เปลี่ยนท่อแล้วรถแรงขึ้นจริงหรอ? Share this
Lifestyle
โหมดการอ่าน

เปลี่ยนท่อแล้วรถแรงขึ้นจริงหรอ?

Sunuttinee Phumbanyen
โดย Sunuttinee Phumbanyen
โพสต์เมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปลี่ยนท่อมาใหม่แต่ทำไมรถวิ่งไม่ออก? ต้นหาย ปลายหด จะแก้ยังไงให้รถแรงขึ้นจริงไม่จกตา


 

ไขข้อข้องใจ เปลี่ยนท่อมาใหม่... แต่ทำไมดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน? 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคเด็ดประจำวงการแต่งรถว่า ท่อลั่น = รถแรง กันมาบ้างใช่ไหมคะ? ซึ่งบอกเลยว่าความเชื่อนี้ทำให้นักแต่งรถหลายคนเจ็บตัว เสียเงินฟรีมานักต่อนัก เพราะเปลี่ยนไปแล้วได้แต่เสียงที่ดังสนั่น แต่ความแรงกลับ ต้นหาย-ปลายหด ซะงั้น! วันนี้เลดี้ขอหยิบข้อมูลเชิงวิศวกรรมและผลทดสอบจริง มาแฉหมดเปลือก สรุปให้ฟังกันชัดๆ ว่าเปลี่ยนท่อยังไงให้รถแรงขึ้นจริง

ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน

 

เครื่องยนต์ก็คือ ปั๊มลม

เครื่องยนต์รถเราเปรียบเสมือนปั๊มลมขนาดใหญ่ ยิ่งดูดอากาศเข้าได้มาก และระบายไอเสียออกได้เร็ว ก็จะยิ่งสร้างพละกำลังได้มาก ท่อเดิมๆ จากโรงงานเขาออกแบบมาเน้นความเงียบ ประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือต้องคุมมลพิษได้ โดยมีตัว Catalytic Converter กรองไอเสีย ซึ่งพวกนี้แหละคือตัวอั้นการไหลของอากาศ ส่วนท่อแต่งออกแบบมาเพื่อลดแรงต้าน ช่วยให้ไอเสียพุ่งออกได้ไวขึ้น เครื่องเลยหายใจสะดวกขึ้น

เปลี่ยนท่อแล้วรถแรงขึ้นจริงหรอ?

 

เปลี่ยนท่อแล้วแรงขึ้นจริงไหม?

อย่างที่เลดี้บอกไปว่าเราสามารถเปลี่ยนท่อให้รถแรงขึ้นได้จริง แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ไม่ใช่จะเปลี่ยนอะไรก็ได้แล้วรถมันจะแรงขึ้นทั้งหมด

  • เปลี่ยนแค่ปลายท่อ : ผลลัพธ์ที่ได้คือ แทบไม่เพิ่มแรงม้า อาจขึ้นมาแค่ 2-5 ตัว ซึ่งน้อยมากจนแทบไม่รู้สึก แต่สิ่งที่คุณจะได้แน่ๆ ก็คือ เสียงที่ดังขึ้น ทำให้เรารู้สึกไปเองว่ารถแรง แต่จริงๆ แล้วจุดที่อั้นที่สุดอย่างท่อนกลาง และแคตตาไลติก มันยังอยู่เหมือนเดิม
  • เปลี่ยนทั้งเส้น : ผลลัพธ์ที่ได้คือ แรงม้าเพิ่มขึ้นได้จริง 5-10% หรือมากกว่า (แล้วแต่รุ่นรถ) พอเปลี่ยนเฮดเดอร์และท่อทั้งเส้น ไอเสียไหลลื่นขึ้นมาก แต่ต้องแลกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น และค่ามลพิษที่สูงขึ้น

หลายคนพลาดตรงนี้ เพราะมีความเชื่อผิดๆ ว่ารถต้องมีแรงดันย้อนกลับถึงจะมีแรงบิด แต่ในทางวิศวกรรม Back Pressure คือศัตรูของเครื่องยนต์ค่ะ สิ่งที่รถต้องการจริงๆ คือ ความเร็วของไอเสียต่างหาก พูดให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ ถ้าเป็น รถเครื่องยนต์หายใจธรรมดา (NA) จะต้องการความเร็วของไอเสียเพื่อช่วยดูดไอดีเข้าห้องเผาไหม้ ถ้าท่อโล่งหรือใหญ่เกินไป ไอเสียจะไหลช้าลง (เหมือนเป่าลมใส่ท่อกว้างๆ ลมจะไม่มีแรงส่ง) ผลคือ แรงบิดรอบต้นหาย ออกตัวอืด ต้องรอรอบสูงๆ รถถึงจะวิ่ง ส่วน รถเครื่องยนต์เทอร์โบ (Turbo) อันนี้ยกเว้น เพราะเทอร์โบมันขวางทางลมไว้อยู่แล้ว หลังเทอร์โบยิ่งโล่งยิ่งดี เพื่อให้ใบพัดปั่นได้เร็วขึ้น รถเทอร์โบเลยมักเห็นผลชัดเจนกว่าเมื่อเปลี่ยนท่อ

จูนกล่อง ECU เปลี่ยนท่อไปเสีย

 

ผลทดสอบ Dyno Test

ทั้งหมดนี้เราไม่ได้พูดกันลอยๆ ขึ้นมา เพราะมีออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ จากรายการ Engineering Explained และ Donut Media ซึ่งเคยนำเอารถยนต์ 2 คัน มาทำการทดสอบดังนี้ 

  • Honda S2000 (รถ NA) : ลองเปลี่ยนแค่ท่อไอเสีย ปรากฏว่าแรงม้าเพิ่มขึ้นแค่ 3-4 ตัว ซึ่งแทบไม่คุ้มเงินที่จ่ายไป
  • Ford Mustang : เปลี่ยนท่อและกรองอากาศ แรงม้าเพิ่มจริง แต่ต้องจูนกล่อง ECU ด้วย ถ้าใส่ท่อโล่งแต่ไม่จูน บางช่วงรอบเครื่องแรงม้าตกด้วยซ้ำ

การเปลี่ยนท่อโดยไม่จูนกล่อง หรือ Remap

นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนท่อโดยไม่จูนกล่อง หรือ Remap มักไม่คุ้มค่า เพราะกล่อง ECU เดิมยังสั่งจ่ายน้ำมันเท่าเดิม เครื่องยนต์เลยทำงานไม่สมบูรณ์กับท่อใหม่ที่โล่งขึ้นนั่นเอง หากคุณอยากเปลี่ยนท่อแบบเน้นหล่อ /เน้นเสียงดัง เลดี้แนะนำว่าเปลี่ยนแค่หม้อพักปลายก็พอค่ะ ขับสนุกขึ้นเพราะเสียงเร้าใจ แต่ความแรงเท่าเดิม ส่วนใครที่เน้นแรงต้องจัดทั้งระบบ และที่สำคัญต้องจูน ECU เพื่อให้รถจ่ายน้ำมันแมตช์กับอากาศที่ไหลออกไม่งั้นเสียของค่ะ และก็อย่าลืมเลือกขนาดท่อให้ถูก ไม่ต้องเผื่อโต 

  • เครื่อง 1.5 - 1.6 ลิตร (NA) ควรใช้ท่อขนาด 1.6 - 2.0 นิ้ว
  • เครื่อง 2.0 ลิตร (NA) ควรใช้ท่อขนาดไม่เกิน 2.5 นิ้ว

ถ้าใหญ่กว่านี้ ต้นหาย ขับยาก แถมกินน้ำมันแน่นอน ฟันธง! หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้คุ้มค่าที่สุดก่อนควักเงินแต่งรถนะคะ

 

 

อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน


ความคิดเห็น


เรียกดูข่าวตามประเภทยานพาหนะ

ค้นหาข่าวโดยยี่ห้อ