ชนวนเหตุน้ำมันแพง วิกฤตพลังงานโลกที่ปล้นเงินในกระเป๋าคนไทย พร้อมวิธีปรับตัวให้รอดพ้นจากมรสุมเศรษฐกิจครั้งนี้
เมื่อน้ำมันแพง เจาะลึกวิกฤตพลังงานโลก ทะลุถึงกระเป๋าตังค์คนไทย และวิธีเอาตัวรอด!
ช่วงนี้เลี้ยวรถเข้าปั๊มทีไร ตัวเลขบนหน้าจอตู้จ่ายน้ำมันวิ่งไวยิ่งกว่าเข็มวินาที สำหรับหลายคน "น้ำมันแพง" อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวที่เกิดขึ้นในตลาดโลก แต่ในความเป็นจริง มันคือคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดเข้าใส่เงินในกระเป๋าของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลดี้จะพาทุกคนไปแกะรอยกันว่า เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ ทำไมน้ำมันถึงแพงหูฉี่? แล้วคนไทยอย่างเราจะปรับตัวอย่างไรให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้

3 ชนวนเหตุ ทำไมน้ำมันโลกถึงเดือด?
หากจะถามว่าทำไมราคาน้ำมันดิบโลก (โดยเฉพาะราคา Brent) ถึงพุ่งทะยานทะลุเพดานไปแตะระดับ 100-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คำตอบไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่เกิดจาก 3 ปัจจัยซ้ำซ้อนที่พร้อมใจกันเกิดขึ้นในตอนนี้
- วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขั้นรุนแรง หรือ War Premium เป็นชนวนเหตุที่น่ากลัวที่สุด ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ พันธมิตร และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงจนนำไปสู่การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลถึง 35% ของโลก เมื่อท่อส่งหลักถูกบล็อก ซัพพลายน้ำมันจึงหายวับไปจากตลาดทันที
- เกมลูกเล่นของกลุ่มผู้ผลิต (OPEC+) ซ้ำร้าย กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC+) ยังคงจับมือกันเหนียวแน่นในการควบคุมและลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคา ประกอบกับโรงกลั่นบางแห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศ ยิ่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานการผลิตย่ำแย่ลงไปอีก
- ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น เมื่อเส้นทางขนส่งกลายเป็นเขตสงคราม ค่าระวางเรือ (Freight rate) และค่าประกันภัยความเสี่ยงภัยสงครามของเรือบรรทุกน้ำมันจึงพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว ต้นทุนเหล่านี้สุดท้ายก็ถูกปัดมาสะท้อนอยู่ที่ราคาขายปลีกที่พวกเราต้องจ่ายนั่นเอง

เศรษฐกิจโลกสะเทือน ฝันร้ายที่เรียกว่า "Stagflation"
เมื่อน้ำมันซึ่งเป็น "สารตั้งต้น" ของทุกภาคอุตสาหกรรมแพงขึ้น เศรษฐกิจโลกจึงกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนขนส่งที่แพงขึ้นทำให้สินค้าทุกอย่างแพงตาม แม้กระทั่งภาคการเกษตรก็ไม่รอด เพราะราคาปุ๋ยเคมี (ซึ่งมีก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ) พุ่งสูงขึ้นถึง 30-60% อีกทั้งตลาดเงินตึงเครียด ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะเฟด (FED) ของสหรัฐฯ จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินแพงขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยพากันดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

ทำไมประเทศไทยถึงเจ็บหนัก?
หลายคนอาจสงสัยว่า "เมืองไทยก็มีบ่อน้ำมัน ทำไมเราต้องเดือดร้อนขนาดนี้?" ความจริงที่น่าเจ็บปวดมีอยู่ 2 ข้อหลักๆ คือ ประเทศไทยไม่ได้มีน้ำมันมากพอจะเลี้ยงตัวเองได้ เราต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก ราคาหน้าปั๊มของเราจึงผูกติดกับราคาตลาดโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซ้ำร้ายในจังหวะที่น้ำมันโลกแพง ค่าเงินบาทของเรากลับอ่อนตัวลง นั่นหมายความว่าต่อให้ราคาน้ำมันโลกอยู่เฉยๆ แต่คนไทยต้องใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้นเพื่อซื้อน้ำมันดิบในปริมาณเท่าเดิม
คิดง่ายๆ แบบนี้ค่ะ น้ำมันแพง = ค่าขนส่งพุ่ง >> ข้าวของแพงขึ้น >> ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามค่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

ปรับตัวอย่างไรในยุคน้ำมันแพง?
เมื่อเราเปลี่ยนราคาน้ำมันโลกไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ "เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง" เพื่อจำกัดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด
ภาคครัวเรือนและบุคคลทั่วไป
- วางแผนการเดินทางขั้นสุด เลิกขับรถออกไปซื้อของจุกจิก วางแผนรวมทริปทำธุระในรอบเดียว หันมาใช้รถไฟฟ้า หรือใช้ระบบ Carpool ทางเดียวกันไปด้วยกันเพื่อหารค่าน้ำมัน
- ตัดวงจรค่าไฟแพง ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟในบ้าน ล้างแอร์สม่ำเสมอ หรือหากบ้านไหนมีกำลังทรัพย์ การลงทุนติด Solar Rooftop ในยุคนี้ ถือเป็นการล็อกต้นทุนค่าไฟที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
- เงินสดคือพระเจ้า ในภาวะเงินเฟ้อ ควรงดการสร้างหนี้ก้อนใหม่ที่ไม่จำเป็น (โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยลอยตัว) และควรสำรองเงินสดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน
ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ
- ผ่าตัดระบบ Logistics ตรวจสอบเส้นทางขนส่งเพื่อลดการตีรถเที่ยวเปล่า หรือหากเป็นไปได้ ให้เริ่มเปลี่ยนผ่านกองยานพาหนะไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อหนีต้นทุนดีเซล
- รีดไขมันส่วนเกิน เร่งลดขยะและสิ่งสูญเสียในกระบวนการผลิต เพื่อรักษา Margin ไม่ให้ถูกกลืนกิน และอาจต้องพิจารณาปรับราคาสินค้าอย่างสมเหตุสมผล
- ใช้เครื่องมือทางการเงิน สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ควรทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง ทั้งราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน (FX) เพื่อไม่ให้กำไรของบริษัทต้องผันผวนไปตามสถานการณ์โลก
วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจไม่จบลงง่ายๆ แต่ประวัติศาสตร์สอนเราเสมอว่า คนที่ปรับตัวได้ไวที่สุด...คือคนที่จะรอดพ้นและกลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดค่ะ
เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น