คนไทยกล้าใช้ EV | ผลักดันไทยสู่การเป็น EV Hub |

เงินอุดหนุนที่เปลี่ยนไป เมื่อตลาดเริ่มติดลมบน
หากเทียบกับ มาตรการรัฐ EV 3.0 จะเป็นยุคที่เทหมดหน้าตัก ซึ่งรัฐอัดฉีดหนักถึง 150,000 บาท เพื่อทลายกำแพงเรื่องราคา ทำให้เราเห็นรถ EV ราคาดีๆ เกิดขึ้นมากมายในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วน มาตรการรัฐ EV 3.5 จะเน้นไปที่คุณภาพมากขึ้น ซึ่งรัฐปรับลดเงินช่วยลงตามกลไกตลาด โดยเน้นสนับสนุนรถที่แบตเตอรี่อึดขึ้น ดังนี้
- แบตเตอรี่ ≥ 50 kWh รับส่วนลด 50,000 - 100,000 บาท
- แบตเตอรี่ < 50 kWh รับส่วนลด 20,000 - 50,000 บาท
เงื่อนไขผลิตชดเชย หัวใจสำคัญของความมั่นใจระยะยาว
เงื่อนไขผลิตชดเชย คือข้อตกลงที่ค่ายรถต้องยอมรับว่า "ถ้านำเข้ามาขายเท่าไหร่ ต้องผลิตในไทยคืนเท่านั้น" โดยที่ มาตรการรัฐ EV 3.5 เงื่อนไขจะเข้มงวดขึ้นมาก ค่ายรถต้องผลิตคืนในสัดส่วน 1:2 ในปี 2569 และสูงถึง 1:3 ในปี 2570 เพื่อบีบให้เกิดการตั้งโรงงานจริงในประเทศ

ชั่งน้ำหนัก ข้อดี-ข้อเสีย เพื่อคนที่จะซื้อรถปี 2026
มุมมองของ มาตรการรัฐ EV 3.0 นั้นเราได้รับส่วนลดมหาศาล เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนเปิดใจและกล้าเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างมากขึ้น ปัจจุบันสิทธิ์นี้แทบจะไม่มีเหลือแล้ว และสเปกบางรุ่นอาจจะเริ่มล้าสมัยเมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆ
ทางด้าน มาตรการรัฐ EV 3.5 คุณจะได้รถที่มีมาตรฐานแบตเตอรี่ดีขึ้น (เพื่อให้ได้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด) และที่สำคัญคือความมั่นใจ เพราะค่ายรถที่เข้าเกณฑ์นี้ต้องมีฐานผลิตและศูนย์บริการในไทยในระยะยาวแน่นอน ไม่ใช่แค่มาขายโกยกำไรแล้วจากไป ถึงแม้จะต้องแลกกับส่วนลดหน้าป้ายที่น้อยลงกว่ายุคแรก และต้นทุนการผลิตที่ค่ายรถต้องแบกรับอาจส่งผลให้ราคารถไม่ลดฮวบเท่าที่เคยเป็น

แล้วซื้อปี 2026 คุ้มไหม?
หากว่าด้วยเรื่องของความคุ้มค่า อาจจะไม่คุ้มค่าด้านส่วนลดเท่าไหร่ แต่คุ้มในแง่ของความมั่นคงแน่นอน เพราะสิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือ ตัวเลือกที่หลากหลาย เทคโนโลยีที่เสถียรกว่า และระบบนิเวศของ EV เช่น สถานีชาร์จและศูนย์บริการที่พร้อมรองรับมากกว่าเดิม
ถ้าคุณพร้อมจะก้าวเข้าสู่โลกของ EV ในปี 2026 มาตรการรัฐ EV 3.5 คือหลักประกันว่ารถที่คุณซื้อจะมีอะไหล่ มีโรงงาน และมีอนาคตที่สดใสในประเทศไทยอย่างแน่นอน
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น