All-New Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด 2027 เป็นการพลิกโฉมครั้งประวัติศาสตร์ของแบรนด์รหัสแรงจาก Mercedes-AMG สู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบ
Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe
เผยโฉมให้เห็นอย่างเป็นทางการ สำหรับรถไฟฟ้าตัวแรงจากค่ายตาดาวกับยุคใหม่ All-New Mercedes-AMG GT 4-Door Coupe ซูเปอร์ซีดาน EV 1,153 แรงม้า


เมื่อพูดถึงตระกูล Mercedes-AMG GT 4-Door ภาพจำของหลายคนคือเสียงคำรามอันดุดันของเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo แต่ล่าสุด Mercedes-AMG ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ที่เปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานไฟฟ้า 100% (EV) อย่างเต็มตัว โดยถอดรหัสดีไซน์มาจากรถต้นแบบชื่อดังอย่าง Vision AMG และ Concept AMG GT XX ออกมาเป็นซูเปอร์ซีดานไฟฟ้าที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม ๆ
ขนาดและมิติตัวถัง มีดังนี้
- ความยาว 5,094 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,959 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,411 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 3,040 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ Kerb weight (DIN) 2,460 กิโลกรัม
- สัมประสิทธิแรงต้านอากาศ Drag coefficient (Cd) 0.22



1. ดีไซน์ภายนอก: ความล้ำสมัยระดับ Concept Car บนถนนจริง
จากภาพจะเห็นได้ว่าหน้าตาของ AMG GT 4-Door Coupe ใหม่นี้ มีความล้ำยุคราวกับหลุดมาจากอนาคตซึ่งได้รับการพัฒนา ในฐานะรถสปอร์ตขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกบนแพลตฟอร์ม AMG.EA ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นโดยทีม AMG พร้อมนำเทคโนโลยีจากทั้ง Formula 1, ไฮเปอร์คาร์ AMG ONE รวมถึงโครงการ CONCEPT AMG GT XX มาต่อยอดสู่รถ Production Car เพื่อพิสูจน์ว่า รถยนต์ไฟฟ้า ก็ยังสามารถมี DNA แบบ AMG ได้เช่นกัน
กระจังหน้า Panamericana แบบเรืองแสง: ยังคงเอกลักษณ์ซี่แนวตั้งของ AMG เอาไว้ แต่ถูกตีความใหม่ให้อยู่ในฝาปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบบไฟ Illumination ส่องสว่างโดดเด่น

ไฟหน้า ‘Monobrow’ และสัญลักษณ์สามแฉก: แถบไฟ LED ลากยาวเชื่อมฝั่งซ้าย-ขวา (Monobrow) ควบคู่กับโคมไฟหน้าดีไซน์พิเศษที่จัดวางแถบไฟเป็นรูป โลโก้ดาวสามแฉกของ Mercedes-Benz อย่างชัดเจน
ตัวถังสีเหลืองสะท้อนแสง (Neon Yellow): สีเปิดตัวที่ตอกย้ำความสปอร์ตขั้นสุด ตัดกับชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์และดีไซน์หน้าคาร์พที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics)
2. ขุมพลังระดับปีศาจ และสถาปัตยกรรม AMG.EA
รถรุ่นนี้ไม่ได้หยิบยืมแพลตฟอร์มร่วมกับรถบ้านทั่วไป แต่เป็นรถรุ่นแรกที่ใช้แชสซีส์เฉพาะตัวที่ชื่อว่า AMG.EA (AMG Electric Architecture) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสมรรถนะระดับสูงโดยเฉพาะ
มอเตอร์ไฟฟ้า Axial-Flux เจนใหม่: พัฒนาร่วมกับ Yasa (บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ไฟฟ้าที่ Mercedes เป็นเจ้าของ)

ขุมพลังมีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ GT 55 4-Door Coupé 4MATIC+ และ GT 63 4-Door Coupé 4MATIC+
รุ่น GT 55 4-Door Coupé 4MATIC+ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังสูงสุด 816 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 1,800 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ 800V ความจุ 106 kWh รองรับ DC ชาร์จสูงสุด 600 kW
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน
- อัตราเร่ง 0-100 km/h 2.8 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h 9.0 วินาที
- ความเร็วสูงสุด Top Speed 300 km/h (เมื่อติดตั้ง Drivers Package)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 596-696 km. (WLTP)
ขณะที่รุ่น GT 63 4-Door Coupé 4MATIC+ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังสูงสุด 1,169 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 2,000 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ 800V ความจุ 106 kWh รองรับ DC ชาร์จสูงสุด 600 kW
ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน
- อัตราเร่ง 0-100 km/h 2.4 วินาที
- อัตราเร่ง 0-200 km/h 6.8 วินาที
- ความเร็วสูงสุด Top Speed 300 km/h (เมื่อติดตั้ง Drivers Package)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 597-700 km. (WLTP)

จุดเด่นคือเสียงคำราม V8 จำลอง: สำหรับผู้ที่ถวิลหาความดิบ AMG ได้พัฒนาซาวด์ดีไซน์ที่จำลองเสียงเครื่องยนต์ V8 ให้ตอบสนองตามการเหยียบคันเร่งและการเปลี่ยนเกียร์ทิพย์ เพื่ออรรถรสในการขับขี่ที่เร้าใจไม่แพ้รถน้ำมัน ผ่านระบบ AMGFORCE S+ ที่จำลองทั้งเสียง เครื่องยนต์ อาการกระชากช่วงเปลี่ยนเกียร์ รวมถึงแรงสั่นสะเทือนต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับยังได้สัมผัสฟีลลิ่งแบบ AMG ดั้งเดิม โดยใช้ระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ พร้อมไฟล์เสียงมากกว่า 1,600 รูปแบบ
ช่วงล่างติดตั้งระบบ AMG ACTIVE RIDE CONTROL พร้อมระบบ Semi-active Roll Stabilisation และช่วงล่างถุงลมแบบปรับระดับได้ ขณะที่ระบบเลี้ยวล้อหลัง Rear-Axle Steering สามารถหักล้อหลังได้สูงสุด 6 องศา เพื่อช่วยทั้งเรื่องความคล่องตัวในความเร็วต่ำ และเสถียรภาพในความเร็วสูง

3. ระบบชาร์จไวระดับสถิติโลก "Hyper-Fast Charging"
หนึ่งในจุดเด่นที่เป็นหมัดเด็ดของรถรุ่นนี้คือ แบตเตอรี่ความจุ 106 kWh ที่มาพร้อมระบบระบายความร้อนอัจฉริยะและสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง
รองรับการชาร์จสูงสุดถึง 600 kW: ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน (เร็วกว่าตู้ชาร์จสาธารณะส่วนใหญ่ในตอนนี้ด้วยซ้ำ) ช่วยให้การแวะชาร์จไฟทำได้รวดเร็วพอ ๆ กับการจอดเติมน้ำมัน



4. ห้องโดยสารแบบ Hyper-Digital
ภายในได้รับการอัปเกรดให้กลายเป็นค็อกพิทสุดล้ำที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง:
หน้าจอ 3 จอแยก: ประกอบด้วยจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว, หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14 นิ้ว แยกฝั่งชัดเจน
วัสดุระดับพรีเมียม: ตกแต่งด้วยหนัง Nappa, คาร์บอนไฟเบอร์ และผ้าไมโครไฟเบอร์ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางชั้นเลิศจาก Burmester ที่รองรับระบบ Dolby Atmos





เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง
ความคิดเห็น